การผ่าตัดมดลูก

การผ่าตัดมดลูกคืออะไร

การผ่าตัดมดลูกคือ การตัดมดลูกออกทั้งหมดซึ่งจะส่งผลให้ผู้ป่วยไม่มีประจำเดือนอีกต่อไปและไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก 
 

เพราะเหตุใดจึงต้องมีการผ่าตัดมดลูก

การผ่าตัดมดลูกมีจุดประสงค์เพื่อรักษาอาการและภาวะดังต่อไปนี้
  • อาการเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูกซึ่งไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีอื่นๆ
  • เนื้องอกมดลูก
  • ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ซึ่งมีอาการร้ายแรง
  • พังผืดในมดลูก
  • อาการเจ็บในอุ้งเชิงกรานซึ่งเกี่ยวข้องกับมดลูกและไม่อาจรักษาได้โดยวิธีอื่นๆ
  • ภาวะมดลูกหย่อนเป็นเหตุให้ไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะได้ หรือถ่ายอุจจาระลำบาก
  • มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งที่เกี่ยวกับมดลูก
  • ความผิดปกติขณะคลอด (อาทิ ภาวะเลือดไหลไม่หยุด)
  • เนื้องอกของมดลูกขนาดใหญ่หรือจำนวนมากจนกล้ามเนื้อมดลูกเสียไป ไม่สามารถผ่าตัดตกแต่ง ซ่อมแซมได้
 

วิธีการผ่าตัดมดลูก

การผ่าตัดมดลูกมี 4 วิธีด้วยกัน ซึ่งการจะเลือกใช้วิธีใดนั้น แพทย์จะพิจารณาจากสภาวะของผู้ป่วยและความร้ายแรงของโรคที่เป็น ทั้งนี้วิธีการผ่าตัดทั้ง4 สามารถเรียงลำดับตามความนิยมและผลกระทบต่อผู้ป่วย อาทิ รอยแผล และระยะเวลาในการพักฟื้น ได้ดังนี้


การผ่าตัดมดลูกทางช่องคลอด (Vaginal Hysterectomy)

การผ่าตัดมดลูกโดยวิธีที่แพทย์เข้าถึงมดลูกผ่านทางช่องคลอดนี้ เป็นการผ่าตัดที่ผู้ป่วยมักจะเลือกเป็นลำดับแรกๆ เนื่องจาก   
  • ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นหลังผ่าตัด แม้จะมีรอยเย็บด้านในเช่นเดียวกับการผ่าตัดวิธีอื่น แต่เนื่องจากไม่มีการเปิดหน้าท้อง จึงไม่มีแผลปรากฏให้เห็นบริเวณผิวหนังภายนอก
  • ใช้เวลาในการพักฟื้นน้อยกว่าวิธีการอื่นๆ
  • เกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า
  • มีโอกาสติดเชื้อบริเวณที่ผ่าตัดน้อยกว่า
  • มีผลกระทบต่ออวัยวะข้างเคียงน้อยกว่า
ในอดีต การผ่าตัดมดลูกผ่านทางช่องคลอดจะกระทำในกรณีที่มดลูกหย่อนเท่านั้น แต่ปัจจุบัน เทคนิค ทักษะของศัลยแพทย์ รวมทั้งอุปกรณ์ที่ใช้พัฒนาไปมาก การผ่าตัดมดลูกด้วยวิธีนี้จึงสามารถกระทำได้ในหลายข้อบ่งชี้ เช่น เนื้องอกมดลูก เลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก ผู้ป่วยที่ไม่เคยคลอดบุตรมาก่อน รวมทั้งในผู้ป่วยที่เคยผ่าตัดคลอดมาแล้ว
 
ทั้งนี้ การผ่าตัดมดลูกผ่านทางช่องคลอดต้องกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะเท่านั้น 


การผ่าตัดมดลูกโดยใช้กล้องส่องช่องท้อง(Laparoscopic Hysterectomy)

การผ่าตัดมดลูกโดยใช้กล้องส่องช่องท้องจะกระทำเมื่อไม่สามารถผ่าตัดมดลูกทางช่องคลอดได้ เนื่องด้วยข้อจำกัดบางประการในการผ่าตัด แพทย์จะเปิดแผลโดยการทำรอยเล็กๆ 3 รอย บริเวณสะดือ 1 รอย และบริเวณหน้าท้องส่วนล่างอีก 2 รอย และเนื่องจากรอยเปิดมีขนาดเล็กมาก กล่าวคือ ประมาณ 8 ถึง 12 มิลลิเมตรเท่านั้น หากจะเกิดรอยแผลเป็น ก็จะไม่เห็นชัดมากนัก อาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดจะน้อยกว่าการผ่าตัดมดลูกผ่านหน้าท้องแบบปกติ 


การผ่าตัดมดลูกผ่านหน้าท้องแบบแผลเล็ก (Minilaparotomy Hysterectomy)

ในกรณีที่มีข้อจำกัดบางประการที่ทำให้การผ่าตัดมดลูกผ่านทางช่องคลอดและกล้องส่องช่องท้องไม่สามารถทำได้ แพทย์อาจพิจารณาเลือกการผ่าตัดมดลูกผ่านหน้าท้องแบบแผลเล็กแทน 
 
