bih.button.backtotop.text

Medical Travel

ALTERNATIVE HOSPITAL QUARANTINE (AHQ) AT BUMRUNGRAD INTERNATIONAL HOSPITAL

Due to the COVID-19 pandemic, the Thai authorities imposed the regulations regarding a permission to enter the Kingdom of Thailand, including the quarantine upon arrival.

Bumrungrad international hospital remains ready to accept the patients to provide state-of-the-art healthcare as well as quarantine of the patients and their companions during this difficult time.
 

DOCUMENTS REQUIRED FOR THE APPROVAL PROCESS:

  1. A patient’s passport copy with a certified signature.
  2. A companion’s passport(s) copy(ies) with a certified signature(s). [max. 3 companions, 1 only preferred]
  3. An updated medical report with relevant investigation results.
  4. A Referral Letter from a doctor in a current country, stating the need to seek treatment in Thailand.
  5. A Vaccination Certificate, stating its name, a manufacturer and lot number of vaccine with a provider’s or center’s name.
  6. A proof of financial status, e.g. bank statement.
  7. An Affidavit of Support.* (Only for patient with companions.)
  8. A Letter of Intent and Consent for Quarantine.*
  9. A Communicable Diseases Screening Form.*
  10. A Travel Advice and an Assessment Before Medical and Surgical Care Form.*

*No. 7 – 10: Prepared by Bumrungrad International, filled out and signed by the patient and/or    companions. 
 
Relevant documents will be submitted to the Thai authorities for approval to enter Thailand. Once approved, a copy of the stamped Confirmation Letter will be sent to the patient to apply for the Certificate of Entry (COE) in the current country via the internet https://coethailand.mfa.go.th. Thai medical visa application is also required at this stage.

 

DOCUMENTS REQUIRED PRIOR TO DEPARTURE:

  1. The Certificate of Entry (COE).
  2. A valid Thai visa.
  3. An insurance policy covering COVID-19, minimum amount of USD100,000 each, for the patient and companion(s). [Complimentary from the hospital]
  4. A flight ticket. (if available)
  5. A COVID-19 test result within 72 hours before departure. (DO NOT attempt to get the COVID-19 test before the approval is confirmed.)
  6. A Fit-to-fly certificate within 72 hours before departure. (Not required by Thai authorities.Please check with your airlines, if this document is needed.)


 

PROTOCOL FOR QUARANTINE IN BUMRUNGRAD INTERNATIONAL HOSPITAL:

  • Quarantine for 7 ,10 or 14 (plus 1-2) days upon arrival.
  • Individuals with a completed course of accepted COVID-19 vaccination, for at least 14 days prior to departure: 7-day quarantine.
  • Individuals without a completed course of accepted COVID-19 vaccination: 10-day quarantine.
  • Individuals from the certain countries with virus mutation and variants: 14-day quarantine.
  • Arrival (as shown on ticket) 12:01am midnight to 6:00pm = day 1. Arrival 6:01pm to 12:00am midnight = day 0, the next morning = day 1.
  • Completion of quarantine on day 8, 11 or 15.
  • One companion in the same room with a patient. 2nd and 3rd companions in their own rooms, one room each.
  • A patient and companions must remain in the room at all times, except for medical investigations and procedures.
  • A fever and respiratory tract symptoms monitoring.
  • Swabs for COVID-19 (rt-PCR) x 2 times (day 0-1 and 7) or x 3 times (day 0-1, 5 and 10 / day 0-1, 7 and 14).
  • Positive COVID-19 cases admitted in Bumrungrad International on their own expenses (under insurance coverage, conditions may apply).
  • Smoking not allowed.
  • Premature return / repatriation not allowed by Thai authorities.
 

For more information and AHQ Packages, please download


Download_EN-(2).png

 
 

Safety and Security

The Kingdom of Thailand continue to attract thousands of tourists and new residents from around the world, all drawn to its diverse landscapes, world-famous cuisine, and ancient culture. Although tourists and residents of Thailand can enjoy relative calm and safety throughout their time in the Kingdom, it’s important to be aware of the current realities facing Thailand.

Political Situation in Thailand

The government structure of Thailand is known as a Constitutional Monarchy, currently under King Maha Vajiralongkorn, who ascended the throne in December 2016 following the October 2016 passing of King Bhumibol Adulyadej.

Since 2005, Thailand has experienced many instances of political turmoil which include a military coup d’état in 2006 that resulted in the removal of then-Prime Minister Thaksin Chinawat, followed by anti-government protests and conflicts between competing political factions for several years. In August 2014, Royal Thai Army General Prayut Chan-ocha was appointed Prime Minister, following another coup d’état a few months before.

Today, the political situation in most of Thailand is relatively calm, with the new constitution having been signed in April 2017. However, the Southern region of the country continues to experience unrest and violence due to ethnic and nationalist insurgents. Officials continue to advise tourists and residents to exercise caution when traveling to these areas, and to always stay informed of the current political climate.

Thailand has a healthy and fairly consistent system of information and journalism, where the most current political events and realities are covered both in English and Thai. One such outlet is. Read More

Safety in Thailand: Road Travel

Traveling within Thailand is relatively simple with buses, trains, planes, and boats making it possible to reach nearly all areas of the country rather easily. Within the city of Bangkok taxis, motorcycles, cars, and an extensive subway system connects the entire city. For those who choose to drive in Thailand, there are some important points to consider regarding the laws and regulations that govern driving in Thailand. The website Driving in Thailand provides comprehensive information on the rules, regulations, and expectations that come along with driving in Thailand.

  • COVID-19 Situation in Thailand

WHO รายงานสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อ Coronavirus ที่เพิ่งค้นพบใหม่คนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จะมีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยถึงปานกลางและฟื้นตัวโดยไม่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ แต่ผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัญหาทางการแพทย์ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง และโรคมะเร็ง มีแนวโน้มที่จะเกิดอาการร้ายแรง ดังนั้นควรติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ซึ่งมีอยู่ในเว็บไซต์ WHO และผ่านหน่วยงานสาธารณสุขของประเทศ ประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกประสบปัญหาการระบาดของ COVID-19 เจ้าหน้าที่ในประเทศจีนและอีกหลายประเทศสามารถชะลอการระบาดได้ แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์ไม่สามารถคาดการณ์ได้ดังนั้นโปรดตรวจสอบและติดตามข่าวอย่างสม่ำเสมอ

