bih.button.backtotop.text

โรคแฝงที่แม่ไม่รู้! แต่ส่งผลต่อลูกในท้อง

บางครั้งร่างกายที่ดูแข็งแรงของคุณแม่ อาจซ่อนภาวะเบาหวาน ความดันสูง หรือพาหะทางพันธุกรรมเอาไว้โดยไม่มีอาการใดๆ แต่โรคเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการของลูกในครรภ์ ตั้งแต่การเติบโตช้าไปจนถึงภาวะแทรกซ้อนหลังคลอด การตรวจคัดกรองโรคแฝงอย่างละเอียด จึงเป็นการมอบ "เกราะคุ้มกัน" ที่ดีที่สุดให้กับลูกรักตั้งแต่อยู่ในครรภ์

บางครั้งร่างกายที่ดูแข็งแรงของคุณแม่ อาจซ่อนภาวะเบาหวาน ความดันสูง หรือพาหะทางพันธุกรรมเอาไว้โดยไม่มีอาการใดๆ แต่โรคเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการของลูกในครรภ์ ตั้งแต่การเติบโตช้าไปจนถึงภาวะแทรกซ้อนหลังคลอด การตรวจคัดกรองโรคแฝงอย่างละเอียด จึงเป็นการมอบ "เกราะคุ้มกัน" ที่ดีที่สุดให้กับลูกรักตั้งแต่อยู่ในครรภ์
 

มดลูกแตก ภาวะรกฝังแน่น: ภัยเงียบที่คุณแม่ "เคยผ่าตัดมดลูก" ต้องระวัง

สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เข้าสู่เดือนที่ 8-9 ร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด นอกจากมดลูกจะขยายตัวจนบางลงแล้ว ยังเริ่มมีการบีบตัวตามธรรมชาติ หรือที่เรียกกันว่า "เจ็บครรภ์เตือน" แต่สำหรับคุณแม่บางกลุ่ม ภาวะนี้อาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่อันตรายถึงชีวิตได้


เปรียบเทียบมดลูกกับ "ลูกโป่ง"

ให้นึกภาพลูกโป่งที่เราสูบลมเข้าไปเรื่อยๆ ผิวลูกโป่งจะยืดและบางลงมาก ณ จุดที่บางที่สุด หากทนแรงดันไม่ไหวก็จะแตกออก "ภาวะมดลูกแตก" ก็เช่นเดียวกัน มักจะเกิดขึ้นตรงจุดที่เคยมีรอยแผลเก่า หรือจุดที่ผนังมดลูกบางกว่าปกติ หากมาโรงพยาบาลไม่ทันจะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อย

2 ภาวะเสี่ยงรุนแรงจากการมีแผลที่มดลูก
คุณหมอสรุปภาวะอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้เป็น 2 แบบหลักๆ ดังนี้:
1. มดลูกแตก (Uterine Rupture)
เกิดจากการที่ผนังมดลูกบริเวณแผลเก่าบางมาก เมื่อมดลูกบีบตัวแรงขึ้นในช่วงใกล้คลอด ผนังส่วนนั้นจะป่องออกมาและแตกออก ทำให้ถุงน้ำคร่ำหรือแม้แต่ตัวเด็กหลุดออกมาอยู่ในช่องท้อง ส่งผลให้คุณแม่ตกเลือดอย่างรุนแรง

2. รกเกาะติดแน่น/รกฝังลึก (Placenta Accreta)
ปกติรกจะเกาะอยู่ที่ชั้นเยื่อบุผิวชั้นใน แต่ในคุณแม่ที่มีแผลเป็นจากการผ่าตัด ชั้นเยื่อบุนั้นอาจหายไป ทำให้รกฝังตัวลึกเข้าไปในชั้นกล้ามเนื้อ หรือทะลุออกไปยังเยื่อหุ้มด้านนอก

อันตรายตอนคลอด: รกจะไม่สามารถลอกตัวออกมาเองได้ หากพยายามดึงจะทำให้คุณแม่ตกเลือดอย่างหนักจนเป็นอันตรายถึงชีวิต
 

สาเหตุที่ทำให้มดลูกมีแผลเป็น (Scarred Uterus)

หัตถการทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับมดลูกทุกชนิด ส่งผลให้เกิด "จุดอ่อน" บนผนังมดลูกได้ เช่น:
  • การผ่าตัดคลอด (Caesarean Section): เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
  • การผ่าตัดเนื้องอกมดลูก (Myomectomy): ทั้งแบบเปิดหน้าท้องและส่องกล้อง
  • การขูดมดลูก (D&C): การขูดชั้นผนังมดลูกอาจทำให้เนื้อเยื่อบางจุดบางลง
  • การตัดติ่งเนื้อในโพรงมดลูก: ผ่านการส่องกล้อง
  • มดลูกผิดปกติแต่กำเนิด: เช่น มดลูกรูปหัวใจ หรือมดลูกมีขนาดเล็กกว่าปกติ
 

โรคบางอย่างไม่มีอาการเด่นชัด แต่ตรวจพบได้จากการคัดกรอง:

  • เบาหวานขณะตั้งครรภ์ (GDM): ส่งผลให้ลูกตัวโตผิดปกติ คลอดยาก หรือมีภาวะน้ำตาลต่ำหลังคลอด
  • ครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia): ภัยเงียบจากความดันโลหิตสูง ทำให้เลือดไปเลี้ยงรกน้อยลง ลูกเติบโตช้า และแม่เสี่ยงต่ออาการชัก
  • กลุ่มอาการดาวน์ (Down Syndrome): การตรวจคัดกรองโครโมโซม (เช่น NIPT) ช่วยให้ครอบครัววางแผนการดูแลลูกน้อยได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่วันแรก
  • พาหะธาลัสซีเมีย: โรคทางพันธุกรรมที่อาจทำให้ลูกมีภาวะซีดรุนแรงหรือบวมน้ำตั้งแต่อยู่ในครรภ์
 

สัญญาณเตือน "มดลูกแตก" ที่คุณแม่ต้องสังเกต

ภาวะมดลูกแตกไม่สามารถวินิจฉัยล่วงหน้าได้ 100% แต่มีอาการบ่งชี้ที่คุณแม่ต้องรีบมาพบแพทย์ทันที:
  • อาการหน่วงท้อง: เริ่มมีอาการหน่วงต่อเนื่องในช่วงเดือนที่ 7-8
  • ปวดท้องรุนแรงผิดปกติ (Uterine Cramps): ปวดถี่ขึ้น แรงขึ้น จนสติแตก (Behavior change) เจ็บจนกรี๊ดและไม่ยอมให้ใครสัมผัสหน้าท้อง
  • ความดันโลหิตตก: สัญญาณของการเสียเลือดในช่องท้อง
 

ประสบการณ์จากคุณหมอ:

"จากเคสที่เคยเจอ คุณแม่จะปวดมากจนเปลี่ยนเป็นคนละคน จากคนพูดรู้เรื่องจะกลายเป็นร้องกรี๊ดด้วยความเจ็บปวด เพราะมดลูกแตกและลูกเริ่มหลุดออกมาในช่องท้อง ในกรณีนี้ต้องรีบผ่าตัดช่วยชีวิตภายใน 5-10 นาที เพื่อให้ทั้งแม่และลูกรอดชีวิต"

 

การวางแผนและดูแลความปลอดภัย

หากคุณแม่เคยมีประวัติผ่าตัดมดลูก หรือเคยมีภาวะมดลูกแตกในท้องก่อน "ไม่ได้แปลว่ามีลูกอีกไม่ได้" แต่ต้องดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษ:
  • แจ้งประวัติให้ครบ: ไม่ว่าจะผ่าตัดที่ไหน หรือขูดมดลูกเมื่อไหร่ ต้องบอกคุณหมอที่ฝากครรภ์ให้หมด
  • การตรวจวินิจฉัยขั้นสูง: แพทย์อาจใช้การอัลตราซาวด์ร่วมกับการตรวจ MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) เพื่อประเมินความหนาของแผลและตำแหน่งการเกาะของรก
  • ความพร้อมของสถานพยาบาล: ควรเลือกโรงพยาบาลที่มีทีมสหสาขาวิชาชีพพร้อม 24 ชั่วโมง มีห้องผ่าตัดฉุกเฉิน และมี NICU (หออภิบาลทารกแรกเกิด) ที่เชี่ยวชาญในการดูแลเด็กคลอดก่อนกำหนด (ตั้งแต่ 25-28 สัปดาห์ขึ้นไป)

โดย รศ.พญ. สมศรี พิทักษ์กิจรณกร
สูติศาสตร์นรีเวชวิทยา เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์


 
รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

แก้ไขล่าสุด: 07 พฤษภาคม 2569

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

Related Health Blogs