bih.button.backtotop.text

โรคอะคาเลเซีย

โรคอะคาเลเซีย (Achalasia) เป็นความผิดปกติของการกลืนอาหารที่มีสาเหตุมาจากการสูญเสียการทำงานของหลอดอาหารและหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง (กล้ามเนื้อวงแหวนที่รอยต่อระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร) โดยปกติแล้ว เมื่อคนเรากลืนอาหารหลอดอาหารจะบีบตัวเป็นลำดับ และหูรูดจะคลายตัวเพื่อให้อาหารและของเหลวผ่านไปยังกระเพาะอาหาร เมื่อเป็นโรคอะคาเลเซีย หลอดอาหารจะไม่บีบตัวและหูรูดจะไม่คลายตัว ซึ่งเป็นสาเหตุให้อาหารค้างอยู่ในบริเวณนั้น

อาการ
เมื่อเวลาผ่านไปมักมีอาการแย่ลง ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถทนรับได้ทั้งอาหารแข็งและเหลว อาการเหล่านี้ได้แก่
ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จำนวนมากเชื่อว่าการเสื่อมของเซลล์ประสาทที่ส่งสัญญาณให้สมองคลายหลอดอาหารและหูรูดหลอดอาหารเป็นสาเหตุให้เกิดโรคอะคาเลเซีย ถึงแม้สาเหตุที่แท้จริงของการเสื่อมนี้จะไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ผู้เชี่ยวชาญบางรายเสนอว่าอาจเกิดจากโรคภูมิคุ้มกันต้านตนเองหรือโรคติดเชื้อ
 
 
เนื่องจากไม่ทราบสาเหตุของโรคอะคาเลเซีย จึงไม่สามารถป้องกันได้ อย่างไรก็ตาม การรักษาตั้งแต่แรกเริ่ม สามารถลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
 
 
การวินิจฉัยมักสงสัยจากอาการแสดงดังกล่าวข้างต้น แต่การทดสอบต่างๆ ที่เฉพาะเจาะจงยังคงจำเป็นต้องทำเพื่อยืนยันการวินิจฉัยและเพื่อตัดภาวะอื่นๆ ที่มีอาการเหมือนกันออกไป เช่นการตรวจดังนี้
  1. การส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร
  2. การเอกซเรย์แบเรียมตรวจหลอดอาหาร
  3. การตรวจการเคลื่อนไหวของหลอดอาหาร
  4. การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (ซีทีสแกน)
  5. การตรวจวัดการไหลย้อนของกรดตลอด 24 ชั่วโมง
จุดมุ่งหมายของการรักษาคือเพื่อให้อาหารสามารถผ่านไปได้ง่ายขึ้น โดยใช้การรักษาด้วยยา การถ่างขยายด้วยบอลลูน การผ่าตัดหรือการส่องกล้อง (การฉีดสารโบทูลินัมท็อกซิน) ในบางครั้งยากลุ่มต่างๆ เช่น ยาปิดกั้นแคลเซียมหรือสารที่มีไนเตรทเป็นส่วนประกอบหลักจะช่วยบรรเทาอาการของโรคอะคาเลเซีย แต่การรักษาเหล่านี้มักไม่ได้ผลในผู้ป่วยส่วนใหญ่
  • การถ่างขยายด้วยบอลลูน เป็นการใส่บอลลูนที่ขยายออกได้ลงไปในหลอดอาหารเข้าไปยังหูรูด บริเวณที่ซึ่งจะบอลลูนถูกทำให้พองออกเพื่อบังคับให้หูรูดเปิด วิธีการนี้ได้ผลในผู้ป่วยประมาณ 70-80% แต่มักต้องทำหลายครั้ง และมีความเสี่ยงการทะลุของหลอดอาหาร
  • การผ่าตัดเพื่อบรรเทาอาการของโรคอะคาเลเซียเรียกว่า การผ่าตัดกล้ามเนื้อหลอดอาหาร (esophageal myotomy) เป็นการตัดแยกชั้นกล้ามเนื้อของกระเพาะอาหารส่วนบนกับหลอดอาหารส่วนล่าง ภายหลังการผ่าตัดนี้ผู้ป่วยประมาณ 80-85% มีอาการดีขึ้นในระยะยาว
โภชนาการมีบทบาทสำคัญทั้งก่อนและควบคู่ไปกับกระบวนการเหล่านี้ นักกำหนดอาหารจะแนะนำอาหารหรือของเหลวที่ให้พลังงานสูงและง่ายต่อการกลืน
 
โรคอะคาเลเซียเป็นความผิดปกติของหลอดอาหารที่พบได้ไม่บ่อยซึ่งแพทย์อาจทำการรักษาด้วยทางเลือกการรักษาใดๆ ดังกล่าวข้างต้นโดยขึ้นกับภาวะของผู้ป่วยแต่ละราย
 

Related Treatments

Doctors Related

Related Centers

ศูนย์ทางเดินอาหาร-ตับ

ดูเพิ่มเติม

Related Packages

คะแนนโหวต NaN of 10, จากจำนวนคนโหวต 0 คน

Related Health Blogs