bih.button.backtotop.text

มะเร็งเต้านมเป็น “ภัยเงียบ” จริงหรือไม่?

มะเร็งเต้านมเป็น “ภัยเงียบ” จริงหรือไม่?

มะเร็งเต้านมในระยะแรกอาจยังไม่มีอาการผิดปกติ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไรควรตรวจ? แพทย์อธิบายสัญญาณที่ควรรู้และเหตุผลที่การตรวจคัดกรองมีความสำคัญ

มะเร็งเต้านม ภัยเงียบไร้อาการ: รู้ทัน สัญญาณเตือน และเกณฑ์การตรวจคัดกรอง

ความน่ากลัวของ "มะเร็งเต้านม" คือในระยะแรกผู้ป่วยมัก ไม่มีอาการเตือนใดๆ เซลล์มะเร็งสามารถเกิดขึ้นและค่อยๆ เติบโตขึ้นในเต้านมโดยที่เราไม่รู้ตัว ไม่มีอาการเจ็บ ไม่ปวด และน้ำหนักไม่ลด จนกระทั่งก้อนมะเร็งโตขึ้นในระดับหนึ่ง ซึ่งอาจแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นแล้ว แพทย์จึงมักเรียกมะเร็งเต้านมว่าเป็น "ภัยเงียบ"


สัญญาณเตือนและอาการที่พบบ่อยของมะเร็งเต้านม

  • หากปล่อยไว้จนกระทั่งแสดงอาการ มักจะเป็นมะเร็งในระยะที่เริ่มเยอะแล้ว โดยอาการที่พบบ่อย มีดังนี้:
  • คำเจอก้อนเนื้อบริเวณเต้านมหรือรักแร้
  • มีน้ำหวาน น้ำนม หรือเลือดไหลออกมาทางหัวนม
  • หัวนมบุ๋ม หรือมีความผิดปกติของรูปร่างหัวนม
  • ผิวหนังบริเวณเต้านมผิดปกติ (เช่น รอยบุ๋ม ผิวรอยส้ม หรือผื่นแดง)


คำแนะนำการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม (สำหรับคนที่ยังไม่มีอาการ)

เนื่องจากมะเร็งเต้านมระยะแรกไม่มีอาการ การตรวจคัดกรองล่วงหน้าจึงสำคัญที่สุด โดยแบ่งผู้หญิงตามระดับความเสี่ยง ดังนี้:

1. กลุ่มความเสี่ยงสูง (High Risk)

ลักษณะ: ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม หรือตรวจพบการตรวจมียีนผิดปกติ

คำแนะนำ: ควรเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงรายบุคคล และรับการตรวจคัดกรองในระบบพิเศษเฉพาะทาง


2. กลุ่มความเสี่ยงปกติ (General Population)

ลักษณะ: ผู้หญิงทั่วไปที่ไม่เคยเป็นมะเร็งเต้านม และไม่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม

ช่วงอายุที่เริ่มตรวจ: แนะนำให้เริ่มตรวจคัดกรองตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป

วิธีตรวจที่แนะนำ: ควรทำทั้ง แมมโมแกรม (Mammogram) และ อัลตราซาวด์ (Ultrasound) ควบคู่กัน

เหตุผล: ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ (ประมาณ 80%) มีเนื้อเต้านมแน่น (Dense Breasts) การทำทั้งสองอย่างร่วมกันจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจหาความผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
 


ความถี่ในการตรวจคัดกรอง และการติดตามผล (BI-RADS Classification)

ระยะเวลาในการตรวจคัดกรองจะขึ้นอยู่กับผลการประเมินทางการแพทย์:
  • กรณีผลตรวจปกติ: ควรเข้ารับการตรวจคัดกรอง ปีละ 1 ครั้ง
  • กรณีผลตรวจพบความผิดปกติ: จะประเมินตามระบบมาตรฐาน (BI-RADS Classification) ดังนี้:
  • กลุ่ม BI-RADS 3 (ความเสี่ยงเป็นมะเร็ง 0 - 2%): แนะนำให้ติดตามผลและตรวจซ้ำ ทุก 6 เดือน เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของความผิดปกตินั้นๆ
  • กลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งมากกว่า 2% (BI-RADS 4 ขึ้นไป): แนะนำให้ เจาะ/เจาะสะกิดเอาชิ้นเนื้อไปตรวจพิสูจน์ (Biopsy) และวางแผนการรักษาตามผลชิ้นเนื้อทันที
รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
แก้ไขล่าสุด: 14 กันยายน 2569

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

Related Health Blogs