ตรวจภายใน ลดความเสี่ยงโรคร้ายในสตรี

เพื่อสุขภาพที่ดีและป้องกันโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้น ผุ้หญิงทุกคนควรดูแลสุขอนามัย มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย รวมถึงสำรวจตัวเองอย่างสม่ำเสมอและมาพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจภายในเป็นประจำทุกปีควบคู่กันไป

ทำไมผู้หญิงจึงควรตรวจภายในทุกปี

เมื่อเอ่ยถึงการตรวจภายใน ผู้หญิงหลายคนยังรู้สึกเขินอายอยู่ สาวโสดที่ยังไม่ได้แต่งงานบางคนอาจกลัวเจ็บหรือกลัวว่าจะเป็นอันตรายต่ออวัยวะบางส่วน บ้างก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นหากไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ก็ไม่จำเป็นต้องตรวจ ในปัจจุบันการตรวจภายในสำหรับสตรีมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าขึ้นเป็นอย่างมากทั้งทางด้านเทคนิคและวิธีการ เช่น วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ได้มีการพัฒนาวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่เรียกว่าเอชพีวี ดีเอ็นเอ (HPV DNA Test) ซึ่งสามารถระบุลงลึกถึงสายพันธุ์ของเชื้อเอชพีวีที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกได้อย่างแม่นยำ จนเป็นที่ยอมรับในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลียและยุโรป นับว่าเป็นข่าวดีของผู้หญิงทุกคน เพราะวิธีการนี้นอกจากมีความไวในการตรวจเจอโรคเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ยังสามารถเว้นการตรวจซ้ำได้ถึง 3 ปี
อย่างไรก็ตาม แพทย์ยังคงแนะนำให้ผู้หญิงทุกคนตรวจภายในเป็นประจำทุกปี เพราะการตรวจภายในมิได้หมายถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเพียงอย่างเดียว ถึงแม้ว่าโรคมะเร็งปากมดลูกป็นตัวการคร่าชีวิตหญิงไทยในลำดับต้นๆ แล้วยังมีโรคร้ายอื่นๆ ที่สามารถเกิดขึ้นกับระบบสืบพันธุ์เพศหญิงได้  เช่น ช่องคลอดอักเสบ ประจำเดือนมาผิดปกติ เนื้องอกมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และโรคมะเร็งส่วนอื่นของมดลูก รังไข่ เป็นต้น 
 

การตรวจภายในมีประโยชน์อย่างไร

การตรวจภายในเป็นการตรวจหาความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์เพศหญิงที่ทั้งมีอาการและไม่มีอาการ โดยแพทย์จะตรวจตั้งแต่มดลูก รังไข่ ท่อรังไข่และช่องคลอด ซึ่งนอกจากช่วยคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแล้ว แพทย์ยังสามารถตรวจพบอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกช่องคลอด มดลูก และรังไข่ ที่พบโรคบางอย่างของสตรีที่ไม่มีอาการ เช่น ซีสหรือเนื้องอก ทำให้สามารถป้องกันการลุกลามของโรคหรือทำการรักษาได้ทันท่วงที นอกจากนี้อาการทั่วไปที่ผู้หญิงมักคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เช่น อาการปวดประจำเดือน อาจเป็นเรื่องที่ผิดปกติได้ จึงควรมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจภายในเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง
 

ควรตรวจภายในตั้งแต่อายุเท่าไหร่

ผู้หญิงส่วนใหญ่ควรเริ่มตรวจภายในตั้งแต่อายุ 25 ปีไปจนถึงอายุ 65 ปีเป็นอย่างต่ำ โดยสามารถตรวจ Pap smear ร่วมกับการตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวีได้ เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจเจอรอยโรค สำหรับผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 65 ปี แพทย์จะเป็นผู้แนะนำว่าควรตรวจภายในต่อไปหรือไม่ สำหรับผู้หญิงที่ไม่เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาก่อน แพทย์จะมีวิธีการตรวจที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้กระทบกระทั่งความเป็นส่วนตัว

 

ควรเตรียมตัวก่อนการตรวจภายในอย่างไร

เพื่อให้การตรวจภายในมีประสิทธิภาพมากที่สุด ควรเตรียมตัวก่อนตรวจภายในดังนี้
  • หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอดหรือใช้ยาเหน็บทางช่องคลอดก่อนการตรวจภายใน 2 วัน (หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์)
  • หลีกเลี่ยงการตรวจภายในระหว่างการมีประจำเดือน นอกจากว่าประจำเดือนมาผิดปกติ เช่น มานานกว่าปกติ  ควรมาพบแพทย์โดยไม่ต้องรอให้ประจำเดือนหยุดก่อน
  • สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องตกขาว ไม่จำเป็นต้องชำระล้างให้เกลี้ยงเกลาเพื่อให้แพทย์เห็นปริมาณของตกขาวและตรวจหาเชื้อได้
  • สำรวจและทำการจดบันทึก วัน เวลา ที่ประจำเดือนมา รวมถึงระยะการมีประจำเดือนให้แม่นยำ อย่างน้อยย้อยหลัง 2 – 3 เดือน หรือถ้าเป็นไปได้ย้อนหลังไปอีก 2 เดือน 
เพื่อสุขภาพที่ดีและป้องกันโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้น ผุ้หญิงทุกคนควรดูแลสุขอนามัย มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย รวมถึงสำรวจตัวเองอย่างสม่ำเสมอและมาพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจภายในเป็นประจำทุกปีควบคู่กันไป

เรียบเรียงโดย นพ. วิสิทธิ์ สุภัครพงษ์กุล ศูนย์สูติ-นรีเวช โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ศูนย์สูติ-นรีเวช :
อาคารโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ชั้น 2 ด้านเหนือ
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 33 สุขุมวิท ซอย 3 เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110
โทร :02-011-2361

Related Health Blogs