การผ่าตัดมดลูกด้วยวิธีการนี้จำเป็นต้องเปิดแผลขนาดประมาณ 5 เซนติเมตรเพื่อทำการผ่าตัดที่มดลูกโดยตรง ซึ่งมักใช้เวลาผ่าตัดไม่นาน เนื่องจากศัลยแพทย์มี “พื้นที่” กว้างทำให้แพทย์สามารถผ่าตัดได้สะดวก นอกจากนี้ในส่วนของค่าใช้จ่ายมักจะไม่สูงเท่ากับวิธีการผ่าตัดแบบอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยต้องชั่งน้ำหนักให้ดีระหว่างค่าใช้จ่ายกับประโยชน์ทางสุขภาพที่จะได้รับ 
 
โดยทั่วไป การผ่าตัดมดลูกผ่านหน้าท้องแบบแผลเล็กต้องอาศัยระยะเวลาในการพักฟื้นนานกว่าการผ่าตัดมดลูกสองวิธีแรก นอกจากนี้ ยังอาจมีรอยแผลบริเวณรอยพับที่หน้าท้องปรากฏให้เห็น 


การผ่าตัดมดลูกผ่านหน้าท้องแบบปกติ (Abdominal Hysterectomy)

การผ่าตัดมดลูกผ่านหน้าท้องแบบปกติจะกระทำก็ต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น เนื่องจากต้องเปิดแผลกว้างถึง 15 เซนติเมตร แม้จะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยแต่ก็ต้องอาศัยเวลาในการพักฟื้นนาน และมีโอกาสเกิดแผลเป็นสูง ดังนั้น ในโรงพยาบาลที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและสภาวะของผู้ป่วยเอื้ออำนวย การผ่าตัดมดลูกโดยวิธีการอื่นๆ จะเป็นที่นิยมมากกว่า  
 

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการผ่าตัดมดลูก

โดยปกติ การผ่าตัดมดลูกจะใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 3 ชั่วโมง ซึ่งแพทย์อาจเลือกวางยาสลบ หรือใช้ยาชาเฉพาะที่ระหว่างทำการผ่าตัด แพทย์อาจตัดมดลูกออกทั้งหมดหรือตัดออกเฉพาะบางส่วน หรือบางกรณีก็มีการตัดท่อนำไข่ออกด้วย ภายหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยยังคงต้องใส่สายสวนปัสสาวะต่อไปประมาณ 1 ถึง 2 วัน ส่วนระยะเวลาในการพักฟื้นนั้นมีตั้งแต่ 1 ถึง 3 วันโดยจะแตกต่างกันไปตามวิธีการผ่าตัดที่เลือกใช้ 
  

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน 

ในการผ่าตัด อาจเกิดความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับยาสลบที่ใช้ ซึ่งอาจส่งผลต่อความผิดปกติของหัวใจและระบบทางเดินหายใจ ส่วนความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ มีดังต่อไปนี้
  • แผลติดเชื้อภายใน แผลปริขาด
  • ภาวะเลือดออกมากหรือเกิดลิ่มเลือด
  • ติดเชื้อ
  • บาดเจ็บบริเวณกระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ และลำไส้
  • เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ มีความต้องการทางเพศลดลง ถึงจุดสุดยอดยากขึ้น
  • ท้องอืดชั่วคราวเนื่องจากลำไส้ไม่ทำงาน   
นอกจากนี้ ภายหลังจากการผ่าตัด ผู้ป่วยอาจมีอาการซึมเศร้า เนื่องจากความรู้สึกสูญเสีย แต่จะดีขึ้นภายในเวลาไม่นาน
 
ทั้งนี้ ผู้ป่วยสามารถลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้โดยการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดทั้งช่วงก่อนและหลังการผ่าตัด
 

 

Vaginal Hysterectomy Research


ทางเลือกอื่นๆ ในการรักษา

สำหรับทางเลือกอื่นๆ ในการรักษาโรคโดยไม่ต้องทำการผ่าตัดมดลูกนั้น ขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหาเป็นสำคัญ โดยแพทย์อาจแนะนำทางเลือกให้แก่คุณ ดังนี้
  • การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ซึ่งอาจมีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาภาวะเลือดออกผิดปกติ
  • การขูดมดลูก สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาประจำเดือนมามากผิดปกติ
  • การใช้ยาเพื่อลดการก่อตัวของเนื้อเยื่อในมดลูก
  • การผ่าตัดเฉพาะเนื้องอกในมดลูก เป็นการผ่าตัดใหญ่ และโดยมากผู้ป่วยมักพบเนื้องอกซ้ำในระยะเวลา 5 ปี
  • อาการปวดเรื้อรัง อาจดีขึ้นได้โดยการใช้ยาแก้ปวดลดการอักเสบ ยาเม็ดคุมกำเนิด หรือกายภาพบำบัด
 

ความคาดหวังหลังการผ่าตัด 

การผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออกไปในผู้ที่ยังไม่หมดประจำเดือน ส่งผลให้ผู้ป่วยหมดประจำเดือนทันทีและขาดฮอร์โมนเพศหญิงร่วมด้วย ซึ่งแพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยรับฮอร์โมนเสริมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
 

สถานที่ตั้ง

อาคารโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ด้านเหนือ โดยขึ้นบันไดเลื่อนจากล็อบบี้ไปยังชั้น 2 แล้วเลี้ยวซ้าย เดินต่อไปอีกประมาณ 15 เมตร ศูนย์ฯ จะอยู่ทางด้านซ้ายมือ
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 33 สุขุมวิท ซอย 3 เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110 ประเทศไทย

ติดต่อสอบถามและทำการนัดหมายแพทย์

โทรศัพท์ 0-2667-1555
โทรสาร 0 2667 2915 
 
คะแนนโหวต: 9.78 of 10, จากจำนวนคนโหวต 101 คน