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แพร่กระจายผ่านทางน้ำมูก น้ำลายเป็นหลัก โดยเฉพาะเมื่อผู้ติดเชื้อมีอาการไอหรือจามดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องฝึกมารยาทในการไอ จาม วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันตนเองและลดการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่นนั้น มีดังนี้
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำเป็นประจำหรือทำความสะอาดด้วยมือเจลแอลกอฮอล์
  • รักษาระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร (3ฟุต) ระหว่างคุณและผู้คนที่มีอาการไอ จาม หรือพูดคุยกัน เพราะคุณอาจได้รับละอองของสารคัดหลั่งจากจมูกหรือปากของคนที่มีไวรัส COVID-19อยู่ หากคุณอยู่ใกล้กันเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการไปยังที่แออัด ในที่ที่ผู้คนมารวมตัวกัน เนื่องจากคุณมีโอกาสที่จะใกล้ชิดกับคนที่มี COVID-19 และยากต่อการรักษาระยะห่าง 1 เมตร (3 ฟุต)
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า ดวงตา จมูก และปาก  เนื่องจากมือของคุณสัมผัสกับพื้นผิวมากมายและอาจปนเปื้อนไวรัสได้ หากคุณนำมือที่ปนเปื้อนสัมผัสใบหน้า ดวงตา จมูกหรือปากของคุณ ไวรัสจะสามารถเข้าสู่ร่างกายของคุณและทำให้ติดเชื้อได้
  • ปิดปากและจมูก ด้วยข้อศอกด้านในหรือกระดาษชำระ และล้างมือให้สะอาดทันทีเมื่อไอหรือจาม เพื่อป้องกันคนรอบข้างคุณจากไวรัสต่างๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ COVID-19
  • อยู่บ้านถ้ารู้สึกไม่สบาย แม้ว่าคุณจะมีอาการเพียงเล็กน้อย และแยกตนเองออกจากผู้อื่นจนกว่าคุณจะหายดี หากต้องออกจากบ้านเพื่อรับของต้องสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตนเองและผู้อื่น
  • หากคุณมีไข้ไอและหายใจลําบากให้ไปพบแพทย์ ควรโทรศัพท์แจ้งล่วงหน้าถ้าเป็นไปได้และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานด้านสุขภาพในท้องที่ของคุณ เนื่องจากหน่วยงานระดับชาติและระดับท้องถิ่นจะมีข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ของคุณ การโทรล่วงหน้าจะช่วยให้ผู้ให้บริการดูแลสุขภาพของคุณสามารถนำคุณไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว สิ่งนี้จะช่วยปกป้องคุณและช่วยป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสและการติดเชื้ออื่น ๆ
  • ติดตามข้อมูลล่าสุดจากแหล่งที่เชื่อถือได้เช่น WHO หรือหน่วยงานด้านสุขภาพในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศของคุณ หน่วยงานระดับท้องถิ่นและระดับชาติเป็นแหล่งที่ดีที่สุดในการให้คำแนะนำว่าผู้คนในพื้นที่ของคุณควรทำอะไรเพื่อปกป้องตนเอง
 

ความคืบหน้าสถานการณ์ วัคซีนโควิด 19 ในประเทศไทย จาก ศบค.

  • ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 21 มีนาคม 2564 มีผู้ได้รับฉีดวัคซีนโควิด19 ในประเทศไทยแล้วจำนวน 73,517 คน
  • วัคซีน Sinovac จำนวน 800,000 โดสแรกได้มาถึงประเทศไทยแล้วเมื่อวันที่ 20 มีนาคม และจะถูกกระจายไปใน 18 จังหวัดรวม โดยจะใช้ 300,000 โดสเพื่อป้องกันและควบคุมโรค 200,000 โดสเพื่อบุคลากรในระบบสาธารณสุข และ 300,000 โดสเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจในแหล่ง ท่องเที่ยวสำคัญ

Update สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จาก WHO :

สรุปสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อัพเดตล่าสุด 22 มี.ค. 64 ดังนี้
 
  • สถานการณ์ในต่างประเทศ
    • มีรายงานผู้ป่วยยืนยันทั่วโลก ในวันที่ 22 มีนาคม 2564 จำนวน 123,630,825 ราย เสียชีวิต 2,722,431 ราย โดยประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยยืนยัน 5 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา บราซิล อินเดีย รัสเซีย และ ฝรั่งเศส

 ประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศ
  • สหราชอาณาจักร สายการบินบริติช แอร์เวย์ส หรือบีเอ จะเริ่มใช้ “วัคซีนพาสปอร์ต” กับผู้ที่เดินทาง ระหว่างประเทศกลับสู่อังกฤษในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งชาวอังกฤษจะได้รับอนุญาตให้เดินทางในวันหยุดได้ โดยขอให้ผู้ที่ได้รับ วัคซีนโควิด-19 แล้ว 2 โดส แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการรับวัคซีนของพวกเขาผ่านแอพพลิเคชั่น “บีเอ” ทั้งนี้อังกฤษ จะไม่อนุญาตให้มีวันหยุดจนกกว่าจะถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 เป็นอย่างเร็ว
  • สหราชอาณาจักร แอสตราเซเนกา กล่าวว่า ยังไม่พบหลักฐานว่า วัคซีนเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคลิ่มเลือด อุดกั้นในปอด ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก หรือ เกล็ดเลือดต่ำ ไม่ว่าจะเป็นคนในกลุ่มอายุเท่าใด เพศใด หรือประเทศใด ซึ่งการทบทวนข้อมูลของแอสตราเซเนกาครอบคลุมประชาชนมากกว่า 17 ล้านคนที่ได้รับการฉีดวัคซีน ในสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ในไอร์แลนด์ เดนมาร์ค นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ เนเธอร์แลนด์และ ออสเตรีย ระงับการใช้วัคซีนของแอสตราเซเนกา เนื่องจากประเด็นดังกล่าวแล้วสหราชอาณาจักร จะเริ่มผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในวันที่ 22 ก.พ. 2564และจะกลับมาเปิดโรงเรียนทุกแห่งได้ในวันที่ 8 มี.ค. 2564ขณะที่การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครอบคลุมมากถึง 1 ใน 3 ของจำนวนผู้ใหญ่ทั้งหมดในประเทศแล้ว
  • สหรัฐอเมริกา ผู้บริหารบริษัท “โนวาแวกซ์” กล่าวว่า วัคซีนเอ็นวีเอ็กซ์-โควี 2373 (NVX-CoV2373) มี ผลในการป้องกันโรคโควิด-19 ที่มีอาการรุนแรงถึงร้อยละ 100 จากการทดลองระยะที่ 3 ในอังกฤษ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการ ทดลอง 15,000 คน อายุระหว่าง 18-84 ปี โดยในกลุ่มที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ร้อยละ 27 พบว่ามีประสิทธิภาพถึงร้อย ละ 96.4 แต่มีประสิทธิภาพลดลงอยู่ที่ร้อยละ 89.7 ในผู้ป่วยโรคโควิด-19 กลายพันธุ์ชนิด บี.1.1.7 ส่วนการทดลองใน แอฟริกาใต้ ในประชาชนราว 2,600 คน พบว่า วัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพร้อยละ 48.6
 
  • สถานการณ์ในประเทศไทย อัพเดตล่าสุด 22 มี.ค. 2564 ดังนี้

พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อสะสม

27,876 (+73)

ราย

หายแล้ว

26,663 (+65)

ราย

รักษาอยู่ในโรงพยาบาล

1,122

ราย

เสียชีวิต

91 (+1)

