การรักษาโรคหลอดเลือดสมองด้วยวิธี Mechanical Thrombectomy

การรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันระยะเฉียบพลัน (ischemic stroke) ผ่านสายสวนหลอดเลือดสมองด้วยวิธี mechanical thrombectomy ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนและความพิการเนื่องจากความเสียหายของสมองได้

 

การรักษาด้วยวิธี Mechanical Thrombectomy คืออะไร

การรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันด้วยวิธี mechanical thrombectomy เป็นทางเลือกที่เพิ่มขึ้นในการรักษาผู้ป่วยที่มีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดสมองเส้นใหญ่นอกเหนือจากการรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดเพียงอย่างเดียว โดยส่วนใหญ่การรักษาด้วยวิธี mechanical thrombectomy จะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยที่มาถึงโรงพยาบาลภายในระยะเวลา 6 ชั่วโมง


การรักษาด้วยวิธี mechanical thrombectomy เป็นการนำเอาลิ่มเลือดที่อุดตันในหลอดเลือดสมองออกผ่านทางสายสวน เพื่อเปิดหลอดเลือดให้เลือดสามารถไปเลี้ยงสมองได้ โดยเป็นหัตถการร่วมกับการใช้เครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดชนิดหนึ่งระนาบ (single-plane angiography system) หรือสองระนาบ (biplane angiography system)


ทั้งนี้ เครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดชนิดสองระนาบ (biplane angiography system) เป็นเครื่องเอกซเรย์สำหรับใช้ในการตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยาระบบหลอดเลือดโดยเฉพาะ ทำงานด้วยระบบการสร้างภาพแบบสองระนาบ คือ จากหน้าไปด้านหลังและจากด้านข้างโดยเป็นการจับภาพพร้อมกัน ทำให้ระยะเวลาที่ใช้ในการทำหัตถการสั้นลง ภาพที่ได้มีรายละเอียดและความคมชัดสูง สามารถสร้างภาพ 3 มิติของหลอดเลือดและภาพตัดขวางในบริเวณที่ต้องการได้ แพทย์จึงมองเห็นสายสวนและพยาธิสภาพของหลอดเลือดที่มีขนาดเล็กมากได้อย่างชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารทึบรังสีปริมาณมาก ผู้ป่วยจึงได้รับผลข้างเคียงน้อยลง และการรักษาเป็นไปอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ขั้นตอนการรักษาโรคหลอดเลือดสมองด้วยวิธี Mechanical Thrombectomy

เมื่อผู้ป่วยที่มีอาการของโรคหลอดเลือดสมองมาถึงโรงพยาบาล แผนกฉุกเฉินจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์การปฏิบัติอย่างเร่งด่วนต่อผู้ป่วยที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (stroke code) ได้แก่

  1. แจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาและโรคหลอดเลือดสมอง แพทย์รังสีรักษา นักเทคโนโลยีรังสี และบุคลากรที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมในการรักษา
  2. ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจร่างกาย และทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองเพื่อดูว่ามีภาวะสมองขาดเลือดหรือภาวะเลือดออกในสมอง โดยใช้เกณฑ์ประเมินอาการทางระบบประสาทเพื่อดูระดับความรุนแรงของโรค หรือ National Institute of Health Stroke Scale (NIHSS)
  3. ในกรณีที่พบว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองจากการอุดตันของลิ่มเลือด แพทย์จะขอคำยินยอมจากญาติเพื่อให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำ หรือ tissue plasminogen activators (t-PA) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในการรักษาเมื่อผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลภายในเวลา 4.5 ชั่วโมงและไม่มีข้อห้ามในการใช้ยา
  4. หลังจากได้รับยาละลายลิ่มเลือดแล้ว หากมีข้อบ่งชี้ว่าผู้ป่วยควรได้รับการรักษาด้วยวิธี mechanical thrombectomy แพทย์จะดำเนินการทันทีเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดกับสมองและความเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะพิการ โดยการให้ยาระงับความรู้สึกเพื่อสอดสายสวน (catheter) จากบริเวณขาหนีบเข้าไปยังหลอดเลือดแดงในสมองในตำแหน่งที่มีลิ่มเลือดอุดตันอยู่
  5. เมื่อสายสวนไปถึงตำแหน่งที่ต้องการแล้ว แพทย์จะสอดอุปกรณ์ขดลวดถ่างขยายหลอดเลือด (stent retriever devices) เข้าไปในสายสวนโดยให้ผ่านลิ่มเลือด จากนั้นจึงให้ขดลวดกางออกจนถึงผนังหลอดเลือดแล้วลากเอาลิ่มเลือดออกมาตามสายสวน ซึ่งระหว่างการรักษานี้ เครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดระบบดิจิทัลชนิดสองระนาบ จะช่วยให้แพทย์มองเห็นลักษณะทางกายวิภาคและพยาธิสภาพของหลอดเลือดได้อย่างชัดเจน

