ป้องกันไวรัส HPV ตั้งแต่เล็กด้วยวัคซีน

ไวรัสเอชพีวี คืออะไร

ไวรัสเอชพีวี ย่อมาจาก Human papillomavirus ผู้ใหญ่ประมาณ 9 ใน 10 คน ได้รับเชื้อไวรัสนี้ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ผู้ที่ติดเชื้อเอชพีวีส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการใด ๆ ดังนั้นจึงอาจแพร่เชื้อไวรัสไปยังผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว ร่างกายของผู้ที่ติดเชื้ออาจกำจัดเชื้อไวรัสออกไปได้เอง แต่สำหรับผู้ที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสออกไปได้ การติดเชื้อไวรัสเอชพีวีบางสายพันธุ์ ทำให้เกิดโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องปาก มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งที่อวัยวะเพศของทั้งหญิงและชาย นอกจากนี้เชื้อไวรัสเอชพีวีบางสายพันธุ์ยังทำให้เกิดโรคหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศได้อีกด้วย
 

ไวรัสเอชพีวี ติดต่อกันได้อย่างไร

ไวรัสเอชพีวีติดต่อโดยการสัมผัสทางผิวหนังบริเวณที่ติดเชื้อหรือจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อ ถึงแม้ผู้ที่ติดเชื้อจะไม่แสดงอาการของโรคเลยก็ตาม


ผู้ปกครองจะป้องกันเด็กไม่ให้ติดเชื้อไวรัสเอชพีวีได้อย่างไร

ถึงแม้จะไม่มีวิธีการรักษาโดยเฉพาะ แต่ผู้ปกครองสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีให้แก่เด็กได้ โดยการให้เด็กฉีดวัคซีนเอชพีวีในวัยก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก หรือเมื่อเด็กมีอายุตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป จนถึงอายุ 26 ปี
 

ข้อดีของการฉีดวัคซีนเอชพีวี

เชื้อไวรัสเอชพีวีมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย มีประมาณ 30 สายพันธุ์ที่สามารถติดต่อด้วยการสัมผัสผิวหนังบริเวณที่ติดเชื้อหรือการมีเพศสัมพันธ์ ไวรัสเอชพีวีสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ด้วยกันคือ 
  • กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ ไม่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งแต่อาจทำให้เป็นโรคหูดหงอนไก่ 
  • กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ทำให้เซลล์ร่างกายเกิดความผิดปกติและพัฒนาเป็นมะเร็งได้ 

สายพันธุ์ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมากที่สุด คือสายพันธุ์ที่ 16 กับ 18 เพราะเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูกถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ในปัจจุบันมีวัคซีนเอชพีวี 2 ชนิด คือ ชนิดที่มี 2 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ 16 กับ 18 และชนิดที่มี 4 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ 16 กับ 18 รวมกับไวรัสเอชพีวีสายพันธุ์ 6 กับ 11 ที่ทำให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ โดยสามารถป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกและโรคหูดหงอนไก่ในหญิงและชายได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์
 

ฉีดวัคซีนเอชพีวีอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ปริมาณของวัคซีนที่ฉีดขึ้นอยู่กับอายุของผู้รับวัคซีน โดยแพทย์จะฉีดยาเข้าทางกล้ามเนื้อแขน
  • สำหรับเด็กวัย 9 – 14 ปี ฉีด 2 ครั้ง (หรือ 3 ครั้ง) สำหรับการฉีดยา 2 ครั้ง ครั้งที่สองควรห่างจากครั้งแรก 6 – 12 เดือน เนื่องจากพบว่าการสร้างภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนเอชพีวีนี้ในเด็กที่เริ่มเข้าวัยรุ่นนี้จะดีกว่าในผู้ใหญ่ จึงสามารถฉีดเพียง 2 เข็มได้หากฉีดครั้งที่สองห่างจากครั้งแรกไม่เกิน 5 เดือน ส่วนในกรณีที่ผู้ปกครองต้องการฉีดให้เด็กแบบ 3 เข็ม การฉีดครั้งที่สามควรห่างจากครั้งที่สองอย่างน้อย 4 เดือน สำหรับการฉีด 3 ครั้ง  การฉีดครั้งที่สองควรห่างจากครั้งแรก 2 เดือนและการฉีดครั้งที่สามควรห่างจากครั้งแรก 6 เดือน
  • สำหรับวัยรุ่นอายุ 15 ปีขึ้นไป จนถึงผู้ใหญ่วัย 26 ปี ควรฉีด 3 ครั้ง การฉีดครั้งที่สองควรฉีดห่างจากครั้งแรก 2 เดือน และการฉีดครั้งที่สามควรห่างจากการฉีดครั้งแรก 6 เดือน
 

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงในการฉีดวัคซีน

วัคซีนเอชพีวีมีความปลอดภัยและใช้กันอย่างแพร่หลายมากกว่าร้อยประเทศทั่วโลก เช่นเดียวกับวัคซีนประเภทอื่นๆ ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นมักไม่รุนแรงและอาการแพ้วัคซีนอย่างรุนแรงมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้ได้รับวัคซีนเอชพีวี
  • ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีนและแพ้ยีสต์
  • เด็กกำลังเป็นไข้หรือมีอาการป่วยอยู่ 
  • หญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์ภายใน 6 เดือน
  • หากตั้งครรภ์ก่อนได้รับวัคซีนครบ ควรฉีดวัคซีนเข็มต่อไปหลังคลอด
 

ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนที่อาจเกิดขึ้นได้ มีดังต่อไปนี้

  • มีอาการปวด บวม ผิวหนังมีรอยแดง
  • รู้สึกคัน มีรอยช้ำ มีก้อนนูนบริเวณที่ฉีดยา
  • ปวดศีรษะ มีไข้
  • คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ 
  • เป็นลม

ถึงแม้วัคซีนเอชพีวีทั้ง 2 ชนิด (ทั้งแบบ 2 หรือ 4 สายพันธุ์) จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ก็ไม่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวีได้ 100 เปอร์เซ็นต์ และไม่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวีสายพันธุ์อื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้นนอกจากการฉีดวัคซีน ผู้ปกครองควรดูแลแนะนำเด็กให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชพีวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ 

ศูนย์กุมารเวช:
เปิดให้บริการทุกวัน 07.00-20.00 น.

อาคารบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล คลินิก ชั้น 17
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 33 สุขุมวิท ซอย 3 
เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110 ประเทศไทย
โทร : 02-011-3791

 
Posted by Bumrungrad International
NIPT ตรวจคัดกรองโครโมโซมทารกในครรภ์ เพื่ออนาคตที่สมบูรณ์ของลูกน้อย
 “การตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ หรือการตรวจ NIPT” เป็นทางเลือกใหม่ให้คุณแม่ที่ต้องการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมของลูก
Posted by Bumrungrad International
November 05, 2018
comments
ป้องกันไวรัส HPV ตั้งแต่เล็กด้วยวัคซีน
ไวรัสเอชพีวี ย่อมาจาก Human papillomavirus ผู้ใหญ่ประมาณ 9 ใน 10 คน ได้รับเชื้อไวรัสนี้ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ผู้ที่ติดเชื้อเอชพีวีส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการใด ๆ
Posted by Bumrungrad International
November 02, 2018
comments
เรื่องดีดี...ของวิตามินดี
ประโยชน์ของวิตามินดีมากมายซึ่งไม่เพียงแต่เฉพาะในกระดูก แต่มีผลสำคัญในระบบอื่นๆด้วย ดังนั้น และเพื่อเป็นการป้องกันการขาดวิตามินดี
Posted by Bumrungrad International
November 01, 2018
comments

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