อาการปวดไหล่เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและมีผลกระทบต่อกิจกรรมในชีวิตแต่ละวันได้ เช่น การเอื้อมมือขึ้นไปเหนือศีรษะ การยกสิ่งของ การแต่งตัว หรือการนอนหลับในท่าที่สบาย อย่างไรก็ตาม อาการปวดไหล่ไม่ได้เกิดจากข้อไหล่โดยตรงเสมอไป และปัญหาเรื่องไหล่ก็ไม่จำเป็นจะต้องผ่าตัดไปทุกราย
ในหลายกรณี อาการปวดไหล่อาจเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อ เอ็น เส้นประสาท คอ ท่าทาง หรือเนื้อเยื่ออ่อนโดยรอบ การเข้าใจข้อเท็จจริงจะช่วยให้คุณหาทางขอรับการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ต้องกลัวโดยไม่จำเป็น และป้องกันอาการแข็งตึง อ่อนแรง หรือปวดซ้ำได้
คำตอบโดยย่อ: สาเหตุของอาการปวดไหล่คืออะไร
อาการปวดไหล่สามารถเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับเอ็นข้อไหล่ อาการไหล่ติด เอ็นไหล่อักเสบ ถุงน้ำข้อไหล่อักเสบ โรคข้ออักเสบ ไหล่หลวมหลุดไม่มั่นคง การบาดเจ็บ ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง หรืออาการปวดร้าวจากคอลงมาบ่าไหล่ โดยที่ภาวะปัญหาของไหล่มีสาเหตุที่แตกต่างหลากหลาย จึงจำเป็นที่จะต้องมีการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อนที่จะเริ่มการรักษา
ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 1: อาการปวดไหล่เกิดจากข้อไหล่เสมอ
ข้อเท็จจริง: อาการปวดไหล่อาจเกิดจากข้อไหล่ แต่ก็อาจเกี่ยวเนื่องกับคอ เส้นประสาท เอ็น กล้ามเนื้อ หรือเนื้อเยื่ออ่อนโดยรอบได้เช่นกัน บางภาวะอาจทำให้เกิดอาการปวดร้าวที่ลามไปยังไหล่ แม้ว่าปัญหาหลักจะอยู่ที่อื่นก็ตาม เพราะอย่างนี้ การวินิจฉัยที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญก่อนที่การรักษาจะเริ่มต้นได้
ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 2: การการพักใช้งานคือการรักษาอาการปวดไหล่ที่ดีที่สุด
ข้อเท็จจริง: การพักใช้งานระยะสั้นๆ อาจช่วยได้หลังจากการบาดเจ็บหรือเมื่ออาการปวดกำเริบ แต่การพักใช้งานเป็นเวลานานอาจทำให้ไหล่แข็งตึง อ่อนแรง และฟื้นตัวได้ช้าลง ภาวะต่างๆ ของไหล่หลายอย่างจำเป็นต้องระวังให้การปรับเปลี่ยนกิจกรรม การควบคุมความเจ็บปวด และการเคลื่อนไหวอย่างมีแบบแผนได้สมดุลกัน สำหรับบางภาวะ การทำกายภาพบำบัดและการออกกำลังทำกายบริหารบางท่าโดยเฉพาะเป็นส่วนสำคัญของการฟื้นตัว
ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 3: ถ้าขยับไหล่หรือเคลื่อนไหวแล้วเจ็บ ควรหยุดใช้ไหล่
ข้อเท็จจริง: การหลีกเลี่ยงไม่ขยับเคลื่อนไหวไหล่โดยสิ้นเชิงอาจทำให้ปัญหาไหล่บางอย่างแย่ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะที่เกี่ยวข้องกับความแข็งตึง เช่น ไหล่ติด สิ่งที่จำเป็นในการรักษาคือการเคลื่อนไหวที่ปลอดภัยและมีแบบแผน และที่สำคัญคือจะต้องไม่ฝืนเคลื่อนไหวในท่าที่ทำให้เจ็บปวด แต่ให้ออกกำลังทำกายบริหารตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด
ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 4: อาการปวดไหล่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกกรณี
ข้อเท็จจริง: ปัญหาเรื่องไหล่จำนวนมากไม่จำเป็นต้องผ่าตัด การรักษาอาจรวมถึงกายภาพบำบัด การออกกำลังทำกายบริหาร การใช้ยา การฉีดยา การแก้ไขท่าทาง หรือการเปลี่ยนแปลงกิจกรรม แพทย์จะพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดเฉพาะเมื่ออาการรุนแรง เรื้อรัง เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บร้ายแรง หรือหลังจากดูแลรักษาโดยไม่ผ่าตัดแล้วอาการไม่ดีขึ้น
ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 5: มีแต่นักกีฬาเท่านั้นที่มีปัญหาเรื่องไหล่
ข้อเท็จจริง: ผู้คนทั่วไปจำนวนมากมีอาการปวดไหล่ได้ ไม่ใช่เฉพาะนักกีฬาเท่านั้น พนักงานออฟฟิศ คนที่นั่งเป็นเวลานาน คนที่ยกหรือแบกสิ่งของต่างๆ บ่อยๆ และคนที่ท่าทางหรืออิริยาบถไม่ถูกต้องก็อาจปวดไหล่ได้เช่นกัน การทำกิจกรรมบางอย่างซ้ำๆ นานๆ เข้าก็สามารถทำให้ไหล่ต้องรับแรงกดเกิดตึงเครียดได้
ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 6: เสียงกึกๆ หรือเสียงก๊อบแก๊บหมายความว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ข้อเท็จจริง: เสียงกึกๆ หรือเสียงก๊อบแก๊บที่ไม่มีความเจ็บปวดร่วมด้วยอาจเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม ควรดูด้วยว่าเสียงที่เกิดขึ้นที่ไหล่มีอาการปวด อ่อนแรง บวม หลวมหลุดไม่มั่นคง หรือเคลื่อนไหวได้น้อยลงร่วมด้วย อาการเหล่านี้อาจบ่งชี้ว่ามีปัญหาที่เอ็นกล้ามเนื้อ เอ็นยึดข้อ ข้อต่อ หรือกระดูกอ่อนรอบข้อไหล่
ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 7: ท่าทางหรืออิริยาบถที่ไม่ถูกต้องไม่ได้มีผลต่ออาการปวดไหล่
ข้อเท็จจริง: ท่าทางหรืออิริยาบถที่ไม่ถูกต้องส่งผลต่อข้อไหล่ได้ ท่าที่ศีรษะยื่นไปข้างหน้าและไหล่ที่งุ้มงอทำให้กล้ามเนื้อไหล่ คอ และหลังส่วนบนตึงเครียดเพิ่มขึ้นได้ นานๆ เข้า อาจทำให้เกิดอาการไหล่ตึง ไม่สบาย และควบคุมการเคลื่อนไหวได้น้อยลง
ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 8: อาการปวดไหล่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความแก่ชรา
ข้อเท็จจริง: อาการปวดไหล่ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องยอมรับง่ายๆ ว่าเป็นเพราะแก่ชรเสมอไป แม้ว่าภาวะปัญหาไหล่บางอย่างจะพบได้บ่อยขึ้นตามอายุ แต่หลายอย่างสามารถรักษาหรือจัดการได้ด้วยการดูแลที่ถูกต้อง การตรวจประเมินตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถช่วยลดอาการปวด ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามจนรักษาได้ยากขึ้น
ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 9: เมื่อหายปวด ก็หยุดรักษาได้
ข้อเท็จจริง: อาการปวดที่บรรเทาลงไม่ได้หมายความว่าผลการรักษาคือหายเป็นปกติแล้วเสมอไป หากยังอาจต้องฟื้นฟูความแข็งแรง ความยืดหยุ่น ท่าทาง และการควบคุมการเคลื่อนไหวต่อไป ถ้าเลิกรักษาเร็วเกินไป มีโอกาสเพิ่มขึ้นที่จะเกิดอาการปวดหรืออ่อนแรงซ้ำอีก
ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 10: ปัญหาเรื่องไหล่เหมือนกันหมดทุกเรื่อง