ราย

 
  • มาตรการในประเทศไทย
    • กรุงเทพมหานคร บริการตรวจคัดกรองเชิงรุกหาเชื้อโควิด-19 ให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 6 ตลาด ย่านบางแค และพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ ตลาดสิริเศรษฐนนท์ (แสงฟ้าเก่า) ตลาดศูนย์การค้าบางแค ตลาดกิตติ ตลาดภาสม ตลาดใหม่บางแค และตลาดวันเดอร์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ บริเวณสวนสาธารณะข้างเดอะมอลล์บางแค เนื่องจากมีประชาชนมารอรับ การตรวจเป็นจำนวนมาก จึงขยายวันให้บริการตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วยรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทานไปจนถึง วันที่ 26 มีนาคม 2564 นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) มาร่วมตรวจ จึงสามารถให้บริการ SWAB ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้ถึง 1,000 คน/วัน ทั้งนี้ ประชาชนที่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดในพื้นที่ ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม 2564 ขอความร่วมมือให้เข้าระบบคัดกรอง BKK COVID-19 โดยเตรียมบัตรประชาชน และหากมีสมาร์ทโฟนจะช่วยให้การลงทะเบียนรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ สามารถเข้ารับบัตรคิว เพื่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อ ได้ตั้งแต่เวลา 07.30 น. โดยจะกำหนดช่วงเวลาการรับบริการตามหมายเลขบัตรคิว และ เริ่มตรวจคัดกรอง ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป สำหรับการทำความสะอาดพื้นที่ ในวันที่ 16 มีนาคม 2564 สำนักงานเขตบางแค จะจัดเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดตลาดย่านบางแค ทั้ง 6 แห่ง ตั้งแต่ 09.00 น. เป็นต้นไป โดยในช่วงเช้าจะทำความสะอาดแบบแห้งและในช่วงบ่ายจะดำเนินการฉีดล้าง ขัด และฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำและน้ำยา นอกจากนี้จะปิดตลาดทั้ง 6 แห่ง จำนวน 3 วัน (16 - 18 มีนาคม 2564) จากนั้นจะประเมินผลจากการตรวจเชิงรุก กลุ่มเสี่ยง หากพบว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก จะพิจารณาขยายวันปิดต่อไป
    • รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าวันที่ 20 มีนาคมนี้ จะมีวัคซีนซิโนแวค มาเพิ่มอีก 8 แสนโดส ทั้งนี้ ได้มีการให้องค์การเภสัชกรรม ดำเนินการสั่งซื้อวัคซีนเพิ่มอีก 5 ล้านโดส เพื่อให้เพียงพอ ต่อการใช้ฉีด กำลังดูว่าวัคซีนนี้ จะมาทันได้ตามที่ต้องการคือเมษายนและพฤษภาคม 2564เพื่อให้มีวัคซีนใช้ก่อนที่วัคซีน ของแอสตราเซเนกาที่ผลิตในไทยจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน ส่วนความคืบหน้าการขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ของ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน คาดว่าจะมีการพิจารณาเสร็จสิ้นเดือนนี้ ส่วนวัคซีนบารัตของอินเดีย ยังไม่คืบหน้า เนื่องจากเอกสารยังไม่ครบ
    • เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ระบุว่าการจัดกิจกรรมสาดน้ำเป็นคนละส่วนกับการผ่อนคลายมาตรการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพราะคลัสเตอร์ใหม่ในพื้นที่บางแคเป็นเพียงจุดเดียว ซึ่งการแพร่ระบาดที่ตลาดบางแคไม่น่าหนักใจว่าจะมีการขยายวงกว้าง ไปยังพื้นที่อื่น พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมาพบว่าการแพร่ระบาดในตลาดสด ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวที่ไปมาหาสู่กัน ซึ่งอาจระมัดระวังไม่เพียงพอ โดยต่อไปจะเฝ้าระวังในพื้นที่ตลาดสดมากขึ้น แต่ยืนยันว่ายังไม่ต้องกรีดวงห้าม เคลื่อนย้ายแรงงานอย่างตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาจะใช้โมเดลเดียวกับตลาดพรพัฒน์ จ.ปทุมธานี ซึ่งเชื่อว่ากระทรวงสาธารณสุขสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่จะต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน ในพื้นที่โดยรอบด้วย อย่างไรก็ตาม ในวันพุธที่ 17 มีนาคมนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจ พิจารณา การผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะสามารถเคาะมาตรการช่วง เทศกาลสงกรานต์ เพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 19 มีนาคมนี้ เพื่อพิจารณาอีกครั้ง
    • จังหวัดประจวบคีรีขันธ์โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เตรียมความพร้อมรองรับผู้ป่วยโควิด-19 หากมี ผู้ป่วยโควิด-19 จะมีขั้นตอนคือ ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงจะได้รับการดูแลรักษาอยู่ในห้อง Cohort ward ซึ่งเป็นห้องรวม ของผู้ป่วยโควิด -19 สามารถรับผู้ป่วยได้ 18 เตียง จัดให้บริการทางการแพทย์ตามมาตรฐาน และได้นำเทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ในการดูแล และติดตามอาการผู้ป่วย มีจอมอนิเตอร์วงจรปิดเพื่อดูอาการของผู้ป่วยและใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ป่วย เพื่อลดการสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง หากผู้ป่วยมีอาการหนักหรือรุนแรงก็จะให้การดูแลรักษาภายในห้องความดันลบ (Negative pressure)
    • จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาลอบเข้าไทย 33 ราย บริเวณช่องทางธรรมชาติ ใกล้เคียงด่านสิงขร พบติดเชื้อโควิด-19 ถึง 4 ราย ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมและผู้เกี่ยวข้อง 200 คน เป็นผู้มีความเสี่ยงสูง อยู่ระหว่างการตรวจและรอผล ในขณะที่อ.เมือง ได้เพิ่มความเข้มงวด หลังมีกลุ่มคนได้ขนสินค้าหนีภาษีจากช่องทาง ชายแดนเมียนมา นอกจากนี้ยังมีการขนถ่ายแรงงานเมียนมาผิดกฎหมายอีกด้วย

ประเมินความเสี่ยงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
สถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในระดับโลก พบผู้ป่วยสะสมรวมมากกว่า 120 ล้านคน โดยจำนวนผู้ป่วยรายวันพบว่าเริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้นเล็กน้อยจากช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์2564 แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า 5 แสนคนต่อวัน ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตรายวันมีแนวโน้มลดลงในระดับต่ำกว่า 1หมื่นคนต่อวัน รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมด มากกว่า 2.6 ล้านคน ส่วนในประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อจากการระบาดในระลอกใหม่22,768 ราย โดยมากกว่าสองในสาม พบจากการคัดกรองเชิงรุก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันในประเทศอยู่ในแนวโน้มต่ำกว่า 100 รายต่อวัน โดยยังคงพบกลุ่มก้อนของผู้ติดเชื้อจากตลาดในย่านบางแค ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งแรงงานชาวเมียนมา แสดงให้เห็นว่า สถานที่ที่มีคนมารวมกันเป็นจำนวนมาก เช่นตลาด มีแรงงานต่างชาติอยู่เป็นจำนวนมาก และมีการ ตะโกนพูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย ยังคงเป็นสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อดังเช่นในกลุ่มก้อนผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้ และถึงแม้ว่าจะเริ่มให้วัคซีนกันแล้ว แต่การรักษาระดับมาตรการการควบคุมป้องกันโรคให้ได้ก็ยังคงเป็นเรื่องที่จำเป็น ไปอีกเป็นเวลานาน จึงขอร่วมมือพี่น้องประชาชนในการป้องกันควบคุมโรคร่วมกันโดยสวมใส่หน้ากากอนามัยล้างมือบ่อยๆ ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะสถานที่เสี่ยงที่มีคนรวมกันอยู่อย่างแออัด สแกนไทยชนะ หรือใช้หมอชนะ เมื่อเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ หากมีอาการไข้ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หรือจมูกไม่รับกลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้รีบพบแพทย์และ เปิดเผยประวัติการเดินทางให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้



Update สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จาก กรมควบคุมโรค : 

