bih.button.backtotop.text

นวัตกรรมการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมล่าสุด ความหวังใหม่ ณ เส้นขอบฟ้า

“ข่าวดีจากงานประชุมผู้เชี่ยวขาญด้านมะเร็งระดับโลกจุดประกายความหวังครั้งใหม่ให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม”


องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐ (FDA) อนุมัติให้ใช้ยา alpelisib กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายและระยะแพร่กระจายได้แล้ว หลังมีหลักฐานยืนยันว่าการใช้ยา alpelisib ควบคู่ไปกับยา fulvestrant ซึ่งเป็นยาต้านฮอร์โมนชนิดหนึ่ง จะทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาสูงขึ้น โดยยานี้จะใช้เฉพาะในผู้ป่วยที่มีเซลล์มะเร็งกลายพันธุ์ที่เรียกว่า PIK3CA เท่านั้น  และทางองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐ ได้ทำอนุมัติชุดตรวจหาการกลายพันธุ์ดังกล่าวจากเลือดและเนื้อเยื่อมาพร้อมกันด้วย ซึ่งนับว่าเป็นก้าวสำคัญในการพํฒนาองค์ความรู้ “การแพทย์แบบแม่นยำ” ของวงการแพทย์


จากรายงานในการประชุมประจำปีของสมาคมมะเร็งวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (ASCO : American Society of Clinical Oncology)  ซึ่งเป็นการประชุมด้านด้านโรคมะเร็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยาแถวหน้าจากทั่วทุกทวีป เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562  ที่ผ่านมานั้น มีรายงานว่าการใช้ยา alpelisib ควบคู่ไปกับยา fulvestrant สามารถชะลอการลุกลามของมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับการใช้ยา fulvestrant เพียงตัวเดียว


นอกจากนี้ในการประชุมยังมีการนำเสนองานวิจัยที่สนับสนุนการใช้ยา ribociclib ร่วมกับยาต้านฮอร์โมนในผู้ป่วยวัยก่อนหมดประจำเดือนมะเร็งเต้านมระยะลุกลามหรือแพร่กระจายตั้งแต่ช่วงต้นของการรักษา  โดยพบว่าสามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิตโดยรวมของผู้ป่วยที่ใช้ยาได้เพิ่มขึ้นอีกเกือบ 50%  เมื่อเทียบกับการให้ยาต้านฮอร์โมนเพียงอย่างเดียว ทำให้จำนวนผู้ป่วยที่จะได้รับประโยชน์จากยานี้เพิ่มขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้มีเพียงข้อบ่งใช้ในผู้ป่วยวัยหมดประจำเดือนเท่านั้น


อย่างไรก็ตามองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐ  ยังได้แจ้งข้อควรระวังไว้ว่า ยา alpelisib ไม่ควรใช้กับผู้ป่วยที่มีเคยมีประวัติเป็นโรคผิวหนังชนิดรุนแรงมาก่อน เช่น กลุ่มอาการสตีเวนจอห์นสัน , มีอาการของผื่นแพ้ยา (EM) หรือ TEN  (toxic epidermal necrolysis) เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรคผิวหนังที่พบได้ไม่บ่อยนัก


ดังนั้นการอนุมัติให้ใช้ยา alpelisib ร่วมกับยา fulvestrant และชุดตรวจหาการกลายพันธุ์ของเซลล์มะเร็งของ FAD รวมถึงข้อมูลล่าสุดว่าด้วยการใช้ยา ribociclib ร่วมกับยาต้านฮอร์โมนในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยลงกว่าเดิม จึงนับเป็นข่าวดี ที่ช่วยต่อความหวังในการมีชีวิตที่ยืนยาว และมีชีวิตที่มีความสุขขึ้นได้ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั่วโลก

Related Health Blogs