bih.button.backtotop.text

คลินิกสายตาสั้น

ทำไมบำรุงราษฎร์จัดตั้งคลินิกสายตาสั้น
ถึงแม้โลกยุค 4.0 หรือยุคดิจิทัลจะทำให้เรามีความสะดวกสบาย สามารถสื่อสาร เรียนหรือทำงานร่วมกันได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส แต่การพึ่งพาเทคโนโลยีที่มากขึ้นก็มีผลเสียเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและวัยรุ่นที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ มือถือหรือแท็บเล็ตทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน ไม่ว่าจะเพื่อการเรียนรู้หรือเพื่อความเพลิดเพลิน การใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ทำให้เด็กทั่วโลกมีปัญหาสายตาสั้นเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่เด็กใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากขึ้นเพื่อเรียนรู้ทางออนไลน์ ส่งผลให้เกิดปัญหาทางด้านสายตา โดยเฉพาะสายตาสั้นก่อนวัย

ผลงานวิจัยพบว่า การใช้อุปกรณ์ดิจิตอลที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้เด็กมีภาวะสายตาสั้นมากขึ้น ภายใน เวลาเพียง 4 ทศวรรษ เด็กอเมริกันที่มีภาวะสายตาสั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 42% ผลงานวิจัยในเด็กที่อาศัยในแคลิฟอร์เนียใต้ จำนวน 60,800 คน ในปี 2018 พบว่าวัยรุ่นที่มีอายุระหว่าง 17-19 ปี จำนวน 59% มีภาวะสายตาสั้น นอกจากนี้ยังคาดว่าในอีก 3 ทศวรรษข้างหน้า ทั่วโลกจะมีประชากรที่สายตาสั้นถึง 52%

Graph-of-Mypoia.jpg

นอกจากนี้ในโซนเอเชีย ยังพบว่าเด็กที่มีภาวะสายตาสั้นมีจำนวนมากกว่าโซนอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศจีนและประเทศฮ่องกง จะมีประชากรที่สายตาสั้นตั้งแต่เด็กถึง 80% เท่ากับว่าเด็ก 8 ใน 10 คนมีสายตาสั้น 

Myopia-banner_7.jpg

ยังพบว่าในช่วงการระบาดของโควิด-19 ยังมีความเชื่อมโยงกับการเกิดสายตาสั้นในเด็ก ผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารของสมาคมจักษุแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็ว ๆ นี้ (The Journal of the American Medical Association Ophthalmology) พบว่า การกักตัวที่บ้านในช่วงระบาดของโควิด-19 มีความเชื่อมโยงกับการเกิดภาวะสายตาสั้นของเด็กที่มีอายุระหว่าง 6-8 ขวบ นักวิจัยของประเทศจีนได้เปรียบเทียบการตรวจสายตาของเด็กอายุ 6 -13 ปีจำนวน 123,535 คน ระหว่างปี 2015-2020 พบว่าในช่วง 6 เดือนแรกของการล็อกดาวน์ เด็กมีภาวะสายตาสั้นในอัตราที่สูงขึ้นจนน่าตกใจ โดยมีเด็กที่ต้องใช้เลนส์แก้ไขภาวะสายตา (corrective lens) สูงมากขึ้นถึง 1.4 ถึง 3 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับห้าปีที่ผ่านมาก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19
 
ภาวะที่ทำให้มองไกลไม่ชัดแต่มองใกล้ยังชัดอยู่เนื่องจากการโฟกัสของภาพไปตกอยู่ที่หน้าจอประสาทตา ทำให้เห็นภาพไม่ชัด แก้ไขได้ด้วยการใส่เลนส์เว้าเข้าไป โดย WHO ให้คำจำกัดความของภาวะสายตาสั้น คือ การมีสายตาสั้นตั้งแต่ -0.50 ขึ้นไป
ความกลัวของผู้ปกครองและของแพทย์มีความแตกต่างกัน 
ในมุมมองของผู้ปกครอง กลัวว่าลูกจะต้องใส่แว่นเพราะผู้ปกครองกว่า 50% คิดว่าสายตาสั้นมากไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เมื่อโตขึ้นสามารถทำเลสิก (Lasik) เพื่อแก้ไขได้ผู้ปกครองไม่ทราบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อลูกมีอายุมากขึ้น เช่น โรคต้อหิน โรคต้อกระจกที่จะเป็นเร็วกว่าคนสายตาปกติ รวมถึงโรคจอประสาทตาเสื่อมและโรคจอประสาทตาหลุดลอก ซึ่งหากสายตาสั้นมากเกิน 500 จะทำให้มีโอกาส 5-10% ที่จะสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรเมื่อมีอายุมากและการทำเลสิก (Lasik) ไม่สามารถแก้ไขโรคเหล่านี้ได้ 