IC Action:  สรุปมาตรการดำเนินการการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล  ดังนี้
  1. ดำเนินการเตรียมความพร้อมโดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดตั้ง COVID-19 command center เพื่อประชุมวางแผนรับมือในสถานการณ์ COVID-19 ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2563 และซ้อมเสมือนสถานการณ์จริง
  2. ทบทวนและสื่อสาร workflow ในการให้บริการผู้ป่วยให้มีความปลอดภัยทั้งกับผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ในสถานการณ์ COVID-19 รวมทั้ง
  3. ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ PPE และการปฏิบัติตัวเพื่อความปลอดภัยในสถานการณ์COVID-19
  4. Facility : เตรียมความพร้อมใช้ของห้อง Negative Pressure กำหนดสถานที่ที่ใช้ดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง
  5. Stockpile ของอุปกรณ์ป้องกันร่างกายให้เพียงพอและพร้อมใช้
  6. พัฒนาห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลเพื่อรองรับในการตรวจเชื้อไวรัส SARS-CoV-2
  7. IC ได้ติดตามสถานการณ์การระบาดในประเทศและต่างประเทศ ร่วมกับสำนักระบาดและกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด และนำมาปรับใช้กับแบบคัดกรองของโรงพยาบาล
  8. ร่วมมือกับทีมในการจัดหาอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนมาตรการความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้รับบริการ เช่น Xenex, EOS ( Extra aerosol Oral Suction), LUCAS
  9. ร่วมมือกับทีม medical transport ในการรับย้ายผู้ป่วยและญาติจากด่านพรมแดนระหว่างประเทศเพื่อเขามารับการรักษา รวมทั้งเป็นส่วนร่วมในทีมเรื่องการจัดตั้ง Alternative State Quarantine และ Hospital State Quarantine 


คำแนะนำการเดินทางช่วง COVID-19: COVID-19 ในประเทศไทยอยู่ในระดับปานกลาง

การเดินทางอาจเพิ่มโอกาสในการรับและแพร่กระจายเชื้อ COVID-19 ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรงจาก COVID-19 ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าประเทศไทย การอยู่บ้านเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันตัวเองและผู้อื่นจาก COVID-19 สนามบินสถานีขนส่งสถานีรถไฟและจุดพักรถล้วนเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับไวรัสได้ สถานที่เหล่านี้ยังเป็นสถานที่ที่ยากต่อการเว้นระยะห่างทางสังคม หากคุณเดินทางให้ทำตามขั้นตอนก่อนระหว่างและหลังการเดินทางเพื่อป้องกันตัวเองและผู้อื่นไม่ให้ติดเชื้อ COVID-19
  • ก่อนเดินทาง ควรเข้ารับการทดสอบเชื้อ COVID-19  1-3 วันก่อนการเดินทาง อย่าเดินทางหากคุณกำลังรอผลการทดสอบ หรือผลตรวจพบเชื้อ COVID-19 หรือไม่สบาย ปฏิบัติตามข้อกำหนดการเข้าเมืองปลายทางของคุณและให้ข้อมูลสุขภาพที่จำเป็นหรือร้องขอ 
หากคุณได้รับการฉีดวัคซีน COVID-19 แล้ว ควรรอ 2 สัปดาห์หลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่สองจึงจะเดินทาง - ร่างกายของคุณต้องใช้เวลาในการสร้างภูมิคุ้มกันหลังจากฉีดวัคซีน
  • ในระหว่างการเดินทาง ให้สวมหน้ากากอนามัย อยู่ห่างจากผู้เดินทางอื่นอย่างน้อย 6 ฟุต ล้างมือบ่อยๆ หรือใช้เจลทำความสะอาดมือและสังเกตอาการเจ็บป่วย
  • ก่อนเดินทางกลับ เข้ารับการตรวจ COVID-19 ไม่เกิน 3 วันก่อนเที่ยวบินของคุณออกเดินทาง ผลการทดสอบต้องเป็นลบ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำหรือข้อกำหนดของสายการบินแต่ละประเทศ
  • หลังจากเดินทางแล้ว ให้ทำตามขั้นตอนเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเจ็บป่วย สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่นอกบ้าน อยู่ห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 6 ฟุต ล้างมือบ่อยๆหรือใช้เจลทำความสะอาดมือและสังเกตอาการเจ็บป่วย
    • หากคุณเข้าร่วมกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงให้เข้ารับการทดสอบ 3-5 วันหลังการเดินทางและอยู่บ้าน 7 วันหลังการเดินทาง
    • การอยู่บ้าน 10 วันจะปลอดภัยที่สุด
    • หากคุณเคยสัมผัสกับผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าเป็น COVID-19 ขณะเดินทาง ให้ชะลอการเดินทางและแยกกักกันตนเองจากคนอื่นเพื่อสังเกตอาการ และเข้ารับการตรวจหากคุณมีอาการ


Update คำแนะนำการเดินทางช่วง COVID-19 ในประเทศไทย 
 
  • Information on Current Infectious Disease Situation

รายงานสถานการณ์ในประเทศไทย : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข อัพเดท 22 ก.พ. 2564

  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” ป้องกันโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง และโรคอาหารเป็นพิษ หากมีอาการปวดท้องรุนแรง ถ่ายเหลว หรืออุจจาระเป็นมูกปนเลือด กระหายน้ำมากกว่าปกติ ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว วันนี้ (22 กุมภาพันธ์ 2564) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงนี้ประเทศไทยเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง และโรคอาหารเป็นพิษ กรมควบคุมโรค จึงขอให้ประชาชนรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ อาหารที่เก็บไว้นานเกิน 2 ชั่วโมง อาหารค้างมื้อควรนำมาอุ่นร้อนให้ทั่วถึงก่อนรับประทาน เลือกซื้อน้ำดื่ม น้ำแข็งที่สะอาดได้มาตรฐาน ล้างวัตถุดิบให้สะอาดก่อนนำมาปรุงประกอบอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว พยาธิฯ เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง ถ่ายเหลว อุจจาระมีเลือดปน คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ ในบางรายที่อาการรุนแรง จนเกิดภาวะขาดน้ำ เช่น คอแห้ง ปากแห้ง ปัสสาวะออกน้อย ทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้ 
สำหรับผู้ประกอบอาหารต้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและปรุงอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ เช่น ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนเตรียมและปรุงอาหาร ล้างวัตถุดิบ ภาชนะและอุปกรณ์ให้สะอาด สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย สวมหมวกคลุมผม ไม่ปฏิบัติงานขณะป่วย เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคในอาหารและน้ำไปสู่ผู้บริโภคได้ สำหรับประชาชนที่มีอาการป่วยข้างต้น สามารถช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยให้ผู้ป่วยจิบน้ำผสมสารละลายเกลือแร่ (ORS) บ่อยๆ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ และควรรับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย หากอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบไปพบแพทย์ หากต้องการใช้ยาปฏิชีวนะ ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์
 

สรุปสถานการณ์โรคติดต่อระดับสากล และระดับประเทศ : WHO อัพเดตล่าสุด 17 มี.ค. 64 ดังนี้

