bih.button.backtotop.text

“มะเร็งปอด” ต้องกังวล! หาก PM 2.5 ยังอยู่กับเราอีกนาน

เมื่อฤดูฝนผ่านไป ความชื้นในอากาศลดลง ทำให้ฝุ่นละอองที่เกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งการเผาไหม้เชื้อเพลิง การเผาไหม้ทางการเกษตร กระบวนการอุตสาหกรรม ฯลฯ กลับมาเพิ่มปริมาณสูงขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะฝุ่นละอองอนุภาคขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพค่อนข้างมาก

 

ผลกระทบต่อสุขภาพจาก PM 2.5

ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ผลกระทบระยะสั้นที่เกิดจากการได้รับฝุ่นละอองอนุภาคเล็ก PM 2.5 อาจทำให้ระคายเคืองต่อผิว ดวงตา คอ จมูก ทางเดินหายใจ รวมทั้งอาจทำให้ผู้มีอาการหอบหืดกำเริบได้ แต่ในระยะยาวนั้น ยังอาจเป็นปัจจัยในการเพิ่มอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยมะเร็งปอด เป็นต้น

 

PM 2.5 กับมะเร็งปอด

ผลศึกษาจากวารสารการแพทย์ Oncology Letter - PMC5920433 ซึ่งเผยแพร่ในหอสมุดแพทย์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ฝุ่นละอองอนุภาคเล็ก PM2.5 อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับยีน ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงโมเลกุลขนาดเล็กที่กำหนดการแสดงออกของยีนต่าง ๆ ในร่างกาย (microRNA dysregulation) และมีผลต่อกระบวนการกลายพันธุ์หรือแบ่งตัวผิดปกติภายในเซลล์ (DNA methylation) รวมถึงอาจเอื้อให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเกิดมะเร็ง (Tumor Microenvironment Alteration) เปลี่ยนแปลงยีนที่ควบคุมการเจริญเติบโตแบบปกติของร่างกาย ให้กลายเป็นยีนก่อมะเร็งได้ (Oncogene) ซึ่งมีส่วนต่อการเกิดมะเร็งปอดในท้ายที่สุด

 

ดูแลตนเองเมื่อต้องอยู่ร่วมกับ PM 2.5

ในช่วงที่ค่าฝุ่น PM 2.5 เพิ่มขึ้นสูง แนะนำให้ลดกิจกรรมนอกบ้าน งดออกกำลังกายกลางแจ้ง และสวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่น PM 2.5 ที่มีมาตรฐาน ก่อนออกภายนอก

 

ตรวจคัดกรอง อีกหนึ่งวิธีดูแลตนเองตั้งแต่เนิ่น ๆ

นอกจากนี้ ผู้ที่มีอาการผิดปกติเช่น ไอเรื้อรัง แน่นหน้าอก หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอด สามารถตรวจคัดกรองด้วยวิธี Low Dose CT ที่มีความแม่นยำมากขึ้น สามารถเห็นภาพสแกนแนวตัดขวาง แบบ 3มิติ ช่วยให้พบจุด หรือก้อนมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น หรือเห็นได้แม้ซ่อนอยู่หลังอวัยวะสำคัญ

 

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

Related Health Blogs