อาการนอนไม่หลับ อันตรายที่หลายคนมองข้าม
ในปัจจุบัน
ปัญหาการนอนไม่หลับ (Insomnia) เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย โดยมีผู้ที่ประสบภาวะนี้มากถึง 30% ของประชากรทั่วไป อาการนอนไม่หลับไม่ได้เพียงแค่ทำให้นอนไม่พอ แต่ยังส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง
อาการนอนไม่หลับสามารถแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะหลัก ได้แก่
- หลับยาก – ใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงจะหลับ
- หลับๆ ตื่นๆ – หลับได้ไม่นานแล้วตื่นขึ้น และไม่สามารถหลับต่อได้
- ตื่นเช้าเกินไป – ตื่นก่อนเวลาที่ควร โดยไม่สามารถกลับไปหลับได้อีก
ผลกระทบของอาการนอนไม่หลับ
หากปล่อยให้นอนไม่หลับเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบหลายด้าน ได้แก่:
- อ่อนเพลีย ไม่มีสมาธิในการทำงาน
- เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
- เสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อัมพฤกษ์ อัมพาต
- ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็ง
- เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และภาวะเครียดเรื้อรัง
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้นอนไม่หลับ
- พฤติกรรมการนอน: เข้านอนไม่เป็นเวลา ทำงานกะดึก
- สิ่งแวดล้อม: เสียงดัง แสงสว่าง อากาศร้อนเกินไป
- สุขภาพร่างกายและจิตใจ: โรคซึมเศร้า โรคปวดเรื้อรัง โรคนอนกรน หรือหยุดหายใจขณะหลับ
- ภาวะวัยทอง: ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนมักประสบปัญหาหลับยาก
- ผู้สูงอายุ: มีโรคประจำตัวเรื้อรังหลายอย่างส่งผลต่อการนอนหลับ
เมื่อไรควรพบแพทย์?
หากคุณนอนไม่หลับมากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ ติดต่อกันนานเกิน 3 เดือน ควรรีบปรึกษาแพทย์ แต่หากยังไม่ถึง 3 เดือน แต่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน เช่น ทำงานไม่ได้ เกิดโรคแทรกซ้อน หรืออารมณ์เปลี่ยนแปลง ควรพิจารณาพบแพทย์เช่นกัน
การรักษาและทางเลือกใหม่ในการดูแล
การนอนไม่หลับสามารถรักษาได้ด้วยการปรับพฤติกรรม ควบคู่ไปกับคำแนะนำทางการแพทย์ เช่น:
- ปรับเวลาเข้านอน
- หลีกเลี่ยงสารกระตุ้น เช่น คาเฟอีน หรือแสงสีฟ้าจากหน้าจอ
- หากจำเป็น อาจใช้การรักษาด้วยยา หรือเทคนิคการบำบัดพฤติกรรมทางความคิด (CBT-I)
รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
แก้ไขล่าสุด: 16 กรกฎาคม 2568