ความกลัวของจักษุแพทย์ คือ โรคเหล่านี้ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเด็กมีอายุมากขึ้น ดังนั้นจักษุแพทย์จึงต้องอธิบายเหตุผลให้ผู้ปกครองเข้าใจว่ามีวิธีการรักษาที่สามารถช่วยชะลอภาวะสายตาสั้นเพื่อป้องกันโรคเหล่านี้และเด็กอาจจำเป็นต้องใส่แว่นเพื่อรักษาภาวะสายตาสั้น


ความเสี่ยงในการเกิดสายตาสั้นแต่เด็ก
  • เกิดจากกรรมพันธุ์ หากคุณพ่อคุณแม่สายตาสั้น ลูกมีโอกาสสายตาสั้นได้
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต มีงานวิจัยที่แสดงถึงความสัมพันธ์ของการเพิ่มขึ้นสายตาสั้นเร็วกับปริมาณกิจกรรมที่ใช้สายตาจ้องมองที่ใกล้ เช่น  การเรียน อ่านหนังสือ ใช้อุปกรณ์ต่างๆ การใช้สายตามากเกินไป เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ 
  • การทำกิจกรรมกลางแจ้งน้อย (outdoor activity) เช่น การเล่นกีฬา 

Screen-Shot-2021-12-02-at-11-57-30-AM.png


ความเสี่ยงของสายตาสั้นต่อการเกิดโรคต่างๆ
  • โรคต้อหิน  ภาวะสายตาสั้นปานกลางถึงมากทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคต้อหินเพิ่มขึ้นกว่าผู้ที่สายตาสั้นน้อยถึงเกือบ 50%
  • โรคต้อกระจก ผู้ที่มีสายตาสั้นมากมีแนวโน้มที่จะต้องผ่าตัดรักษาต้อกระจกมากกว่าผู้ที่มีสายตาสั้นปานกลาง 17%
  • โรคจอประสาทตาหลุดลอก ผู้ที่มีสายตาสั้นมากมีความเสี่ยงในการเป็นโรคจอประสาทตาหลุดลอกมากกว่าผู้ที่สายตาสั้นน้อย 5-6 เท่า
  • โรคจอประสาทตาเสื่อม  ผลงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าผู้ที่มีสายตาสั้นมากมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมเพิ่มขึ้นอย่างเป็นนัยสำคัญ ผลงานวิจัยของประเทศสิงคโปร์พบว่าผู้ที่มีสายตาสั้นน้อยถึงปานกลาง 7.7% เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมในขณะที่ผู้ที่มีสายตาสั้นมาก 28.7% เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม

 

จำนวนประชากรเด็กที่มีปัญหาสายตาสั้นเพิ่มขึ้นมากเป็นเรื่องท้าทายทางจักษุสาธารณสุขทั่วโลก เพราะสายตาสั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน สายตาสั้น นอกจากจะทำให้เด็กมองเห็นไม่ชัดแล้ว สายตาสั้นที่มาก ยังนำไปสู่โรคที่ร้ายแรงมากขึ้นเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เช่น โรคต้อกระจก โรคต้อหิน จอประสาทตาเสื่อมและจอประสาทตาหลุดลอกและอาจสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ในที่สุด 

การควบคุมสายตาสั้นในเด็กตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะในช่วงวัย 5 ขวบถึง 18 ปี (โดยเฉพาะในเด็กที่มีอายุไม่เกิน 13) จะช่วยชะลอภาวะสายตาสั้นที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคตาอื่นๆ ที่มีความรุนแรงมากขึ้น ผลงานวิจัยได้บ่งบอกว่าหากไม่มีการควบคุมภาวะสายตาสั้นในเด็ก เด็กอาจมีสายตาที่สั้นมากเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น หากเด็กสายตาสั้นเมื่ออายุ 8 ขวบแล้วไม่มีการควบคุม เด็กอาจสายตาสั้นได้ถึง 800-900 เมื่อมีอายุ 20 ปี แต่หากมีการควบคุมสายตาสั้น เด็กอาจสายตาสั้นเพียง 500 เมื่อมีอายุ 20 ปี

