ผลตรวจแมมโมแกรมเปลี่ยนเป็น BI-RADS 4 หรือ 5 เกิดจากอะไร? แนวทางตรวจชิ้นเนื้อและทางเลือกการรักษา
หากเคยตรวจคัดกรองเต้านมแล้วได้ผล BI-RADS 2 (ปกติ) แต่เมื่อตรวจติดตามผลใน 1 ปีต่อมา ผลกลับเปลี่ยนเป็น BI-RADS 4 หรือ BI-RADS 5 ถือเป็นสัญญาณที่ต้องได้รับการตรวจเช็กอย่างใกล้ชิด
2 สาเหตุหลักที่ทำให้ค่า BI-RADS Score สูงขึ้น
การที่ค่า BI-RADS เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เกิดได้จาก 2 กรณีหลัก:
- พบรอยโรคใหม่ (New Lesion): ในการตรวจปีที่แล้วไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่ในปีนี้เพิ่งมีจุดหินปูนใหม่เกิดขึ้น หรือมีก้อนเนื้องอกก้อนเล็กๆ เพิ่มขึ้นมาใหม่
- รอยโรคเดิมมีความเปลี่ยนแปลง (Progressive Lesion): เป็นก้อนเดิมจากปีที่แล้ว ซึ่งเดิมประเมินไว้ว่าเป็นก้อนเนื้อธรรมดา (BI-RADS 2) แต่เมื่อผ่านไป 1 ปี ก้อนเนื้อกลับ โตขึ้น หรือ ขอบก้อนมีความขรุขระมากขึ้น จนถูกปรับระดับความเสี่ยงเป็น BI-RADS 4 หรือ 5
แนวทางการดูแลเมื่อค่า BI-RADS ขยับขึ้นเป็น 4 หรือ 5
เมื่อพบ BI-RADS 4 หรือ 5 แพทย์จะแนะนำให้ทำ Biopsy (การเจาะสะกิดเอาชิ้นเนื้อไปตรวจ) ด้วยเข็มตรวจชิ้นเนื้อชนิดพิเศษทันที โดยผลการตรวจชิ้นเนื้อจะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก:
1. กลุ่ม Benign (เนื้องอกธรรมดา / เนื้อเยื่อปกติ)
ลักษณะ: เป็นเนื้องอกธรรมดาที่ไม่ใช่มะเร็ง
แนวทาง: ปลอดภัย โอกาสเปลี่ยนเป็นมะเร็งแทบไม่มีเลย ไม่ต้องกังวล
2. กลุ่ม Borderline / High Risk (กลุ่มก้ำกึ่งเสี่ยงสูง)
ลักษณะ: เซลล์ ณ วันที่ตรวจยังไม่ใช่มะเร็ง แต่ มีโอกาสสูงที่จะพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้ในอนาคต
แนวทาง: แพทย์มักจะแนะนำให้ ผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออก เพื่อความปลอดภัย
3. กลุ่ม Malignant (เซลล์มะเร็ง)
ลักษณะ: ผลตรวจยืนยันว่าเป็นเซลล์มะเร็งเต้านม
แนวทาง: สรุปการวินิจฉัยและเข้าสู่กระบวนการวางแผนรักษามะเร็งเต้านมได้ทันที
การขอ Second Opinion (ความเห็นที่สองทางการแพทย์)
สำหรับผู้ที่เข้ารับการตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์แล้วพบว่า ค่า BI-RADS มีการเปลี่ยนแปลง หรือยังมีความลังเลไม่แน่ใจในผลตรวจ สามารถนำผลตรวจเดิมเข้ามาขอความเห็นที่สอง (Second Opinion) จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้
แพทย์อาจพิจารณาให้ติดตามอาการต่อ ให้ทำ Biopsy หรือในบางกรณีอาจแนะนำให้เข้ารับการตรวจอัลตราซาวด์และแมมโมแกรมซ้ำเพื่อยืนยันผลความแม่นยำ
รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
แก้ไขล่าสุด: 15 กันยายน 2569