มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งในเพศหญิงที่พบได้บ่อยที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านม (สถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ปี พ.ศ.2553) และมีผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากโรคนี้เฉลี่ย 14 ราย/วัน


สิ่งสำคัญที่ควรทราบเกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก

  • สตรีที่แต่งงานหรือมีเพศสัมพันธ์แล้วมีโอกาสติดเชื้อไวรัสนี้ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต แต่การติดเชื้อส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 90 จะหายไปได้เอง ภายใน 1-2 ปีโดยไม่ก่ออาการหรือโรค
  • การใช้ถุงยางอนามัยช่วยป้องกันการติดเชื้อได้แต่ไม่ทั้งหมด
  • การมีคู่นอนเพียงคนเดียวก็มีโอกาสติดเชื้อได้ ดังนั้นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำจึงเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าจะมีคู่นอนเพียงคนเดียว
 

สาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

  • เชื้อ Human Papillomavirus หรือที่เรารู้จักกันดีว่า เชื้อ HPV เป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์ชนิดก่อมะเร็ง
  • ปัจจุบันพบว่าเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และสายพันธุ์ 18 เป็น 2 สายพันธุ์ที่พบได้บ่อยในมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 พบมากเป็นอันดับ 1 โดยพบได้ประมาณร้อยละ 50-55 และเชื้อ HPV สายพันธุ์ 18 พบได้มากเป็นอันดับ 2 ประมาณร้อยละ 15-20
  • ข้อมูลทางการแพทย์ยังพบว่า เชื้อ HPV สายพันธุ์ 18 พบได้บ่อยที่สุดในมะเร็งปากมดลูกชนิดเซลล์ต่อม ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพบมากขึ้น
  • มะเร็งชนิดเซลล์ต่อมเป็นมะเร็งที่มีโอกาสวินิจฉัยผิดพลาดได้สูงด้วยการตรวจแปปสเมียร์เพียงอย่างเดียว
  • ปัจจุบันสมาคมแพทย์ ASCCP (American Society of Colposcopy and Cervical Pathology) ในสหรัฐอเมริการับรองการใช้การตรวจหาเชื้อ HPV ร่วมกับแปปสเมียร์ เพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น
 

ประโยชน์ที่ได้จากการตรวจหาเชื้อ HPV ร่วมกับการตรวจแปปสเมียร์ ในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

  • การตรวจหาเชื้อ HPV ร่วมกับการตรวจแปปสเมียร์ในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมีความสำคัญในทางคลินิกมากขึ้น เนื่องจากมีข้อมูลงานวิจัยพบว่า การตรวจควบคู่กันจะเพิ่มความแม่นยำในการตรวจหาต้นเหตุของมะเร็งปากมดลูกได้ดีขึ้น
  • เพิ่มความมั่นใจมากขึ้นเกือบ 100% ถ้าตรวจไม่พบเชื้อ HPV สายพันธุ์ก่อมะเร็ง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์ 16 และสายพันธุ์ 18) และผลแปปสเมียร์ปกติด้วย โอกาสที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกมีน้อยมากและมั่นใจได้ว่าสามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกใหม่ได้ในอีก 3 ปี
  • เป็นข้อมูลให้กับแพทย์ในการประเมินความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้แม่นยำขึ้น เนื่องจากผลการตรวจระบุสายพันธุ์ของเชื้อ HPV ที่พบจะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาและตรวจติดตามผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 

วิธีการเก็บสิ่งส่งตรวจ

การเก็บสิ่งส่งตรวจเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก แพทย์จะใช้วัสดุหรือแปรงขนอ่อนเก็บเซลล์จากปากมดลูกไปใส่ในขวดน้ำยารักษาสภาพเซลล์ แล้วนำส่งตรวจได้ทั้งการหาเชื้อ HPV และตรวจดูเซลล์ของปากมดลูก (แปปสเมียร์) ในขั้นตอนเดียว
 

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกและวัคซีนป้องกัน
มะเร็งปากมดลูก...โรคร้ายที่คุณป้องกันได้
 
คะแนนโหวต: 9.94 of 10, จากจำนวนคนโหวต 94 คน