Why-the-myopia-control-are-implrtant.png

  • อาการ เด็กจะบอกว่ามองไกลไม่ชัด เช่น มีหยีตา เอียงศีรษะ เวลาอ่านหนังสือจะเอาหนังสือหรือจอเข้ามาใกล้มากๆ ปวดศีรษะ บางคนอาจไม่มีอาการ แต่ตรวจพบโดยบังเอิญ ดังนั้นสมาคมโรคตาเด็กแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาจึงแนะนำให้ตรวจตาทุกปีหรือทุก 2 ปีหลังเด็กอายุ 6 ปี ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี อาจยังไม่มีภาวะสายตาสั้น แต่เด็ก 3% อาจมีภาวะตาขี้เกียจ (Lazy Eye) ซึ่งบางทีสังเกตไม่ได้เพราะส่วนใหญ่เป็นที่ตาข้างเดียวเกิดจากค่าสายตาที่ไม่เท่ากันเหรือเกิดจากภาวะที่ทำให้ตาข้างหนึ่งมองเห็นไม่เท่ากับตาอีกข้างหนึ่ง เช่น ตาเหล่ ตาเข หนังตาตกหรือค่าสายตาที่ไม่เท่ากัน สมาคมโรคตาเด็กแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ตรวจตั้งแต่เด็กอายุ 3-4 ปี ทุก 1 ปี จนถึงอายุ 6 ปี เพราะเป็นวัยที่รักษาตาขี้เกียจได้ดี ค่าสายตาไม่เปลี่ยนแปลงเร็วเหมือนช่วง 1-3 ปี และในวัยนี้เด็กจะเริ่มให้ความร่วมมือในการตรวจ ทำให้ได้ข้อมูลชัดเจนว่ามีความเสี่ยงเป็นภาวะตาขี้เกียจหรือไม่
 
  • การตรวจด้วยกล้อง retinoscope เป็นเครื่องมือมาตรฐานในการวัดค่าสายตา โดยการใช้กล้องฉายแสงผ่านรูม่านตาในขณะที่เด็กมองไกลในระยะ 6 เมตร และประเมินค่าสายตาจากแสงที่สะท้อนกลับมา การตรวจนี้ต้องใช้ประสบการณ์และความชำนาญจึงจะสามารถอ่านค่าสายตาได้อย่างแม่นยำ โดยธรรมชาติเด็กมักชอบเพ่งจ้อง จึงทำให้วัดค่าสายตาสั้นได้ไม่ตรงความเป็นจริงหรือเกิดภาวะสายตาสั้นหลอก หมายถึงการที่เด็กเพ่งจ้องจนตาเกร็งค้าง ทำให้เหมือนมีภาวะสายตาสั้นมากกว่าความเป็นจริง แต่จริงๆ แล้วเด็กไม่ได้สายตาสั้นขนาดนั้น แพทย์จึงต้องระงับการหยุดเพ่งของเด็กก่อนวัดสายตาในบางคน และในบางช่วงอายุด้วยการหยอดยาขยายม่านตาเพื่อให้ทราบค่าสายตาที่แท้จริง
 
  • หลังจากได้ค่าสายตาแล้ว จะทดลองใส่เลนส์เพื่อทดสอบการมองเห็นอีกครั้ง

นักวิจัยได้ทำการศึกษาเพื่อหาวิธีชะลอสายตาสั้นในเด็ก คลินิกสายตาสั้น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ใช้วิธีการรักษาที่มีผลงานวิจัยรองรับเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติว่าสามารถชะลอภาวะสายตาสั้นในเด็กได้ และมีความปลอดภัยโดยใช้วิธีการรักษาดังนี้ 

