ผมหาย...อยากได้คืน!

เส้นผมบนหนังศีรษะเป็นส่วนหนึ่งของความงามและความมั่นใจ ปกติแล้วผมอาจร่วงได้ถึงประมาณ 100 เส้นต่อวัน แต่ถ้าผมร่วงมากเกินไปจนรบกวนความมั่นใจล่ะ เราควรจะทำอย่างไร มาวิเคราะห์ปัญหาของเส้นผมและหาทางออกไปด้วยกันไ

ผมร่วง ผมบาง เกิดจากอะไร?

สาเหตุของการเกิดผมร่วง อาจเกิดจากปัจจัยเดี่ยวหรือหลายๆ ปัจจัยเหล่านี้ร่วมกัน ได้แก่
  1. พันธุกรรม: การถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย มักจะพบเมื่อมีอายุมากขึ้น ทั้งในเพศชายและเพศหญิง
  2. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและสภาวะเจ็บป่วย: การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเนื่องจากตั้งครรภ์ คลอดบุตร ภาวะประจำเดือนหมด หรือภาวะที่เกี่ยวข้องกับต่อมไทรอยด์ (Thyroid problems) เป็นสาเหตุของผมร่วงถาวรและชั่วคราวได้ นอกจากนี้สภาวะเจ็บป่วย เช่น การติดเชื้อบนหนังศีรษะ (เชื้อรา แบคทีเรีย และเชื้อไวรัส) มีการอักเสบที่รบกวนการเติบโตของเส้นผม หรือเป็นโรคดึงผมที่เรียกว่า Trichotillomania ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้หนังศีรษะบางได้เช่นกัน
  3. ยาและอาหารเสริม: การรับประทานยาหรืออาหารเสริมบางชนิด อาจมีอาการข้างเคียงทำให้ผมขาดหลุดร่วงได้ เช่น  ยารักษาโรคมะเร็ง ยากดภูมิคุ้มกัน ยารักษาโรคไขข้อเสื่อม ยาลดความเครียด ยาโรคหัวใจและยาความดันบางชนิด เป็นต้น
  4. การฉายรังสีที่ศีรษะ: อาจเป็นสาเหตุของการเกิดผมร่วงถาวร
  5. ความเครียดสะสม: การงอกของเส้นผมคนเรานั้นอ่อนไหวและไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์และสภาวะกายใจ ความเครียดทางกายหรือทางใจ จึงอาจเป็นสาเหตุของอาการผมร่วงได้
  6. การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม: การย้อม ดัด ยืดด้วยสารเคมี หรือการจัดแต่งทรงผมที่ดึงรั้ง เช่น การมัดผมรวบตึง การถักผมเปียถาวร ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมร่วงได้
 

ผมร่วง วินิจฉัยได้อย่างไร?

                แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย สอบถามเกี่ยวกับประวัติการใช้ยาและประวัติการเจ็บป่วยของครอบครัว รวมทั้งอาจวินิจฉัยเพิ่มเติมได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
  • ตรวจเลือด (Blood test) เพื่อช่วยในการหาสาเหตุอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดผมร่วง
  • การดึงผม (Pull test) แพทย์จะทำการดึงผมเพื่อดูจำนวนผมที่หลุดติดมือมา
  • ตรวจชิ้นเนื้อหนังศีรษะ (Scalp biopsy) โดยนำตัวอย่างผิวหนังบริเวณที่เกิดอาการไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อหาสาเหตุของอาการผมร่วง
 

ผมร่วงแบบนี้ รักษาอย่างไร?


                เราสามารถจำแนกประเภทของผมร่วงเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 2 กลุ่ม คือ
  1. ผมร่วงแบบมีแผลเป็นบนหนังศีรษะ (Scarring or cicatricial alopecias) ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น โรคฝีหนองบนศีรษะ เชื้อกลากที่ศีรษะชนิดที่มีการอักเสบรุนแรง แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ทำให้รากผมถูกทำลายอย่างมากจนไม่สามารถสร้างเส้นผมใหม่มาทดแทนเส้นผมเดิม และเกิดพังผืดในชั้นหนังแท้ร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง
  2. ผมร่วงแบบไม่มีแผลเป็นบนหนังศีรษะ (Non-scarring or Non-cicatricial alopecias) พบได้บ่อยกว่ากลุ่มแรก โดยแบ่งประเภท ดังนี้
 