  • สรุปสถานการณ์การระบาดของโรคเมอร์ส อัพเดตล่าสุด 17 มี.ค. 64 ดังนี้ 
    • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ - มีรายงานผู้ป่วย MERS-CoV 1 ราย เป็นชายอายุ 39 ปีเจ้าของฟาร์มอูฐ มีไข้และไอเมื่อวันที่ 18 มกราคม และได้การยืนยันว่าเป็นโรค MERS-CoVในวันที่ 31 มกราคม
    • ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พบผู้ป่วยรายแรก ในเดือนกรกฎาคม 2556 ตั้งแต่นั้นมามีรายงานผู้ป่วย MERS-CoV รวม 92 รายและผู้เสียชีวิต 12 ราย
    • ทางการซาอุดิอาระเบียรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคเมอร์สรายใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 31 ธันวาคม 2563 พบผู้ป่วยรายใหม่ 4 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยพื้นที่พบผู้ป่วยใหม่อยู่ใน Riyadh, Taif, Al-Ahsaa
    • องค์การอนามัยโลกสรุปยอดผู้ป่วยโรคเมอร์ส ตั้งแต่ปี 2555 ถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 จำนวนผู้ติดเชื้อ MERS-CoV ที่ได้รับการยืนยันในห้องปฏิบัติการ ทั้งหมด 2,567 ราย เสียชีวิต 882 ราย ส่วนใหญ่ได้รับรายงานจากราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
  • สรุปสถานการณ์การระบาดของโรคอีโบลา อัพเดตล่าสุด 17 ก.พ. 64 ดังนี้
    • เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 กระทรวงสาธารณสุข (MoH) ของกินีได้แจ้งให้ WHO ทราบถึงกลุ่มผู้ป่วยโรคไวรัสอีโบลา (EVD) ในจังหวัดย่อย Gouécké ภูมิภาค Nzérékoré ประเทศกินีระหว่างวันที่ 18 มกราคมถึง 13 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้ป่วยมาด้วยอาการท้องร่วงอาเจียนและมีเลือดออกหลังจากเข้าร่วมงานฝังศพของญาติ (พยาบาลอายุ 51 ปี) เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564
    • ผู้ป่วยยืนยันที่ได้รับการรายงานรายแรกของการระบาดนี้เป็นพยาบาลซึ่งป่วยด้วยอาการ ปวดศรีษะ มีไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน มาโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2564 ผู้ป่วยรายนี้เสียชีวิตวันที่ 28 มกราคม 2564 พบผู้สัมผัสกับผู้ป่วยราบนี้ถึง 6 รายซึ่งป็นสมาชิกในครอบครัว และผู้ที่เธอไปเยี่ยม ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 ระบุมีผู้สัมผัสถึง 192 ราย แต่ยังไม่มีรายงานการติดต่อไปในประเทศเพื่อนบ้าน
    • เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกได้ประกาศการระบาดของโรคไวรัสอีโบลา (EVD) หลังจากการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการของผู้ป่วยรายหนึ่งใน North Kivu มีการระบุผู้สัมผัสกับผู้ป่วยรายนี้ทั้งหมด 117 ราย และยังอยู่ระหว่างการติดตาม และสอบสวนโรค


ข้อมูลสถานการณ์โรคติดต่อ Global และ Nation สัปดาห์ที่ 11  ประจำวันที่ 13 – 19 มี.ค. 64 รายละเอียดดังนี้


1. สถานการณ์ทั่วโลก (ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก)
 
Disease Province Concern
โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: (Update  17 Mar 21)   
    Abu Dhabi
  • ซาอุดีอาระเบีย : (Update 1 Feb 21)   Riyadh , Taif,   Al-Ahsaa
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: (Update  13 Jan 20)   Abu Dhabi
  • กาตาร์ (Update 18 Feb 20) Doha
โรคไวรัสอีโบลา
  • ประเทศกินี (Update 17 Feb 21)
  • สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Update 10 Feb 21)
โรคหัด
  • ประเทศคองโก ( Update 6 May 2020)
  • ประเทศแมกซิโก (Update 21 April 2020)
ไข้เลือดออก
  • ฝรั่งเศส (Update 23 April 2020)
  • ประเทศชิลี (Update 7 Feb 2020)
โรคไข้เหลือง
  • เซเนกัล (Update 29 Dec 2020)
  • กินี (Update 23 Dec 2020)
  • ฝรั่งเศส (Update 1 Aug 2020)
  • สาธารณรัฐกาบอง (Update 17 Jun 2020)
โรคไข้ปวดข้อยุงลาย (Chikungunya)
  • สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Update 1 May19)
Avian Influenza
  • ประเทศเนปาล (H5N1)
  • ประเทศจีน (H5N2)
  • (Update 27 Jun 19  no new case of Human Infection)
อหิวาตกโรค
  • ประเทศโตโก (Update 4 Jan 2021)
ไข้ริฟต์แวลลีย์
  • ประเทศเคนยา (Update 12 Feb 2021)


2. สถานการณ์ในประเทศไทย (ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข)
 
อุจจาระร่วง ข้อมูลเฝ้าระวังโรคจากสํานักระบาดวิทยาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 16 มี.ค. 2564  พบผู้ป่วย 131,077 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก
  1. อํานาจเจริญ
  2. มุกดาหาร
  3. เชียงราย
  4. จันทบุรี
  5. ร้อยเอ็ด
ปอดอักเสบ ข้อมูลเฝ้าระวังโรคจากสํานักระบาดวิทยาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 15 มี.ค. 2564  พบผู้ป่วย 32,854 ราย พบผู้เสียชีวิต 40 ราย จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก
  1. ขอนแก่น
  2. อุบลราชธานี
  3. ยะลา
  4. ศรีสะเกษ
  5. เชียงราย              
ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A,B ข้อมูลของกรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 15 มี.ค. 2564  พบผู้ป่วย 3,981 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิตจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก
  1. อุบลราชธานี
  2. พิษณุโลก
  3. สุโขทัย
  4. กระบี
  5. พังงา
โรคมือ เท้า ปาก ข้อมูลเฝ้าระวังโรคจากสํานักระบาดวิทยาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 15 มี.ค. 2564  พบผู้ป่วย 7,863 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต  จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูง 5 จังหวัด
  1. พะเยา
  2. เชียงราย                                                  
  3. แพร่
  4. น่าน
  5. แม่ฮ่องสอน
โรคไข้เลือดออก ข้อมูลเฝ้าระวังโรคจากสํานักระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 15 มี.ค. 2564 พบผู้ป่วย 1779 ราย พบผู้เสียชีวิต 1 ราย จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก
  1. กรุงเทพมหานคร
  2. ระนอง                       
  3. แม่ฮ่องสอน
  4. ชลบุรี
  5. ระยอง

 

Entry Requirements

Prior to confirming your appointment at Bumrungrad International Hospital, you should consider the entry requirements of Thailand. You may need to get vaccinated or apply for a visa in order to enter the Kingdom of Thailand. 

Health and Vaccinations

As with traveling to most other countries, health authorities advise all travelers to always make sure that they’re up to date on all their vaccinations before the trip. Every traveler needs to be up to date on their routine vaccinations, which are: thediphtheria-tetanus-pertussis vaccine, the chickenpox vaccine, the polio vaccine, the measles-mumps-rubella (MMR) vaccine, and your regular flu vaccine.

Additionally, please see the table below for more specific vaccine recommendations that may apply to specific people before entering Thailand.

Vaccine

Who Needs It?

Why?

