ศูนย์โรคภูมิแพ้ให้การรักษาครอบคลุมทุกอาการภูมิแพ้ ทั้งแบบอาการไม่รุนแรงจนถึงโรคภูมิแพ้ที่ดื้อต่อการรักษา ครอบคลุมการรักษาดังนี้
1. การรักษาด้วยยา (Antihistamine / Nasal Spray/Asthma Inhaler)
การใช้ยารักษาเป็นวิธีพื้นฐานที่ได้ผลดีในผู้ป่วยส่วนใหญ่
1.1 ยารับประทาน
ยาแก้แพ้หรือยาต้านฮีสตามีน (antihistamine) รุ่นใหม่มีประสิทธิภาพสูง ออกฤทธิ์นาน 12–24 ชั่วโมง ไม่ง่วง เหมาะสำหรับอาการน้ำมูกไหล คัน จาม ผื่นคัน
1.2 ยาพ่นจมูก
ลดการบวมและอักเสบของเยื่อจมูก ช่วยลดอาการคัดจมูกและลดความเสี่ยงไซนัสอักเสบ เมื่อใช้ต่อเนื่องประจำ
1.3 ยาพ่นรักษาหอบหืด
การใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำจะลดการเกิดหอบกำเริบและสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ
2. ภูมิคุ้มกันบำบัด หรือวัคซีนภูมิแพ้ (Allergen Immunotherapy)
การฉีดวัคซีนภูมิแพ้ คือการฉีดสารที่แพ้ทีละน้อยๆ และค่อยๆ เพิ่มจำนวนและยืดระยะเวลาออกไปจากทุกอาทิตย์ถึงทุกเดือน เป็นการรักษาแบบแก้ที่ต้นเหตุ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเรื้อรังหรือควบคุมไม่ดีด้วยยาเพียงอย่างเดียว ช่วยลดอาการแพ้และลดการใช้ยาในระยะยาว ครอบคลุมอาการแพ้ไรฝุ่น หรือเกสรหญ้า แพ้ขนสุนัข แพ้ขนแมว แพ้แมลงสาบ แพ้พิษแมลง เช่น ผึ้ง ต่อ แตน หรือมด เป็นต้น
3.ชีวบำบัด (biologic agents)
แนวทางการรักษาเฉพาะทางสำหรับโรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรง เช่น โรคหืด ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) ลมพิษเรื้อรัง ไซนัสอักเสบร่วมริดสีดวงจมูก หลอดทางเดินอาหารอักเสบชินดแพ้ (Eosinophilic Esophagitis: EoE) การแพ้อาหารแบบเฉียบพลันรุนแรง (Anaphylaxis) เป็นกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ตรงต่อเซลล์และสารก่อการอักเสบ ทำให้ควบคุมโรคได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
4. การดูแลและรักษา/ให้คำปรึกษาภาวะแพ้อาหาร
ครอบคลุมการประเมินอาการ ตรวจวินิจฉัย วางแผนการกิน ทดสอบความทนอาหาร (Oral Food Challenge) รวมถึงการรักษาภูมิแพ้อาหารด้วยการฝึกภูมิคุ้มกัน (Oral Immunotherapy) ซึ่งพบว่ายิ่งเริ่มเร็วจะได้ผลดี ทั้งนี้เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้ปลอดภัยและเหมาะสมกับแต่ละวัย
5. การทดสอบแพ้ยา
เพื่อทำให้สามารถกลับไปใช้ยาได้หากไม่ได้แพ้จริง (Delableing drug allergy) ส่งผลให้มีตัวเลือกในการรักษาได้มากขึ้น เช่น การแพ้บาในกลุ่มเพนิซิลลิน
6. รักษาผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง – Wet Wrap Therapy ด้วยน้ำเกลือ
การพันผิวหนังด้วยผ้าชุบน้ำเกลือร่วมกับยาทาภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ ช่วยลดอักเสบและผื่นในเด็กและผู้ใหญ่ที่มีอาการรุนแรงหรือควบคุมยาก
7. การรักษาภูมิคุ้มกันบกพร่องด้วยอิมมูโนโกลบูลิน (Immunoglobulin Therapy)
เหมาะสำหรับผู้ที่มี ภูมิคุ้มกันต่ำ ติดเชื้อบ่อย หรือมีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน การให้ Immunoglobulin ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการติดเชื้อ และเพิ่มคุณภาพชีวิต