  • Low-dose atropine eye drops เป็นยาหยอดตาชนิดเดียวกันกับยาหยอดขยายม่านตาที่ใช้กันมานาน แต่ใช้ปริมาณน้อยมาก ตามที่มีการศึกษาวิจัย ไม่พบผลข้างเคียงในระยะยาว มีฤทธิ์ขยายม่านตาบ้างตามแต่ความเข้มข้นของยา ยามีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการสร้างสารสื่อประสาทที่จอประสาทตา ที่มีชื่อว่า โดปามีน (Dopamine)   ซึ่งมีส่วนในการยับยั้งการขยายของลูกตา ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้สายตาสั้น โดยฝ่ายเภสัชกรของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เป็นผู้เตรียมยา ตามมาตรฐานสากล  เพื่อให้ผู้ป่วยมั่นใจในความปลอดภัย คุณภาพและประสิทธิภาพของยา นอกจากนี้แพทย์ยังปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละราย Low-dose atropine eye drops ส่วนใหญ่เริ่มใช้เมื่อเด็กมีอายุประมาณ 5 ปี ยกเว้นในบางรายที่อายุน้อยกว่า 5 ปี และมีภาวะสายตาสั้นตั้งแต่อายุ แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้โดยพูดคุยถึงความเสี่ยงและประโยชน์ที่จะได้กับผู้ปกครอง Low-dose atropine มีความเข้มข้นของยาอยู่ที่ 0.01%, 0.025%และ 0.05% โดยแพทย์จะเริ่มด้วยการใช้ยาที่มีความเข้มข้นต่ำก่อนและติดตามผลการรักษาภายใน 3-4 เดือน  ประสิทธิภาพ การใช้หยอดตา atropine ทำให้สามารถชะลอสายตาสั้นได้ 30-60% โดยต้องใช้ยาติดต่อกันเป็นปี ผลข้างเคียง ที่ประเทศสิงคโปร์มีการใช้ low-dose atropine เพื่อรักษาสายตาสั้นในเด็กมานานกว่า 10 ปีและที่บำรุงราษฎร์ได้ใช้มานานกว่า 5 ปี ยามีความปลอดภัยสูง ไม่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์และไม่มีรายงานที่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนในตาร้ายแรงเช่น โรคต้อต่างๆ มีผลข้างเคียงน้อย เช่น อาจมีอาการแสบตา รูม่านตาขยายขึ้นประมาณ 1-3 มิลลิเมตร ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะสายตาไม่สู้แสงหรือมองใกล้ไม่ชัดในบางรายแต่พบน้อย และขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของยา นอกจากนี้ยา low-dose atropine ของบำรุงราษฎร์ยังผสมในห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาล โดยผสมในตู้ปลอดเชื้อ lamina flow ทำให้มั่นใจได้ในประสิทธิภาพและความสะอาด ปราศจากการปนเปื้อนใดๆ
  • การใช้แว่นตา progressive หรือ bifocal สายตาสั้นเกิดจากความสามารถในการเพ่งมองวัตถุระยะใกล้ลดลง ทำให้มองใกล้ไม่ชัด (Accommodative lag) การใช้แว่นตา progressive หรือ bifocal ช่วยลดการเพ่งและชะลอสายตาสั้นได้  ประสิทธิภาพ สามารถชะลอสายตาสั้นได้ 10-20%
  • การใช้แว่นตาที่ปรับการโฟกัสภาพที่จอตาส่วนรอบนอก (Peripheral defocus glasses with high plus power at outer ring) โดยการฝังเลนส์บวกเล็กๆที่เลนส์แว่นตา ทำให้เกิดภาพไม่ชัดที่ด้านข้างของจอประสาทตา ทำให้ลูกตาไม่โตขึ้น (การที่ลูกตาโตขึ้นหมายถึงสายตาสั้นเพิ่มขึ้นอย่างถาวร) ประสิทธิภาพ สามารถชะลอสายตาสั้นได้ 50%
  • การใช้คอนแทคเลนส์ Multifocal contact lens เป็นคอนแทคเลนส์ที่ทำให้สามารถมองได้หลายระยะในเลนส์เดียว สามารถชะลอการสายตาสั้นในเด็กโดยทำให้ลูกตาไม่โตขึ้น
  • การเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อลดปัจจัยเสี่ยง โดยลดกิจกรรมที่ใช้สายตาระยะใกล้ (near work activity) และเพิ่มกิจกรรมกลางแจ้ง (outdoor activity) ควรให้เด็กเล่นกีฬา หรือมีกิจกรรมภายนอกอาคารอย่างน้อย  2 ชั่วโมงต่อวันเพื่อให้เด็กสายตาสั้นช้าและน้อยกว่า
  • การชะลอภาวะสายตาสั้น ไม่ได้เป็นการป้องกันสายตาสั้นแต่เป็นการป้องกันไม่ให้สายตาสั้นเพิ่มขึ้นเร็ว ซึ่งทำได้ด้วยการใช้ยา low dose atropine แว่นตาพิเศษและคอนแทคเลนส์

