You're been inactive for a while. For security reason, we'll automatically sign you out from our website. Please Click "Login" to extend your session
ตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วย ผลการตรวจ กำหนดการนัด และอื่นๆ
ขณะนี้ ไม่สามารถเข้าสู่ระบบด้วยเบอร์โทรศัพท์เป็นการชั่วคราว ขออภัยในความไม่สะดวก
ยังไม่มีบัญชี? Create Account
ติดตามข่าวสารล่าสุด และ นัดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกได้ทันที
มีบัญชีอยู่แล้ว? Log In
ตัวคัดกรองที่เลือก: ทั้งหมด
ประเภท : ทั้งหมด
ล้างทั้งหมด
แน่นหน้าอก ท้องอืด มีเสียงครืดคราดเหมือนมีลมค้างอยู่บริเวณหน้าอก แต่ทำยังไงก็เรอไม่ออก หลายคนคิดว่าเป็นเพียงแค่มีแก๊สในท้องหรือเป็นอาการกรดไหลย้อนทั่วไป แต่อาการเรอไม่ได้อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะที่เรียกว่า ภาวะเรอไม่ออก ซึ่งเป็นความผิดปกติที่เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการแพทย์เมื่อไม่นานมานี้
ภาวะเรอไม่ออกเป็นโรคที่มักเริ่มมีอาการตั้งแต่วัยเด็กและส่งผลกระทบต่อเนื่องจนถึงวัยผู้ใหญ่ โดยมีอาการร่วมคือ การไม่สามารถเรอได้ ร่วมกับอาการท้องอืด แน่นหน้าอกและมีเสียงครืดคราดบริเวณหน้าอกด้านบนก่อนถึงคอเนื่องจากมีลมตีขึ้นมาที่หลอดอาหารส่วนบนแต่ไม่สามารถเรออกได้
อาการท้องอืด แน่นหน้าอก ทำให้หลายคนสับสนและคิดว่าตนเองเป็นโรคกรดไหลย้อน (GERD) แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเกิดจากภาวะเรอไม่ออก (RCPD) ได้เช่นกัน แม้ว่าทั้งสองภาวะจะมีอาการบางอย่างที่คล้ายกัน แต่สาเหตุและวิธีการรักษาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การทำความเข้าใจความต่างนี้ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้รับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
ท้องอืด อยากเรอแต่เรอไม่ออก อาการน่ารำคาญใจแบบนี้ มักไม่ใช่เรื่องปกติอย่างที่คิด หากอาการดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นประจำและมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อาจเป็นสัญญาณของภาวะเรอไม่ออก ซึ่งเป็นความผิดปกติทางการแพทย์ที่เริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับการวินิจฉัยและรักษามากขึ้นในปัจจุบัน
อาการอิ่มเร็ว (Early Satiety) คือความรู้สึกอิ่มหลังจากรับประทานอาหารไปเพียงเล็กน้อย ส่วนอาการแน่นท้องหลังอาหารเป็นความรู้สึกอึดอัดจากการที่มีแก๊สหรือมีลมสะสมอยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้จำนวนมาก อาการทั้งสองเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่พฤติกรรมการกิน ความเครียดและความวิตกกังวลไปจนถึงสัญญาณของโรคหรือความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร
การฝึกขับถ่ายทางทวารหนักหรือการฝึกเบ่ง (anorectal biofeedback therapy) ช่วยให้ผู้ที่มีอาการท้องผูกเรื้อรังหรือภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่เรียนรู้ที่จะควบคุมกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานได้อย่างไร
ระบบย่อยอาหารที่ทำงานได้ดีต้องอาศัยการบีบตัวของกล้ามเนื้อที่ประสานกัน เพื่อเคลื่อนย้ายอาหารจากหลอดอาหารไปยังลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย แม้ว่าพันธุกรรมและโรคประจำตัวจะมีบทบาท แต่นิสัยประจำวันก็มีอิทธิพลอย่างมาก การงดอาหารไปบางมื้อ การบริโภคใยอาหารน้อยเกินไป การดื่มน้ำไม่เพียงพอ และการใช้ชีวิตเร่งรีบและนั่งอยู่กับที่เป็นประจำ ล้วนส่งผลต่อจังหวะการทำงานของลำไส้และทำให้เกิดความผิดปกติของการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหารได้
คุณสับสนกับคำศัพท์ต่างๆ เช่น การตรวจวัดความเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร (manometry) การตรวจค่าความเป็นกรดในหลอดอาหาร และการตรวจลมหายใจอยู่หรือเปล่า คู่มือนี้จะไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเครื่องมือวินิจฉัยขั้นสูงที่ใช้ตรวจหาความผิดปกติของการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร
ทุกคนมีอาการอาหารไม่ย่อยเป็นครั้งคราวได้ แต่อาการในทางเดินอาหารเรื้อรังหรือผิดปกติไปอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ความผิดปกติต้นตอซึ่งจำเป็นต้องใส่ใจดูแล หลายโรคมีอาการที่ทับซ้อนคล้ายคลึงกัน เช่น อาการแสบร้อนกลางอก ไอเรื้อรัง ทำให้ยากที่จะแยกแยะว่าอาการไหนร้ายแรงและอาการไหนไม่ร้ายแรง