Japanese Encephalitis

Some travelers who may be staying in Thailand for a long time, or planning to travel around the country

There have been reports of transmissions in Northern Thailand, as well as the coastal areas of Southern Thailand.

Typhoid

Most travelers , especially those planning to travel to rural areas or are adventurous eaters

There is a risk of contamination through food or water.

Hepatitis A

Most travelers.

There is a high risk of contamination through food or water.

Rabies

Some travelers , especially those who will come into contact with a lot of animals

Although rabies is not a major risk in Thailand, it can be found in some animals, especially street dogs and cats.

Hepatitis B

Some travelers , especially those who plan to get tattoos or piercings while traveling in Thailand

Hepatitis B is transmitted through sexual contact, as well as through contaminated needles and other blood products.

Cholera

Some travelers

There is a risk for contamination through food or water, especially in areas where there is an active transmission.

Yellow Fever

Only people who are traveling from countries with a risk of yellow fever contamination.

There is no risk of yellow fever contamination in Thailand. However, the government of Thailand requires proof of vaccination against yellow fever from all travelers who are coming from countries that have a risk of contamination. To determine if you are one of these travelers, please see this list from the Centers for Disease Control and Prevention

 

Malaria: When traveling in Thailand, you should avoid mosquito bites to prevent malaria. You may need to take prescription medicine before, during, and after your trip to prevent malaria, depending on your travel plans, such as where you are going, when you are traveling, and if you are spending a lot of time outdoors or sleeping outside. Talk to your doctor about how you can prevent malaria while traveling. Areas of Thailand with risk of malaria: Primarily in provinces that border Burma (Myanmar), Cambodia, and Laos and the provinces of Kalasin, Krabi (Plai Phraya district), Nakhon Si Thammarat, Narathiwat, Pattani, Phang Nga (including Phang Nga City), Rayong, Sakon Nakhon, Songkhla, Surat Thani, and Yala, especially the rural forest and forest fringe areas of these provinces. Rare to few cases in other parts of Thailand, including other parts of Krabi Province and the cities of Bangkok, Chiang Mai, Chiang Rai, Koh Phangan, Koh Samui, and Phuket.

None in the islands of Krabi Province (Koh Phi Phi, Koh Yao Noi, Koh Yao Yai, and Ko Lanta) and Pattaya City. See more detailed information about malaria in Thailand.

Immigration and Customs

The entry requirements to enter Thailand may vary depending on your country of origin. For more specific information that applies to you directly, it is recommended that you contact your own state department of immigration. Click here to be redirected to Tourism Authority of Thailand to learn more about entry requirements.

Travel Advice and Support

Once you’ve decided to travel to Bangkok, you may want to learn more about Thailand and how you can make the most out of your trip. The best place to start your research would be the Tourism Authority of Thailand’s website, which covers a wide range of topics such as:

Travel Checklist

Once your appointment at Bumrungrad International Hospital has been confirmed, our medical travel team will send you a packet of important information you need to know before traveling. To help you better prepare your medical travel itinerary, please take a look at this travel checklist.
 

Section I: Traveling by Air

- In general, if you have the below conditions; it is prohibited to travel by air

  • Have passed 36 weeks of pregnancy (or 32 weeks if you are carrying twins, triplets, etc.).
  • Have a recent heart attack or stroke. Or any type of surgery, especially stomach, brain, eye, orthopedic (bone and joint) surgery including stomach, eye, or head injury. Please check with your doctor to see when it is safe for you to travel.
  • Have an implanted cardiac device such as pacemakers, cardiac resynchronization therapy (CRT) devices and implantable cardioverter defibrillators (ICD); please check with your doctor before travelling by air. Don’t forget to carry your personal device identification card with you at all times.
  • Have flu-like symptoms with or without tuberculosis like symptoms such as prolonged cough, weight loss, night sweat, fatigue, fever, and chest pain for more than 2 weeks. We strongly advise you to not travel at this stage, and for them to continue treatment with their current care team until his symptoms have resolved completely.
  • Are suffering from the below signs and symptoms, please check with your doctor to see when it is safe for you to travel.
    • Chest pain.
    • Any disease that you can easily spread to other people.
    • Severe sinus, ear, or nose infections.
    • Breathlessness at rest, difficult breathing.
    • Psychotic illness except when fully controlled.
    • A fever of 100 degrees Fahrenheit (38 degrees Celsius) or greater.
    • Skin rash
    • Confusion
    • Bruising or bleeding (without previous injury)
    • Diarrhea that does not go away.
    • Vomiting that does not go away (other than motion sickness).

During the flight:

  • Keep all of your medications in your hand luggage.
  • Drink plenty of water to help prevent hydration and to help loosen your sputum and allow you to keep your chest clear from low humidity levels in air cabin.
  • During a long-distance flight of 4 hours or longer (Also see https://www.cdc.gov/ncbddd/dvt/travel.html , deep vein thrombosis can occur as a result of this inactivity; make sure you get up and walk about regularly when permitted by the staff on the aircraft. Bend and stretch your legs and wiggle your feet at regular intervals (for example every 30 minutes) to encourage your circulation.
    • If you have a higher risk of developing deep vein thrombosis, your doctor can help you work out what measures you may need to take prior to flying. This may include graduated compression stockings, aspirin, or anticoagulants.
  • If you will need oxygen during the flight, this must be requested in advance. A Medical Information Form, stating your current clinical condition and the reason for oxygen requirement, must be filled out and submitted to the airlines. It may take 3-5 working days to process and subjected to the airlines approval.
 

Section II: Pre-operative Preparation

  • Please inform your doctor before the surgery if you have an existing medical condition for which you are taking medication and/or you have undergone any previous surgeries.
  • If you are taking anticoagulants like aspirin, Persantin®, Ticlid®, Plavix®, warfarin, Orfarin®, heparin, and Fraxiparine®, herbal supplements, and vitamins, especially vitamin E, stop these medications/supplements at least one week before the surgery or as recommended by your doctor.
  • If you smoke and drink alcohol regularly, please stop for at least one week before the surgery to reduce the chances of complications.
  • If you have any underlying diseases: cardiovascular disease / diabetes / high blood pressure / asthma / cancer / or others including any allergic to any medications and any medicines you are taking, current treatment and correlating diagnosis, please inform physician in advance.

Download 

What do I need to prepare for my medical travel? 

  1. Check if your passport is valid and if you need a visa to travel to the destination country. 

  2. Decide how you will finance your medical payment, such as cash or credit card, and make sure additional cash in the local currency. Call your bank or card insurer to forewarn them that you may process a large payment abroad. This is to prevent banks from treating the transaction as suspicious and blocking your account. 

  3. Ensure that you have contact information to your clinic, transport provider and patient assistant. 

  4. Inform your employer about your absence at work due to medical travel. 

  5. Check the weather forecast for Bangkok and prepare yourself. 

  6. Arrange assistance at home when you are abroad. 

  7. Check if it is necessary for you to get certain vaccinations. 

  8. Remember to make your appointment at the clinic and pay the reservation fee if needed. Double check the dates. 

  9. Purchase appropriate flight tickets. Make sure someone will pick you up from the airport. 

  10. Remove any nail polish as the color of your nail plate may help indicate your health condition. 

What should I take with me?

