ศูนย์โรคไต

  • ขนาดตัวอักษร
  •  
  •  
ศูนย์โรคไต โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เป็นศูนย์ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไตทั้งในแบบระยะสั้นและระยะยาวอย่างครบครันด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า โดยมีทีมบุคลากรซึ่งประกอบไปด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตที่ได้รับการยอมรับจากทั้งในและต่างประเทศ ทำงานร่วมกันกับโภชนากร เภสัชกร และพยาบาลผู้ประสานงานประจำคลินิกในการประเมินการทำงานของไต และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อช่วยในการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยชะลอการเสื่อมของไตและช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากไตเสื่อม
 

การบริการและการรักษา

* โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเป็นสาเหตุของโรคไตที่พบได้บ่อยที่สุด การควบคุมความดันโลหิตและรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการชะลอการเสื่อมของโรคไตเรื้อรัง ในทางกลับกัน โรคไตเรื้อรังก็สามารถนำไปสู่โรคความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน
  • การผ่าตัดเปลี่ยนไต
คำศัพท์เฉพาะ

Renal: ใช้แทนคำว่า “ไต” โดย “ren” ในภาษาละติน หมายถึง "ไต" ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์
 
Dialysis: หรือการฟอกไต เป็นกระบวนการล้างของเสียและกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากกระแสเลือด

Apheresis: เป็นกระบวนการในการกรองของเสียที่สะสมอยู่ในเลือดให้ลดลงอย่างรวดเร็ว

 

การวินิจฉัย

ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตและผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรังควรได้รับการตรวจร่างกายและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่
  1. การตรวจเลือด
    • การตรวจเลือดเพื่อประเมินอัตราการทำงานของไต
      • ตรวจค่าปริมาณยูเรียไนโตรเจนในเลือด (BUN)
      • ตรวจระดับครีเอตินิน (creatinine) และคำนวณอัตรากรองของไตโดยประมาณ [estimated glomerular filtration rate (eGFR)] โดยคิดจากระดับครีเอตินิน (เป็นวิธีที่ได้มาตรฐานในการใช้ตรวจหาโรคไตเรื้อรังหรือความผิดปกติอื่นๆ เกี่ยวกับไต)
    • การตรวจเลือดเพื่อประเมินภาวะแทรกซ้อนของโรคไต
      • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดพร้อมอัตราส่วนของเม็ดเลือดขาว
      • ตรวจส่วนประกอบของเกลือแร่ในร่างกาย (โซเดียม โพแทสเซียม คลอไรด์ แคลเซียม ฟอสเฟต)
      • ตรวจปริมาณโปรตีนในเลือด
      • ตรวจระดับคอเรสเตอรอล
  2. การตรวจปัสสาวะ
    • การตรวจปัสสาวะและตะกอนในปัสสาวะ (เพื่อตรวจหาโรคไตเรื้อรังและบ่งบอกถึงชนิดของโรคไต)
    • การตรวจวัดสัดส่วนของการรั่วของอัลบูมินต่อครีเอตินินในปัสสาวะ
    • การตรวจวัดสัดส่วนของการรั่วของโปรตีนต่อครีเอตินินในปัสสาวะ
  3. การตรวจระดับโปรตีนในปัสสาวะถือเป็นตัวบ่งชี้ปัญหาโรคไตที่สำคัญและผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังควรได้รับการติดตามปริมาณโปรตีนในปัสสาวะเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
     
  4. การตรวจทางรังสีวิทยา: การอัลตราซาวนด์ไต (renal ultrasound) การตรวจไตโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (kidney dopplers) การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (magnetic resonance angiography) การตรวจทางนิวเคลียร์ (renal scan)
    • เพื่อตรวจสอบการอุดตันในทางเดินปัสสาวะ (เช่น นิ่วในไต)
    • เพื่อประเมินขนาดของไต
    • เพื่อตรวจสอบโรคถุงน้ำในไต
    • เพื่อตรวจหาอาการอื่นๆ อาทิ อาการหลอดเลือดแดงที่ไตตีบตัน

 

การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไต

  • การชะลอการเสื่อมของไต โดยการควบคุมสาเหตุของโรคไต เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไตอักเสบ โรคถุงน้ำในไต โรคนิ่วที่ไต การสูบบุหรี่ และการควบคุมระดับโปรตีนที่รั่วออกมากับปัสสาวะ
  • การรักษาภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะเลือดจาง ระดับเกลือแร่ในเลือดผิดปกติ
  • การบำบัดทดแทนไต
    • การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ใช้วิธีการฟอกเลือดด้วยระบบน้ำที่มีความบริสุทธิ์ เป็นกระบวนการฟอกที่มีประสิทธิภาพสูงมาก เพราะนอกจากสามารถขจัดของเสียโมเลกุลขนาดเล็กได้แล้ว ยังสามารถขจัดของเสียโมเลกุลขนาดใหญ่ในร่างกาย ซึ่งการฟอกไตแบบเดิมไม่สามารถทำได้
    • การรักษาด้วยการบำบัดทดแทนไตอย่างต่อเนื่อง (continuous renal replacement therapy: CRRT) มีประสิทธิภาพในการกำจัดของเสียเทียบเท่าหรือดีกว่าและมีความคงที่ทางด้านระบบไหลเวียนเลือดมากกว่าการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
    • การล้างไตผ่านช่องท้องรักษาโรคไตวายเรื้อรัง หลักการล้างไตวิธีนี้คือการใส่สายเข้าไปในช่องท้อง แล้วใส่น้ำยาเข้าในช่องท้องเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วจึงปล่อยออก
    • การผ่าตัดเปลี่ยนไต (มีข้อจำกัดทางกฎหมายสำหรับผู้ป่วยชาวต่างชาติ)
    • Apheresis เป็นการแยกส่วนของน้ำเลือดหรือพลาสมาออกจากส่วนของน้ำเลือด ซึ่งประกอบด้วยเทคนิคต่างๆ คือ
      • Plasmapheresis (การกรองแยกเอาพลาสมาออกจากเลือดเพียงขั้นตอนเดียว)
      • Double filtration (เป็นระบบการกรองเลือดด้วยตัวกรอง 2 ตัว) และ
      • Immunoadsorption (เป็นระบบการกรอง 2 ตัวโดยตัวกรองที่ 2 มีลักษณะเป็น adsorption column)

บริการด้านยา

เภสัชกรจะทำหน้าที่ดูแลการใช้ยาของผู้ป่วยโรคไตที่มักจะต้องรับประทานยาหลายขนานพร้อมๆ กัน โดย:
  • ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวยา เช่น วิธีการรับประทาน ฤทธิ์ของยาที่มีต่อร่างกาย ผลข้างเคียงของยา รวมถึงวิธีการบรรเทาอาการข้างเคียงนั้นๆ
  • เน้นย้ำให้ผู้ป่วยใช้ยาอย่างถูกต้อง
  • วิเคราะห์และค้นหาปัญหาเกี่ยวกับยา เช่น ปฏิกิริยาระหว่างยา การใช้ยาซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น อาการแพ้ยา ฯลฯ และร่วมมือกับแพทย์ในการบรรเทาผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น
  • ทำการตรวจทานตัวยาสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจากแพทย์มากกว่าหนึ่งคน หรือมีโรคมากกว่าหนึ่งโรค

 

บริการด้านการให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วย

  • โปรแกรมโรคไตเรื้อรัง: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคไตและสหสาขาวิชาชีพร่วมกันดูแลผู้ป่วย จัดให้มีการให้ความรู้และคำปรึกษาแก่ผู้ป่วย เพื่อชะลอการเสื่อมของโรคไตเรื้อรังและป้องกันอาการแทรกซ้อนต่างๆ
  • โปรแกรมการเปลี่ยนไต: เป็นโปรแกรมที่เกิดจากความร่วมมือของหลากหลายสาขาวิชาชีพ ทั้งคลินิกอายุรกรรม ศัลยกรรม และหน่วยบริการผู้ป่วยภายใน (กรณีการผ่าตัดเปลี่ยนไตในผู้ป่วยต่างชาตินั้น จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของกฎหมาย – กรุณาสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ก่อนทำการนัดหมายใดๆ)
  • การให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ: เป็นการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่อาจจำเป็นต้องจำกัดปริมาณโปรตีน เกลือ ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการแทรกซ้อน
 

ห้องตรวจและเครื่องมือทางการแพทย์

  • ห้องตรวจที่เป็นส่วนตัว 8 ห้อง
  • ห้องให้การรักษา
  • เครื่องมือสำหรับการวัดชีพจรและการเจาะเลือด
  • ห้องสอนแสดง (education room)
  • สื่อการสอน (คู่มือ คำแนะนำ แผ่นผลิก วีดิทัศน์)

เวลาทำการ

วันจันทร์-วันศุกร์   เวลา 8.00-20.00 น.
วันเสาร์และวันอาทิตย์   เวลา 8.00-17.00 น.
 

สถานที่ตั้ง

อาคารบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล คลินิก ชั้น 19
33 สุขุมวิท ซอย 3 (ซอยนานาเหนือ) เขตวัฒนา กทม.10110 ประเทศไทย
 

ติดต่อเรา

โทรศัพท์: 0 2667 9501, 0 2667 9502, 0 2667 9503
โทรสาร: 0 2667 9505

ศูนย์โรคไต
ข้อมูลศูนย์โดยสรุป: ดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไตทั้งในแบบระยะสั้นและยาวอย่างครบครันด้วยเทคโนโลยี รักษาโรคไตเรื้อรัง ไตวายเฉียบพลัน ให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนโภชนาการและพฤติกรรม
คะแนนโหวต: 8.48 of 10, จากจำนวนคนโหวต 21 คน
1
รายชื่อแพทย์

*กรุณาคลิกสาขาเฉพาะทางด้านล่างเพื่อดูรายชื่อแพทย์
9022|0
9022
custom.bihcenter
9022