1. Q: การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์เป็นการผ่าตัดโดยระบบอัตโนมัติของหุ่นยนต์ใช่หรือไม่
A: ไม่ใช่ การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดคือการที่ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดผ่านหุ่นยนต์ซึ่งมีแขนกลที่สามารถหมุนและโค้งงอเครื่องมือได้ถึงเจ็ดทิศทางคล้ายมือมนุษย์ ศัลยแพทย์เป็นผู้ควบคุมการเคลื่อนไหวของแขนกลหุ่นยนต์ผ่านหน้าจอภาพสามมิติที่มีความลึกและคมชัด ศัลยแพทย์ยังคงเป็นผู้ทำการผ่าตัด
2. Q: หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดีกว่าการผ่าตัดแบบอื่นอย่างไร
A: คุณสมบัติที่เหนือกว่าวิธีการผ่าตัดแบบเดิมคือ เป็นการผ่าตัดชนิดที่แผลขนาดเล็กที่มีความแม่นยำ และประสิทธิภาพสูง ในกรณีที่บริเวณที่จะทำการผ่าตัดประกอบไปด้วยอวัยวะที่มีความซับซ้อนของเส้นเลือด, เส้นประสาท หรือเนื้อเยื่อที่จำเป็นต้องได้รับการบาดเจ็บหรือกระทบกระเทือนจากการผ่าตัดน้อยที่สุด การผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยจึงมีความจำเป็นมาก เนื่องจากข้อดีของการผ่าตัดประเภทนี้คือ ลดการสูญเสียเลือด การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ และการถูกทำลายของเส้นประสาท
หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญที่ทำงานประสานกันเป็นระบบ คือ
- ส่วนควบคุมการผ่าตัด (surgeon console) สำหรับศัลยแพทย์นั่งควบคุมการเคลื่อนไหวของแขนกลหุ่นยนต์ผ่านจอที่ให้ภาพ 3 มิติความละเอียดสูง ซึ่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยภายในห้องผ่าตัด
- ส่วนของแขนกลหุ่นยนต์ข้างเตียงผู้ป่วย (patient cart) ประกอบด้วยแขนกล 4 แขน โดยแขนที่หนึ่งใช้ถือกล้องเพื่อส่งภาพอวัยวะภายในของผู้ป่วยออกไปยังจอภาพให้ศัลยแพทย์เห็น ส่วนอีกสามแขนใช้ถือเครื่องมือสำหรับการผ่าตัดที่ควบคุมโดยศัลยแพทย์ในคอนโซล
- ระบบควบคุมภาพ (vision cart) เป็นคอมพิวเตอร์ส่วนกลางที่เปรียบเสมือนสมองของระบบ da Vinci ทำหน้าที่เชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างส่วนประกอบต่างๆ รวมถึงระบบภาพ 3 มิติความละเอียดสูง
ในการผ่าตัดเครื่องมือผ่าตัดขนาดจิ๋วที่ติดอยู่ปลายแขนกลจะถูกนำเข้าไปในร่างกายผู้ป่วยผ่านรูแผลเปิดขนาดเล็กประมาณ 1 เซนติเมตร ระบบ da Vinci จะถ่ายทอดการเคลื่อนไหวของมือศัลยแพทย์ทันทีจาก ส่วนควบคุมการผ่าตัดไปยังเครื่องมือเหล่านี้ การผ่าตัดในตำแหน่งที่ซับซ้อน คับแคบหรือลึกจึงทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. Q: หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด สามารถรักษาโรคอะไรได้บ้าง
A: สามารถใช้ช่วยศัลยแพทย์ผ่าตัดรักษาโรคได้แทบทุกระบบอวัยวะ ยกตัวอย่างเช่น
- โรคระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น เนื้องอกหรือมะเร็งที่ไต, ต่อมหมวกไต, ท่อไต, กระเพาะปัสสาวะ, ต่อมลูกหมาก
- โรคระบบทางเดินอาหารส่วนต้นและส่วนปลาย เช่น เนื้องอกหรือมะเร็งหลอดอาหาร , กระเพาะอาหาร, ลำไส้เล็ก, ลำไส้ใหญ่, ทวารหนัก, การผ่าตัดไส้เลื่อน
- โรคระบบตับ น้ำดี ตับอ่อน เช่น เนื้องอกหรือมะเร็งตับ ,ตับอ่อน ,ถุงน้ำดี นิ่วในถุงน้ำดี
- โรคทางนรีเวช เช่น เนื้องอกหรือมะเร็งรังไข่, มดลูก, ท่อนำไข่, การผ่าตัดเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่, ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน
- โรคระบบทางเดินหายใจและทรวงอก เช่น เนื้องอกหรือมะเร็งปอด ,ผนังทรวงอก
- การผ่าตัดอื่นๆ เช่น การผ่าตัดลดน้ำหนัก การผ่าตัดรักษาโรคกรดไหลย้อน ม้าม
4. Q: มีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน เมื่อใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด
A: การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูง เนื่องจากศัลยแพทย์สามารถมองเห็นภาพอวัยวะภายในได้อย่างชัดเจน และแขนกลหุ่นยนต์สามารถเคลื่อนไหวโค้งงอและหมุนได้ถึง 7 ทิศทาง โดยเฉพาะการผ่าตัดที่มีความสลับซับซ้อนหรืออยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงยาก ทั้งลดภาวะแทรกซ้อนภายหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยเสียเลือดน้อยและฟื้นตัวเร็วขึ้นเนื่องจากเป็นการผ่าตัดแผลเล็ก
อย่างไรก็ตามการใช้หุ่นยนต์ช่วยในการผ่าตัดมีความเสี่ยงและอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเช่นเดียวกับการผ่าตัดแบบอื่นๆ ส่วนภาวะแทรกซ้อนนั้นขึ้นอยู่กับร่างกายของผู้ป่วย โรค และระดับความรุนแรงของโรค
ทั้งนี้การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกราย แพทย์จะพิจารณาถึงความเหมาะสมและอธิบายถึงความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยเป็นรายบุคคล
5. Q: การรักษาโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดสามารถใช้สิทธิ์ประกันสุขภาพได้หรือไม่
A: ทางโรงพยาบาลมีบริการติดต่อประสานงานกับบริษัทประกันเพื่อตรวจสอบความคุ้มครองก่อนการผ่าตัด เพื่อให้ผู้ป่วยทราบรายละเอียดก่อนตัดสินใจผ่าตัด ทั้งนี้ความคุ้มครองจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์ที่แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย
รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
แก้ไขล่าสุด: 18 พฤษภาคม 2565