  1. Mobile phone with a charger
  2. Personal documents such as ID card, passport and visa
  3. Credit/debit card and some additional cash in the correct local currency.
  4. Medical records, including current diagnosis, films (X-ray, MRI, CT scan, ultrasound), biopsy results and your contact information.
  5. Daily medication, if any, in original packaging; any type of information regarding any chronic diseases that you may have.
  6. Items for leisure and entertainment purposes during your medical travel; for instance, books, magazines and music players 
  7. Comfortable pajamas and bathrobe if your medical procedure requires overnight stays; for instance, it is recommended that you wear shorts instead of long trousers if you have a knee surgery scheduled; for a shoulder operation, you may consider bringing a zip-up blazer
  8. Comfortable undergarments and socks
  9. Shoes to walk around the clinic – if you are undergoing plastic or another upper-body surgery, then you may take slippers. In the case of the orthopedic procedure, please bear in mind that you need some more stable footwear trainers.
  10. A basic set of toiletries such as soap, shampoo, toothbrush and toothpaste, deodorant, comb, sanitary napkins, shaving kit, hair band, lip balm and face wash
  11. Towels
  12. A set of clothes for your physiotherapy and rehabilitation, if it is required after surgery; this may include tracksuit and a pair of sneakers
  13. Largely depends on the purpose of your medical travel, you may consider visiting sightseeing destinations; if that is the case, bring casual clothes and comfortable shoes; however, if you may undergo procedures that affect mobility, such as a hip replacement, you should consider bringing comfortable loose trousers, blazer and elastic shorts.
  14. Sleep essentials such as earplugs, pajamas and your favorite small pillow

Political status

COUNTRY RISK ASSESSMENT

A4

Country Risk

See the country risk analysis provided by Coface.


IMG_1109.JPG

 

Traffic Status

Live Traffic Click Here


 

 

Information on Current International Infectious Disease Situation

This information is put together for you by the Infection Control Department at Bumrungrad International Hospital in accordance with the World Health Organization (WHO), Centers for Disease Control (CDC) and the Ministry of Public Health in Thailand. Click Here

Novel Coronavirus 2019 current situation

In response to the Ministry of Public Health’s statement on the new strain of coronavirus from Wuhan, China, Bumrungrad Hospital has immediately implemented stringent measures to screen at-risk patients entering the hospital for treatment. Click Here

Weather Status

Live Weather Click here
Finding your way to Bumrungrad

Finding Your Way to Bumrungrad

We are committed to providing world-class service to our international patients at Bumrungrad International Hospital. We offer a personalized approach to serving the unique needs of our patients, and it starts the moment you land in Bangkok. 

Bumrungrad Airport Representative

Bumrungrad International Hospital has a dedicated airport representative team to assist you as soon as you arrive at Suvarnabhumi International Airport. After immigration and customs checks, please proceed to Exit B or C (depending on where you collect your luggage) and walk towards Gate 10. The Bumrungrad Airport counter is located diagonally across Exit C of the Arrival Hall as shown in the picture below. 

 

MedicationTravelPic.jpg
  

Your airport representative can help you with the following: 

  • Arrange Bumrungrad shuttle van services (one-way only) for your arrival. 

  • Book an appointment in advance. 

  • Make changes to your appointment upon arrival. 

  • Make hotel reservations upon arrival. 

 

Bumrungrad Shuttle Van Service

Bumrungrad International Hospital provides complimentary shuttle van service from Suvarnabhumi International Airport to Bumrungrad or hotels close by the hospital. The shuttle van is scheduled to depart every hour (depends on the number of passengers) from Suvarnabhumi International Airport. The departure time of the shuttle van depends on the prevailing traffic conditions. Click here to learn more about our airport services

At Suvarnabhumi International Airport, there are many transportation options available. This includes: 

At Don Mueang International Airport, there are also a number of public transportation options for you to choose from.  

Maps and Directions to Bumrungrad

Bumrungrad International Hospital is one of the world’s premier healthcare establishments, with over 55 specialized clinical departments. Located in the heart of Bangkok,Bumrungrad is easily accessible. Here are a number of maps and directions to help you make your way to the hospital with ease.

Area Map

Bumrungrad International Hospital Bangkok Thailand Map and Direction
Click to download map - PDF (618 KB)

 

Interactive Google Map 


View Larger Map

Shuttle Van Services From Suvarnabhumi

Bumrungrad operates its own transportation counter in the arrival area C of Suvarnabhumi International Airport. Our staff are stationed at the counter to help medical travelers and arrange plane-to-hospital transportation services.

Getting a Taxi from Suvarnabhumi

If you would like to head to Bumrungrad on your own, we recommend getting a taxi from the airport. There is a taxi stand located on the ground level of the Main Terminal Building. Generally speaking, the queue might be long, but it tends to move fairly quickly. Simply let the staff at the taxi stand know your destination. To head straight to Bumrungrad, our hospital name is sufficient as are well known in Bangkok. 
 
All drivers should the taxi meter in Bangkok, and the fare automatically starts at 35 THB. There is an additional surcharge of 50 THB for getting a taxi from the airport, and this is payable to the driver at the end of the journey. We recommend that you take the highway from the airport, as the elevated freeway takes you right into the heart of Bangkok, very close to Bumrungrad.  
 
If you get a taxi from the airport or anywhere around Bangkok, it is best to make sure you that you have small notes such as 100 THB as taxi drivers do not often carry a lot of change. In Bangkok, tips are accepted gratefully by taxi drivers. For a journey from the airport to Bumrungrad, 20 THB is a good tip.
A Guide to Ensure That Your Stay is Comfortable

A Guide to Ensure That Your Stay is Comfortable

When you stay at Bumrungrad, you are taken care of by a professional team of staff and nurses who are an expert in addressing your specific needs. We are dedicated to making your patient stay a smooth and exceptional experience.

Admission Time

Patients can check-in anytime depending on the physician’s recommendation and the patient’s scheduled procedure(s). The room charges, services and meal plans will be effective on the first day of admission until 12 pm on the next day.

Contact Admission Office

7am to 8pm: Upon arrival at the hospital, please proceed to the second floor of the Main Hospital Building to check-in and sign the Application and Consent for Hospital Admission.

8pm to 7am: Upon arrival at the hospital, please contact the registration desk at the emergency room on the ground floor of the Main Hospital Building to check-in and sign the Application and Consent for Hospital Admission. 

Pre-admission Procedure

Patients, including medical travelers, can only be admitted to Bumrungrad International Hospital upon a physician’s recommendation. Click here to book an appointment

During the admission process, patients will be informed of the following:

  • Types of inpatient rooms
  • Pricing of the inpatient rooms, services and daily meals
  • The estimated cost of operation and procedure
  • Deposits
  • Various modes of payment accepted
  • Contract company
  • Permission to leave the hospital
  • Policy regarding guests staying overnight with the patient
  • Information on infection control, prevention and patient safety
  • Child delivery
  • Policy regarding procedures, medication and treatments at the hospital
  • Inpatient nutritional plans
  • Valuables and safety box
  • Loss and damage policy of hospital property
  • Equipment and tools to be employed in the hospital
  • Information on visas and possible extensions

What to Bring

  • Passport with immigration stamp (Arrival stamp by Thai Immigration Bureau)
  • Any proof of medical insurance or benefits such as a letter of guarantee from your insurance company, employer or embassy

This is only applicable for insurance companies, employers and embassies which have a contract agreement with Bumrungrad.

Hospital Services and Facilities

To ensure a restful stay, Bumrungrad provides a range of facilities and services for the comfort and convenience of our patients and their visitors. Click here to learn more about our hospital services and facilities.

