bih.button.backtotop.text

การฉายแสงเพื่อเสริมความแข็งแรงของกระจกตาด้วยวิตามินบี 2

Corneal collagen cross-linking with riboflavin (CXL) เป็นนวัตกรรมที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของกระจกตาที่เรียกว่า กระจกตาย้วยหรือกระจกตาโป่งพองที่เป็นมากขึ้น (keratoconus หรือ progressive corneal ectasia) โดยการเพิ่มความแข็งแรงในเนื้อกระจกตาด้วย riboflavin (vitamin B2) ร่วมกับ ultraviolet-A (UVA) ซึ่งก่อให้เกิดปฏิกิริยา cross linking ขึ้นในชั้นกลางของกระจกตา เพื่อทำให้คอลลาเจนเนื้อกระจกตาแข็งแรงขึ้น

โรคกระจกตาย้วย (Keratoconus) คืออะไร
โรคกระจกตาย้วยเป็นภาวะที่มีความผิดปกติของกระจกตา ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างภายในชั้นของกระจกตาที่ทำให้กระจกตาบริเวณตรงกลางบางลง และทำให้กระจกตาตรงกลางยื่นออกมาข้างหน้าเป็นรูปกรวย หรือย้วย หรือเบี้ยว โดยไม่พบการอักเสบหรือติดเชื้อ โรคนี้ส่งผลให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง
โรคกระจกตาย้วยสามารถทำการรักษาได้หลายวิธี คือ
  1. การใส่แว่น โดยทั่วไปมักใช้ได้ในระยะแรกๆ ของโรคที่กระจกตายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาก
  2. การใส่คอนแทคเลนส์ ใช้เมื่อสายตาเอียงมากขึ้นจนใส่แว่นไม่ได้ผล
  3. การผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา หากโรคมีความรุนแรงมากขึ้น
ปัจจุบันนี้ได้มีการพยายามหาวิธีการรักษาเพื่อยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของกระจกตา ทำให้ลดความจำเป็นในการเปลี่ยนกระจกตา ได้แก่
  1. Intrastromal corneal ring segment implantation (ICRS) เป็นการรักษาโดยการสอดวัสดุวงแหวนเข้าไปในเนื้อกระจกตา ซึ่งเป็นการลดความโค้งของกระจกตา
  2. Corneal collagen cross-linking with riboflavin (CXL) เป็นการรักษาโดยใช้ riboflavin ร่วมกับการฉายแสง ultraviolet-A (UVA) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของเนื้อกระจกตา
เหตุผลในการทำ corneal collagen cross linking (CXL) เพื่อทำให้กระจกตามีความแข็งแรงขึ้น ชะลอหรือหยุดการโก่งตัวของกระจกตาไม่ให้เป็นมากขึ้น มีผลทำให้ผู้ป่วยรักษาระดับการมองเห็นให้คงที่หรือดีขึ้น ตัวโรคไม่เป็นมากขึ้น จนไปถึงขั้นที่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา
 
  1. หลังทำหัตถการผู้ป่วยจะได้รับการใส่เลนส์สัมผัส กรณีที่ทำหลุด ห้ามใส่กลับคืน
  2. อาจมีความไวต่อแสงมากขึ้น ตาแดง มีอาการปวดตาหรือรู้สึกมีสิ่งแปลกปลอมในดวงตาและความคมชัดของสายตาผันผวน (สายตาชัดบ้างไม่ชัดบ้าง) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสัปดาห์แรกหลังทำหัตถการ แต่อาการต่างๆ เหล่านี้จะดีขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์
  3. แนะนำให้สวมแว่นกันแดดเมื่อออกนอกบ้าน และใช้พลาสติกครอบตาเมื่อเข้านอนในช่วง 2 สัปดาห์แรก
เช่นเดียวกับการรักษาประเภทอื่นๆ ความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนอาจเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคตาก่อนการทำหัตถการและการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยตามข้อบ่งชี้หลังการทำหัตถการที่ได้รับจากจักษุแพทย์ที่ดูแล ผลข้างเคียงที่พบได้คือ
  • เคืองแสบ น้ำตาไหล ลืมตาไม่ขึ้น ปวดตาได้ในช่วง 2-3 วันแรกหลังการรักษา ซึ่งจะค่อยๆ น้อยลงเรื่อยๆ ในสัปดาห์แรก
  • มีโอกาสเล็กน้อยที่จะเกิดฝ้าหมอกขึ้นมาได้ชั่วคราวหลังการผ่าตัดเมื่อส่องดูด้วยกล้อง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่รบกวนการมองเห็น แนะนำให้ใส่แว่นกันแดดเวลาไปที่โล่งแจ้งและหยอดยาตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดฝ้า
  • การติดเชื้อที่กระจกตา พบได้น้อยมาก แพทย์จะดูแลความสะอาดในช่วงการผ่าตัดให้ แต่หลังผ่าตัดผู้ป่วยต้องดูแลหยอดยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำ ระวังอย่าให้น้ำเข้าตา อย่าให้นิ้วหรือปลายหลอดยาไปจิ้มตา
  • กระจกตาป่องย้วยอาจเป็นเพิ่มมากขึ้นได้ แต่พบได้น้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษามาก การดูแลเรื่องภูมิแพ้ ลดการคันตา ลดการขยี้ตา สำคัญมากที่จะไม่ให้โรคดำเนินต่อไป บางกรณีอาจพิจารณาทำ corneal collagen cross linking (CXL) ซ้ำได้
ภาวะกระจกตาย้วยเป็นความผิดปกติของกระจกตา ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างภายในชั้นกลางของกระจกตา ไม่มีความเจ็บปวด ไม่พบการอักเสบหรือติดเชื้อ เพียงแต่ส่งผลให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง

โดยทั่วไปโรคกระจกตาย้วยสามารถทำให้การมองเห็นกลับคืนมีหลายวิธี ตามที่กล่าวแล้วข้างต้น
 
บางรายที่กระจกตาป่องย้วยยังมากขึ้นเรื่อยๆ มีผลทำให้ตามัวลง ซึ่งอาจต้องผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา เพื่อให้กลับมาเห็นได้อีกครั้ง

Related conditions

Doctors Related

Related Centers

ศูนย์จักษุ

ดูเพิ่มเติม

ศูนย์ปลูกถ่ายกระจกตา

ดูเพิ่มเติม

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

คะแนนโหวต NaN of 10, จากจำนวนคนโหวต 0 คน

Related Health Blogs