การฉีดสีเข้าหลอดเลือดสมอง

การฉีดสีเข้าหลอดเลือดสมอง (cerebral angiogram) เป็นวิธีการวินิจฉัยเพื่อตรวจสอบว่าหลอดเลือดสมองมีการแตกหรืออุดตันหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด รวมถึงใช้ในการวินิจฉัยภาวะอื่นๆ เช่น การแข็งตัวของเลือด ตะกรันไขมันที่เพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดสมองโป่งพอง หรือความผิดปกติอื่นๆ ของหลอดเลือด โดยใช้การฉีดสารทึบรังสีหรือที่มักเรียกกันว่า “สี” เข้าไปในหลอดเลือด พร้อมๆ กับการถ่ายภาพเอกซเรย์

ขั้นตอนของการฉีดสีเข้าหลอดเลือดสมอง
แพทย์จะทำความสะอาดบริเวณที่จะสอดสายสวน ซึ่งมักจะเป็นบริเวณขาหนีบ ข้อมือ หรือข้อพับแขน โดยทั่วไปนิยมตรวจทางด้านขวามากกว่า จากนั้นแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณผิวหนัง และทำการสอดสายเข้าไปยังหลอดเลือดแดงคาโรติด เมื่อสอดสายเข้าไปในบริเวณที่ถูกต้องแล้ว แพทย์จะฉีดสารทึบรังสี (มักเรียกกันว่า “สี”) ผ่านสายเข้าไปยังหลอดเลือดสมอง โดยภาพจะปรากฏบนจอเอกซเรย์และทำการบันทึกไว้ขณะฉีดสี
  • ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (transient ischemic attack; TIA)
  • โรคหลอดเลือดสมองคาโรติด (carotid disease)
  • โรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน (acute stroke) โดยมีอาการ เช่น
    • ใบหน้า แขน ขา ชาหรืออ่อนแรงอย่างเฉียบพลัน
    • ใบหน้าเบี้ยว
    • สับสนอย่างเฉียบพลัน
    • มีปัญหาการพูดหรือไม่สามารถเข้าใจได้อย่างเฉียบพลัน
    • ตามองเห็นผิดปกติข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง หรือมองเห็นภาพซ้อน
    • ปวดศีรษะรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ
    • กลืนลำบาก
แม้การฉีดสีเข้าหลอดเลือดสมองจะมีความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนน้อย แต่ก็อาจมีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ เช่น
  • มีเลือดออกภายใน
  • เกิดการบาดเจ็บต่อเส้นเลือด
  • การติดเชื้อ
  • แพ้สารทึบรังสีที่ใช้ในการตรวจ
  • โรคหลอดเลือดสมอง
อาจใช้การฉีดสีตรวจหลอดเลือดด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการวินิจฉัย
 

ภาวะการเจ็บป่วย

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์รักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์โรคระบบประสาท

ดูเพิ่มเติม
คะแนนโหวต 9.68 of 10, จากจำนวนคนโหวต 56 คน

Related Health Blogs