bih.button.backtotop.text

ไข้เลือดออก... ไม่เลือกวัยป้องกันได้ ไม่รุนแรงถึงชีวิต

ไข้เลือดออก... ไม่เลือกวัยป้องกันได้ ไม่รุนแรงถึงชีวิต

ไข้เลือดออกคร่าชีวิตได้ แต่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงวัย วัคซีนคือเกราะป้องกันสำคัญสำหรับทุกคนในครอบครัว

โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่พบได้บ่อยในประเทศไทย โดยติดต่อผ่านยุงลาย โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในปัจจุบัน ทำให้เราพบผู้ป่วยไข้เลือดออกได้เกือบตลอดทั้งปี

จากข้อมูลในประเทศไทยปี 2567 พบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อไข้เลือดออกประมาณ 100,000 ราย และที่น่าตกใจคือมีผู้เสียชีวิตถึง 114 ราย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโรคนี้เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ แต่กลับมีผู้เสียชีวิต ทำให้เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง


ไข้เลือดออก...เป็นภัยสำหรับคนทุกวัย

หลายคนอาจคิดว่าไข้เลือดออกเป็นโรคที่พบในเด็กเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัจจุบันมีผู้ป่วยมากกว่า 60% ที่มีอายุมากกว่า 15 ปี และ 80% ของผู้เสียชีวิตจากโรคนี้เป็นผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคอ้วน จะยิ่งมีความเสี่ยงที่จะป่วยหนัก ดังนั้น ไข้เลือดออกจึงเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นกับคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ


การรักษาและการป้องกัน

ปัจจุบันเรายังไม่มียาที่ใช้รักษาโรคไข้เลือดออกโดยเฉพาะ การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการเท่านั้น เช่น ให้ยาลดไข้สำหรับผู้ที่มีไข้ แต่หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง เช่น ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ หรือภาวะไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ก็จำเป็นต้องย้ายผู้ป่วยไปที่ห้องผู้ป่วยหนัก (ICU) เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม โรคไข้เลือดออกสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน ซึ่งปัจจุบันมีวัคซีนที่สามารถป้องกันได้ในคนตั้งแต่อายุ 4 ขวบจนถึงผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคอ้วน และโรคหัวใจ วัคซีนนี้เป็นวัคซีนของคนในครอบครัวที่สามารถฉีดได้ทุกคน

วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกตัวนี้เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี โดยฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน ซึ่งสามารถป้องกันได้ตลอดชีวิตและครอบคลุมถึง 4 สายพันธุ์ นอกจากนี้ ผู้ที่เคยติดเชื้อไข้เลือดออกมาก่อนก็ยังสามารถและแนะนำให้ฉีดวัคซีนนี้ด้วย

จากข้อมูลพบว่าวัคซีนนี้สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ถึง 80% และป้องกันการติดเชื้อรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ถึง 90% ซึ่งนับเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงมาก หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บุคลากรทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

เรียบเรียงโดย  นพ. เอกชัย สิงหติราช

 
รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

แก้ไขล่าสุด: 04 กันยายน 2568

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

Related Health Blogs