Telephone Services

Bedside telephones are available in all inpatient rooms. 

  • To call a local mobile phone, dial 9 and then the mobile phone number.
  • To make a three-digit and four-digit number call, dial 9 and then the three-digit and four-digit number.
  • To make a perimeter call, dial 9, 02 and then the phone number. 
  • To make an up-country call, dial 9, the area code and then the phone number.
  • To make an overseas call, dial 9, 001, the country code, the area code and then the phone number.

Room Entertainment

Television: The inpatient room is equipped with a television, showing free-to-air television channels, a variety of entertainment shows and sports games.  Internet access: High-speed Internet will be accessible with a unique password that is given upon check-in.

Meal Services

Inpatient meals: To ensure that all our patients receive proper nutritional value under our physician’s recommendation, patients are encouraged to only consume the food provided by the hospital. Our dietetic services will take the patient’s procedure into consideration and present freshly cooked meals that are best for their health condition.

Dining options: A range of dining options is available for patients, family members and friends in the Main Hospital Building of Bumrungrad. Most of these restaurants will deliver directly to the patient’s room with a simple phone call. Click here to learn more.

Nursing Services

For our patient’s safety and convenience, there is a nursing call handset by your bed, connecting you to our nursing staff 24 hours a day. There are also call bells located in the bathroom. Our team of nurses and staff are always happy to assist. 

Patient attendant: For patient attendant services, please contact ward nurses for more information. Once requested and approved, we will allocate a patient attendant or nursing assistant to the room.

Business Center

The Business Center is a central point of information and contacts, providing support and help to all patients and their families with their travel documentation. This includes visa extension, clerical duties and other secretary support services. We are here to ensure that medical travelers admitted to Bumrungrad and their families are well assisted during their stay in Bangkok. Click here to learn more

Other Services

  • Housekeeping: Every patient room is cleaned daily by our housekeeping team. You can inform our ward nurses of any specific needs or requirements.
  • Newspaper: Every morning, the local newspaper will be delivered to your room.
  • Maintenance requests: If you find anything is faulty, please inform our ward nurses to prepare for repair.
  • Security: There is an in-room electronic safe box, which we encourage patients to use for depositing valuables.
  • Fire safety: The hospital has an automatic fire alarm system.
  • No smoking: Smoking is prohibited by law on all hospital grounds.
  • Parking: Our car parking lot is open 24 hours a day.

Visiting Guide

At Bumrungrad, we believe that family members and friends play an important role in the patient’s recovery process. We encourage visitors to drop by and keep the patient company under these simple housekeeping rules, which only apply to patients staying at regular wards. Patients staying in private single room can welcome visitors 24 hours.

Visiting the Regular Ward

Patients staying in double or two-bed bedrooms are recommended to welcome visitors between 6 am to 10 pm to avoid disturbing other patients in the room.

After 10 pm, visitors must first register at the nurse station. Once the visitation is approved by the patient, hospital staff will then accompany the visitor to the patient’s room.

Visiting the Critical Care Units

Visitation is only allowed from 9 am to 12 am and from 2 pm to 10 pm. Visitation is strictly prohibited during all other hours.

Only two visitors will be allowed in a patient’s room at a time.

Children under the age of 12 are not permitted to visit patients in critical care units unless it is a critical patient. In that case, visitation will be considered.

Visitors are not permitted to eat, drink or stay overnight in the critical care units.

Photography and videos are prohibited in the critical care department.

Please avoid bringing flowers into the critical care units.

Please refrain from using your mobile phone in the critical care units or surrounding area.

Level of Satisfaction for Health Experience

Level of Satisfaction for Health Experience

Your feedback towards our healthcare services is valuable to our organization as we strive to improve our services every day.

Follow-up

Patients will be contacted by Bumrungrad after the discharge for a follow-up regarding their medical conditions and satisfaction towards our services. Please provide the contact details to our nurses so that our coordination physicians and cultural support officers can follow-up with you.

What to expect before and after your discharge

Being discharged may be exciting and stressful at the same time. Bumrungrad offers this guide to help you understand the discharge process and what to expect after departure. Keep in mind that healing doesn’t stop after you leave, and it is important to follow your doctor’s medical advice after departure.

Discharge Plan

At Bumrungrad, patients will be first assessed by physicians before written discharge orders are issued. To ensure that you are ready for the discharge process, the written discharge order must be recorded and filed in your medical records prior to the discharge.

Discharge Time

The discharge happens at 11 am. On the day of your discharge, you are allowed to submit a request for a late discharge and stay longer. However, additional expenses will be applied. 

  • If you decide to discharge before 6 pm, you will be charged half-day for the room and services and full price for any food services.
  • If you decide to discharge after 6 pm, you will be charged for regular room, service and meal plans at full price.

If you require to be transferred to the Critical Care Unit, Bumrungrad would like for you to return the room and help you arrange the transfer immediately.

Traveling by Air

If you need to travel by air to return to your home country or another travel destination, you will need to as your doctor to certify a Fit for Travel Medical Certificate, as well as a list of medications you will require abroad. The Fit for Travel Medical Certificate is only valid for seven days from the date of issue. Please ensure the following before making travel plans:

  • Ask your physician for a summary of medical reports, lab tests and X-ray results
  • Gather the contact information of your clinic, transport provider and patient assistant
  • Inform your physician and nurse where your destination is
  • Confirm transportation plans at the airport in the destination you are headed to

Against Medical Advice

Patients and Medical travel patients who refuse all types of diagnostic, treatment both inpatient and outpatient; Patients and Medical travel patients have to follow the hospital policy by signing “Consent :Against Medical Advice”

Educational Resources

It is important to understand the educational resources and recommendations that your doctor gives you at the discharge. The following list includes some of the important takeaways at discharge. Please do not hesitate to contact your doctor if you have any questions. 

At discharge, patients will:

  • Be informed and educated about the drugs and medication that they have been given.
  • Be taught how to manage and adapt to the environment so that it does not affect their health condition; how to utilize community resources and deal with the economic and social problems which may affect their condition.
  • Understand the goal of treatment, learn how to observe their own symptoms and know when to notify the physician or nurse about significant symptoms. Patients will have sufficient knowledge to handle any emergency situations by themselves appropriately before arriving at a hospital.
  • Understand their own health status such as limitations and effect from their medical condition. Patients will be able to handle daily activities, cope with the health limitation, aid recovery and prevent complications from happening.
  • Understand and realize the importance of follow-up appointments. Patients should understand the need to ask for help in the case of emergency, as well as the treatment outcome and treatment plan to the other units which may be applicable.
  • Have the know-how in selecting nutritional food that is best for their health condition.

If treatment must be continued at another healthcare facility, patients will discharge and leave with a summary of the given treatment at Bumrungrad. This summary report will be issued by a physician and given to the patient by a nurse at discharge.

Bumrungrad's World-Class Facilities

Electrophysiology Lab
Da Vinci Robot-Assisted Surgery

International Accreditation

Hospital Accreditation-HA

Bumrungrad is the first hospital in Thailand to obtain the Advanced Hospital Accreditation (A-HA) from the Healthcare Accreditation Institute in 2016.

Global Healthcare Accreditation

With a focus on medical travel care, the Global Healthcare Accreditation (GHA) Program sets the standard for healthcare organizations serving medical travel patients.

Joint Commission International

Bumrungrad was the first Asian hospital accredited by the Joint Commission International (JCI), the international arm