Layout-BI-Myopia-Clinic-Package-Header-03.jpg
จักษุแพทย์จะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับเภสัชกรและกุมารแพทย์เพื่อให้ดูแลเด็กได้รอบด้าน เช่น ในช่วงที่เด็กเติบโตเร็ว (Growth spurt) คือช่วง 8- 13 ปี จักษุแพทย์สามารถประสานและใช้ข้อมูลร่วมกับกุมารแพทย์ที่ชำนาญการด้านพัฒนาการเด็กได้  เนื่องจากในช่วงที่เด็กเติบโตเร็ว นอกจากเด็กจะสูงเร็วแล้ว สายตายังสั้นขึ้นเร็วด้วย นอกจากนี้เรายังสามารถแนะนำร้านแว่นตาที่มีประสบการณ์และความชำนาญในการตัดเลนส์แว่นตามที่แพทย์สั่ง

คลินิกสายตาสั้น (Myopia clinic) ให้บริการดูแลรักษาภาวะสายตาสั้นในเด็กอย่างครบวงจร ทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพของเราทำงานร่วมกันเป็นทีม ตั้งแต่กุมารแพทย์และจักษุแพทย์ผู้ชำนาญด้านจักษุวิทยาเด็ก เภสัชกรที่มีความชำนาญในการเตรียมยา atropine โดยเฉพาะและทีมพยาบาลที่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยเด็ก นอกจากนี้ฝ่ายเภสัชกรรมของเรายังได้รับการรับรองจาก Joint Commission เป็นการยืนยันถึงคุณภาพ ความถูกต้องแม่นยำและความสะอาดของยาทุกเม็ด ทุกขวดที่จ่ายออกไป

 
จักษุแพทย์ของศูนย์สายตาสั้นในเด็กให้เวลาเต็มที่กับคุณพ่อคุณแม่และเด็ก โดยเริ่มจากซักประวัติ ตรวจตา วัดค่าสายตา หากพบว่าเด็กมีสายตาสั้นหรือมีแนวโน้มว่าจะสายตาสั้นในอนาคต แพทย์จะให้คำปรึกษาที่ละเอียดถึงความสำคัญของการป้องกันการเพิ่มของสายตาสั้น แนวทางการป้องกันการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้น พร้อมให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเพื่อเลือกวิธีการที่เหมาะสมทที่สุดสำหรับเด็ก ข้อดีและข้อเสียของแต่ละทางเลือก เช่น ระยะเวลาที่ต้องใช้ ค่าใช้จ่าย ผลที่จะได้รับและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงทำการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอทุก 3-6 เดือน


Myopia-banner_5.jpg

พญ. ณัฐธิดา วงศ์วีระวัฒน์

สาขาวิชาที่เชี่ยวชาญ

จักษุวิทยา
จักษุวิทยาเด็ก
ต้อกระจก

ดูประวัติ

น.อ.นพ. ปกป้อง ปราณีประชาชน

สาขาวิชาที่เชี่ยวชาญ

จักษุวิทยา
จักษุวิทยาเด็ก

ดูประวัติ

รศ.พญ. สุดารัตน์ ใหญ่สว่าง

สาขาวิชาที่เชี่ยวชาญ

จักษุวิทยา
จักษุวิทยาเด็ก

ดูประวัติ

รศ.พญ. โสฬส วุฒิพันธุ์

สาขาวิชาที่เชี่ยวชาญ

จักษุวิทยา
จักษุวิทยาเด็ก

ดูประวัติ

พญ. เตือนใจ วงศ์วรเศรษฐ์

สาขาวิชาที่เชี่ยวชาญ

จักษุวิทยา

ดูประวัติ

นพ. วรัศช์ภรณ์ พลอยประสิทธิ์

สาขาวิชาที่เชี่ยวชาญ

จักษุวิทยาเด็ก

ดูประวัติ
    Scroll for more

Contact Number

  • บริการพบแพทย์ผ่าน VDO call (Tele-Consultation) คลิก

Service Hours

  • เนื่องจากสถานการณ์และมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทางโรงพยาบาลฯ อาจมีการปรับเปลี่ยนเวลาในการให้บริการของแต่ละคลินิกตามความเหมาะสมของสถานการณ์ จึงขอความกรุณาทำการนัดหมายแพทย์ล่วงหน้า หรือสอบถามเวลาการให้บริการได้ที่ 1378

Location

คะแนนโหวต 8.00 of 10, จากจำนวนคนโหวต 1 คน

Related Health Blogs