You're been inactive for a while. For security reason, we'll automatically sign you out from our website. Please Click "Login" to extend your session
ตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วย ผลการตรวจ กำหนดการนัด และอื่นๆ
ขณะนี้ ไม่สามารถเข้าสู่ระบบด้วยเบอร์โทรศัพท์เป็นการชั่วคราว ขออภัยในความไม่สะดวก
ยังไม่มีบัญชี? Create Account
ติดตามข่าวสารล่าสุด และ นัดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกได้ทันที
มีบัญชีอยู่แล้ว? Log In
ตัวคัดกรองที่เลือก: ทั้งหมด
ประเภท : ทั้งหมด
ล้างทั้งหมด
ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่สำคัญในการดำรงชีวิตของเราในทุกๆ วันอย่างเงียบๆ—แต่บ่อยครั้ง เรามักจะไม่ค่อยได้ให้ความสนใจกับไตจนกว่าจะเกิดปัญหาขึ้น การรักษาสมดุลภายในร่างกาย การทำความเข้าใจว่าไตทำงานอย่างไร เกิดผิดปกติได้อย่างไรบ้าง และทำไมจำเป็นที่น่าจะตรวจพบปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ มีความสำคัญต่อการรักษาสุขภาพในระยะยาว
นิ่วในไตเป็นภาวะที่พบได้บ่อย และเป็นภาวะที่ทำให้ผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกต้องเจ็บปวด ถึงแม้คนส่วนใหญ่รู้ว่าอาหารมีส่วนทำให้เกิดนิ่วในไตได้ แต่น้อยคนนักที่รู้ว่าพันธุกรรมก็มีอิทธิพลไม่แพ้กัน
เมื่อไตหยุดทำหน้าที่ที่ควรทำโดยกะทันหัน ผลที่ตามมาอาจมีทั้งแบบที่เกิดทันทีและเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะยาว โรคไตเฉียบพลัน รวมถึงภาวะไตวายเฉียบพลัน (AKI) และโรคไตที่เกิดจากภาวะไตวายเฉียบพลัน (AKD) เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพที่ร้ายแรงซึ่งมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ผลกระทบอาจคงอยู่เป็นเวลาหลายเดือนหรืออาจนำไปสู่โรคไตเรื้อรัง (CKD) หรือภาวะไตวายได้
กว่า 37 ปีแห่งความเชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดปลูกถ่ายไต บำรุงราษฎร์มุ่งมั่นดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย ด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพและเทคโนโลยี การผ่าตัดปลูกถ่ายไต…ไม่ใช่เพียงการผ่าตัด แต่คือการมอบชีวิตและโอกาสใหม่ให้กับผู้ป่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงเดิมอีกครั้ง
พฤติกรรมที่ควรทำ : ดื่มน้ำให้เพียงพอ – ช่วยให้สารตกค้างในปัสสาวะไม่ตกผลึกเป็นนิ่ว,กินอาหารที่สมดุล – ลดอาหารที่มีออกซาเลตและโซเดียมสูง และเพิ่มอาหารที่ช่วยป้องกันนิ่ว
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหรือกินในปริมาณจำกัด อาหารที่มีออกซาเลตสูง (เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วแคลเซียมออกซาเลต) ,อาหารที่มีโซเดียมสูง (ทำให้ไตขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะมากขึ้น),อาหารที่มีพิวรีนสูง (เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วกรดยูริก)
ดื่มน้ำมากแค่ไหนถึงจะช่วยป้องกันนิ่ว? ปริมาณน้ำที่แนะนำ: ดื่มน้ำอย่างน้อย 2.5-3 ลิตรต่อวัน (ประมาณ 10-12 แก้ว)
ข้อดีของการปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคอวัยวะล้มเหลว
คุณรู้หรือไม่ ? ผู้บริจาค 1 คน สามารถช่วยเหลือ เพื่อนมนุษย์ได้ถึง 8 ราย การบริจาคอวัยวะ จึงเป็นการต่อชีวิต และให้โอกาส เพื่อนมนุษย์ในการดำเนินชีวิตต่อไป การปลูกถ่ายอวัยวะ คือ การผ่าตัดใส่อวัยวะ จากผู้บริจาค เพื่อยืดชีวิตและช่วยให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น