ประเภท ลักษณะที่พบ การรักษา
Alopecia areata ไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน มีผมร่วงเป็นหย่อมๆ ขอบเขตชัดเจน อาจจะมีผมเหลืออยู่เป็นตอสั้นๆส่วนใหญ่เป็นที่ศีรษะ อาจใช้ยา Topical steroid ชนิดแรง ทาเช้า-เย็น หรือฉีดยา Steroid ตรงบริเวณที่เป็น แต่เมื่อหยุดยาผมก็จะกลับมาร่วงอีก
Anagen effluvium ผมร่วงทั่วศีรษะเป็นเวลาหลายวันจนถึงสัปดาห์ติดต่อกัน หลังจากได้รับยาเคมีบำบัด ผมจะขึ้นเมื่อหยุดสาเหตุที่ทำให้เกิดผมร่วง อาจใช้ยา Minoxidil ช่วยได้
Androgenetic alopecia
(ผมบางแบบพันธุกรรม)
  • มีประวัติครอบครัวที่มีอาการผมร่วง
  • ในผู้ชาย มักพบบริเวณแนวชายผมด้านหน้าจะค่อยๆ ถอยร่นขึ้นไป โดยเฉพาะที่ขมับทั้ง 2 ข้าง จะเห็นเหมือนรูป M
  • ในผู้หญิง มักพบผมบางบริเวณด้านบนของศีรษะ
อาจใช้ยา Minoxidil ทาที่หนังศีรษะ
Telogen effluvium
(ภาวะผมร่วงระยะ Telogen)
กระจุกผมร่วงเวลาสระผมหรือหวีผม มีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางกายภาพ เช่น ผมร่วงในหญิงหลังคลอด และความเครียด กำจัดสาเหตุทำให้เกิดผมร่วง ปกติจะหายเป็นปกติเองภายใน 2-6 เดือน
Tinea capitis
(ผมร่วงจากเชื้อรา)
ผมจะร่วงเปนกระจุก ผิวหนังในบริเวณที่ผมร่วงจะมีขุยหรือสะเก็ด ควรได้รับการรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อราแบบรับประทาน ได้แก่ Terbinafine , Itraconazole, Fluconazole หรือ Griseofulvin
Trichorrhexis nodosa
(ผมร่วงจากผมเปราะ)
เส้นผมแตกหักจากการบาดเจ็บหรือบอบบาง ซึ่งการบาดเจ็บอาจเกิดจากการหวีผมแรงเกินไป จัดแต่งทรงผมที่ดึงรั้ง ได้แก่ การมัดผมรวบตึง การถักผมเปียถาวร กำจัดสาเหตุที่ทำให้ผมร่วง
Trichotillomania
(ผมร่วงจากการดึงผม)
ผู้ป่วยชอบถอนผมตัวเอง อาจจะพบรอยแกะเกาเป็นสะเก็ดที่หนังศีรษะ เส้นผมที่เหลืออยู่มีความยาวต่างๆ กัน ในรายที่ถอนผมอยู่เป็นปีๆ อาจจะกลายเป็น Scarring alopecia ได้ หยุดการดึงผม หรือในรายที่เป็นมากอาจต้องปรึกษาจิตแพทย์
 


ผมร่วงป้องกันได้ !?!

ท่านสามารถป้องกันการเกิดผมร่วงได้ โดยปฏิบัติดังนี้
  • ควรสระผมหรือหวีผมอย่างเบามือ
  • หลีกเลี่ยงการจัดแต่งทรงผมที่ดึงรั้ง ได้แก่ การมัดผมรวบตึง การถักผมเปียถาวร รวมถึงหลีกเลี่ยงการม้วนบิดผม ดึงผมเล่น
  • หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ดัดผม ม้วนผม หรือยืดผม การใช้น้ำมันทำทรีทเมนต์ผม และการย้อมผม ดัดผม หรือยืดผมด้วยสารเคมี
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยารักษาโรคที่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดผมร่วง
  • หยุดสูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่มีความสัมพันธ์กับการเกิดศีรษะล้านในผู้ชายได้
อย่างไรก็ตาม หากท่านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังเกิดปัญหาเช่นเดิมหรืออาการผมร่วง/ผมบางไม่ดีขึ้น แนะนำให้เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อจะได้หาสาเหตุและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป
 
หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ข้อมูลยาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ตลอด 24 ชั่วโมง


Contact information: Drug Information Service ศูนย์ข้อมูลยาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
Tel: +66(0) 2 011 3399 Email: [email protected]

Related Health Blogs