 

การรักษาด้วยวิธี Mechanical Thrombectomy เหมาะกับใครบ้าง

ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ควรได้รับการรักษาด้วยวิธี mechanical thrombectomy จะต้องมีข้อบ่งชี้ดังนี้ คือ

  • ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำแล้ว แต่ยังมีอาการผิดปกติ
  • ผู้ป่วยมีลิ่มเลือดอุดตันอยู่ในหลอดเลือดสมองเส้นใหญ่
  • ผู้ป่วยมีข้อห้ามบางประการของการให้ยาละลายลิ่มเลือด หรือมีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ

 

การเตรียมตัวก่อนการรักษาด้วยวิธี Mechanical Thrombectomy

โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่เกิดอย่างฉับพลัน หากผู้ป่วยมีอาการที่เป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ซึ่งได้แก่ เวียนศีรษะ แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีกหรือทั้ง 2 ข้าง พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง ฟังไม่เข้าใจ มองเห็นภาพซ้อน ทรงตัวไม่อยู่ ควรนำส่งโรงพยาบาลทันที

 

ข้อดีของการรักษาด้วยวิธี Mechanical Thrombectomy

การรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันด้วยวิธี mechanical thrombectomy ร่วมกับเครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดชนิดสองระนาบ เป็นการรักษาที่ก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพ โดยสามารถลดภาวะแทรกซ้อน อัตราความพิการ และอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ในผู้ป่วยที่มีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดสมองเส้นใหญ่

 

การปฏิบัติตนภายหลังการรักษา

ภายหลังการรักษา ผู้ป่วยจำเป็นต้องพักในห้อง ICU เพื่อดูการตอบสนองต่อการรักษา และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น จากนั้นจึงเป็นกระบวนการฟื้นฟูร่างกายและระบบประสาทโดยการทำกายภาพบำบัด เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ระยะเวลาตั้งแต่มีอาการจนกระทั่งได้รับการรักษา ขนาดพื้นที่ของเนื้อสมองที่เสียหาย พื้นที่ของเนื้อสมองที่ขาดเลือดแต่ยังไม่ตาย ภาวะที่มีหลอดเลือดข้างเคียงมาช่วยเลี้ยงบริเวณเนื้อสมองที่ขาดเลือด (leptomeningeal collateral vessel) รวมถึงอายุและโรคประจำตัวของผู้ป่วย

นอกจากนี้ แพทย์จะพูดคุยกับผู้ป่วยถึงสาเหตุของการเกิดโรค เพื่อให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวและป้องกันการกลับมาเกิดโรคซ้ำอีก
 

สถานที่ตั้ง

ศูนย์ประสาทวิทยา 
อาคารบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล คลินิก ชั้น 19
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 33 สุขุมวิท ซอย 3 เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110 ประเทศไทย

ติดต่อสอบถามและทำการนัดหมายแพทย์

โทรศัพท์: 02 011 3994, 02 011 3995, 02 011 3996
โทรสาร: 02 011 3914
 
Rating score: 10.00 of 10, based on 1 vote(s)