bih.button.backtotop.text

แผลเก่า...ภัยเงียบ! รกติดแน่นและมดลูกแตก อันตรายที่แม่ท้องต้องระวัง

สำหรับคุณแม่ที่เคยผ่านการผ่าตัดมดลูกหรือผ่าคลอดมาก่อน รอยแผลเป็นในอดีตอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะ "รกติดแน่น" ที่ฝังรากลึกลงในผนังมดลูกภัยเงียบเหล่านี้มักไม่แสดงอาการเตือนจนกว่าจะถึงเวลาคับขัน การตรวจเช็กความแข็งแรงของแผลและตำแหน่งของรกด้วยอัลตราซาวด์ความละเอียดสูง จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการตกเลือดรุนแรง


ครรภ์เสี่ยงคืออะไร? นิยามใหม่ของการตั้งครรภ์ในยุคปัจจุบันที่แม่ๆ ต้องรู้

ในปัจจุบัน "นิยามของครรภ์เสี่ยง" ได้เปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตครับ สมัยก่อนความเสี่ยงหลักมักเกิดจากการตกเลือดหลังคลอดเนื่องจากการมีบุตรหลายคน แต่ในบริบทสังคมปัจจุบันที่คุณแม่ตั้งครรภ์น้อยลง แต่อายุมากขึ้น หรือมีการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ทำให้ความเสี่ยงเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นการมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการตั้งครรภ์เพียงไม่กี่ครั้งแทน

 

ใครบ้างที่จัดว่าเป็น "ครรภ์เสี่ยง"?

เกณฑ์สำคัญที่ทำให้การตั้งครรภ์หนึ่งครั้งกลายเป็นครรภ์เสี่ยง ประกอบด้วย:
  • อายุของคุณแม่: ยิ่งอายุมาก ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น
  • โรคประจำตัว: เช่น ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน
  • ประวัติการผ่าตัด: ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดคลอดมาก่อน การผ่าตัดบริเวณปากมดลูก หรือการตัดเนื้องอกมดลูก
  • ยาที่ใช้รักษาโรคประจำตัว: ยาบางชนิดอาจส่งผลต่อทารก

2 กลุ่มโรคประจำตัวที่คุณแม่มักนิ่งนอนใจ
คุณหมอได้แบ่งความเสี่ยงออกเป็น 2 กลุ่มหลักที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ดังนี้:

1. โรคทางอายุรกรรม (ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน)
ความดันโลหิตสูง: แม้ก่อนท้องจะคุมได้ดี แต่เมื่อตั้งครรภ์ ปริมาณเลือดในร่างกายจะเพิ่มขึ้น ทำให้คุมความดันได้ยากขึ้น และต้องเปลี่ยนมาใช้ยาที่ปลอดภัยต่อคนท้อง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะ "ครรภ์เป็นพิษ" ได้
เบาหวานขณะตั้งครรภ์: เกิดจากฮอร์โมนที่สร้างจากรกทำให้ร่างกายใช้น้ำตาลได้ไม่ดีเท่าปกติ หากคุมอาหารไม่ได้อาจต้องใช้อินซูลิน โดยคุณแม่กลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานจริงๆ ในอีก 20 ปีข้างหน้าถึง 50%

2. กลุ่มที่มีประวัติการผ่าตัดมาก่อน
การผ่าตัดปากมดลูก: แม้แผลจะหายแล้ว แต่ความแข็งแรงของปากมดลูกอาจลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการ "คลอดก่อนกำหนด"
การผ่าตัดมดลูก/เนื้องอกขนาดใหญ่: แผลเป็นที่มดลูกอาจทำให้เกิดความเสี่ยง "มดลูกแตก" ในช่วงตั้งครรภ์ได้

 

การคัดกรองและป้องกัน: เริ่มต้นได้ตั้งแต่ไตรมาสแรก

แม้คุณแม่ที่ไม่มีโรคประจำตัวมาก่อน ก็ไม่ได้การันตีว่าจะปลอดภัย 100% เพราะบางโรค เช่น เบาหวานหรือครรภ์เป็นพิษ สามารถเกิดขึ้นได้เองระหว่างตั้งครรภ์ การฝากครรภ์ที่เหมาะสมจึงควรเริ่มตั้งแต่ ไตรมาสแรก เพื่อ:
เจาะเลือดและอัลตราซาวด์: ประเมินความเสี่ยงเฉพาะบุคคล
การป้องกัน: หากเสี่ยงสูงต่อครรภ์เป็นพิษ คุณหมอจะให้ยาในกลุ่ม แอสไพริน เพื่อป้องกัน
การเฝ้าระวัง: หากเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด จะมีการอัลตราซาวด์ดูความยาวปากมดลูกถี่ขึ้น หรือใช้อุปกรณ์พยุงปากมดลูก

 

ทำไมต้องเลือกโรงพยาบาลที่มี "สหสาขาวิชาชีพ"?

การดูแลครรภ์เสี่ยงต้องการประสิทธิภาพสูงสุดจากทีมแพทย์หลายด้าน เพื่อลดภาวะแทรกซ้อน:
สูติแพทย์เฉพาะทาง: ด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (MFM)
วิสัญญีแพทย์: ดูแลเรื่องการระงับปวดและการบล็อกหลังที่ปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
กุมารแพทย์: พร้อมดูแลทารกทันทีหลังคลอด โดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉิน



โดย ผศ.พญ. วิรดา หรรษาหิรัญวดี
สูตินรีแพทย์ชำนาญการ ด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์


 
รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

แก้ไขล่าสุด: 07 พฤษภาคม 2569

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

Related Health Blogs