ข้อเท็จจริง: ปัญหาเรื่องไหล่มีหลากหลายแตกต่างกัน สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ เอ็นข้อไหล่บาดเจ็บ ไหล่ติด ไหล่หลวมหลุดไม่มั่นคง ถุงน้ำข้อไหล่อักเสบ เอ็นอักเสบ โรคข้ออักเสบ และอาการปวดร้าวจากคอลงมาบ่าไหล่ แต่ละภาวะปัญหาอาจต้องใช้แผนการรักษาที่แตกต่างกัน
มีอาการปวดไหล่แบบไหนจึงควรไปพบแพทย์
ควรไปพบแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้:
- อาการปวดไหล่ไม่ดีขึ้น
- อาการปวดที่มีผลกระทบต่อการนอนหลับหรือกิจกรรมประจำวัน
- อาการอ่อนแรงเมื่อยกหรือหมุนแขน
- อาการไหล่ตึงหรือพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ลดลง
- อาการปวดหลังจากการล้ม อุบัติเหตุ หรือการบาดเจ็บฉับพลัน
- อาการปวดไหล่ซ้ำๆ ที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ
- มีเสียงกึกๆ หรือก๊อบแก๊บพร้อมกับอาการปวด อ่อนแรง หรือไหล่หลวมหลุดไม่มั่นคง
การดูแลไหล่ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร
ที่คลินิกไหล่ของศูนย์ออร์โธปิดิกส์บำรุงราษฎร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจะประเมินอาการปวดไหล่ตามสาเหตุ ความรุนแรง ความต้องการใช้งานไหล่ในชีวิตประจำวัน และเป้าหมายการรักษา การดูแลอาจรวมถึงการใช้ยา กายภาพบำบัด การรักษาโดยใช้เทคนิคการสร้างภาพชั้นสูง การทำหัตถการแผลเล็ก หรือการผ่าตัดเมื่อจำเป็น
เป้าหมายไม่ใช่แค่ลดความเจ็บปวด แต่ยังรวมถึงการฟื้นฟูการเคลื่อนไหว ความแข็งแรง การทำงานของไหล่ และความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยด้วย
คำถามที่พบบ่อย
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการปวดไหล่คืออะไร
อาการปวดไหล่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับเอ็นรอบข้อไหล่ ไหล่ติด ข้ออักเสบ เอ็นอักเสบ โรคข้ออักเสบ การบาดเจ็บ ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง หรืออาการปวดร้าวจากคอลงมายังบ่าไหล่
อาการปวดไหล่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไปหรือไม่
ไม่จำเป็น ปัญหาเรื่องไหล่หลายอย่างดีขึ้นได้ด้วยการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น กายภาพบำบัด การออกกำลังทำกายบริหาร การใช้ยา การแก้ไขท่าทาง และการปรับเปลี่ยนกิจกรรม
ออกกำลังทำกายบริหารได้หรือไม่เมื่อมีอาการปวดไหล่
ขึ้นอยู่กับสาเหตุ การเคลื่อนไหวเบาๆ ตามแนวทางอย่างมีแบบแผนมักมีประโยชน์ แต่การฝืนออกกำลังหรือท่าบริหารรุนแรงที่ทำให้เจ็บปวดอาจทำให้อาการบางอย่างแย่ลง แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดสามารถแนะนำวิธีออกกำลังหรือท่าบริหารที่ปลอดภัยได้
เมื่อไหร่จึงจะถือว่าอาการปวดไหล่เป็นเรื่องร้ายแรง
ควรไปพบแพทย์หากอาการปวดไหล่รุนแรง เรื้อรัง เกิดขึ้นหลังจากการบาดเจ็บ ทำให้อ่อนแรง ขยับเคลื่อนไหวได้จำกัด มีผลกระทบต่อการนอนหลับ หรือมีอาการข้อไหล่หลวมหลุดไม่มั่นคง
รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
แก้ไขล่าสุด: 21 พฤษภาคม 2569