bih.button.backtotop.text

เลือกมอยส์เจอไรเซอร์อย่างไรให้เหมาะกับผิวหน้าของคุณ!


มอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer) คืออะไร?

มอยส์เจอไรเซอร์ คือ ผลิตภัณฑ์สำหรับทาผิวเพื่อลดหรือป้องกันภาวะผิวแห้ง ลอก คัน หรือระคายเคือง โดยจะให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ทำให้ผิวนุ่มและอิ่มน้ำมากยิ่งขึ้น

การแบ่งประเภทของมอยส์เจอไรเซอร์นั้นมีหลายแบบ อาจจำแนกตามประเภทของเนื้อสัมผัส เช่น โลชั่น ครีม ขี้ผึ้ง หรืออาจจำแนกตามองค์ประกอบ เช่น มอยส์เจอไรเซอร์ประเภทฐานน้ำมัน (Oil-based moisturizer) และมอยส์เจอไรเซอร์ ประเภทฐานน้ำ (Water-based moisturizer) โดยแต่ละเนื้อสัมผัสหรือองค์ประกอบในตำรับจะเหมาะสมแตกต่างกันไปขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เราควรเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ให้เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าของตัวเอง


ประเภทของผิวหน้า มีอะไรบ้าง?

ลักษณะของผิวหน้ามีด้วยกันหลายประเภท สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามสภาพอากาศ ระดับฮอร์โมน อาหารการกิน และช่วงอายุ ในที่นี้จะแบ่งประเภทของผิวหน้าออกเป็น 4 ประเภท คือ
 
ประเภทของผิวหน้า ลักษณะของผิว
ผิวปกติ (Normal skin) เป็นลักษณะผิวที่มีความสมดุล กล่าวคือไม่มันเกินไปและไม่แห้งจนเกินไป เป็นผิวที่มีลักษณะแข็งแรง ไม่แพ้ง่าย รูขุมขนขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป มีจุดบกพร่องต่างๆ ของผิวน้อย เมื่อเทียบกับผิวชนิดอื่น
ผิวแห้ง (Dry skin) เป็นลักษณะผิวที่ขาดความชุ่มชื้นอันเนื่องมาจากสูญเสียน้ำออกไป ลักษณะผิวจะหมองคล้ำ บางคนอาจมีผิวลอก ขาดความยืดหยุ่น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยในการเกิดริ้วรอยและโรคผิวหนังชนิดอื่นๆ ตามมา
ผิวมัน (Oily skin) เป็นลักษณะผิวที่มีการผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามากกว่าปกติ ผิวหยาบ ผิวมันวาว รูขุมขนกว้าง และมีแนวโน้มที่จะมีสิวอักเสบหรือสิวอุดตันอันเนื่องมาจากการอุดตันในรูขุมขน
ผิวผสม (Combination skin)  เป็นลักษณะผิวที่มีการผสมระหว่างผิวแห้งและผิวมัน อาจมีผิวแห้งบางบริเวณ และผิวมันบางบริเวณ เช่น T-zone (หน้าผาก จมูก คาง) โดยอาจมีสิวอุดตันและรูขุมขนกว้างในบริเวณที่มีความมัน ซึ่งผิวในลักษณะนี้ ควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เหมาะสมกับบริเวณนั้นๆ
 


มอยส์เจอไรเซอร์แบบไหนที่เหมาะกับผิวหน้าของเรา

การเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผิวมีสุขภาพดี โดยหลักการพื้นฐานสำหรับการเลือกผลิตภัณฑ์ดูเเลผิวหน้า คือ ผลิตภัณฑ์นั้นควรปราศจากน้ำหอม สารกระตุ้นการแพ้หรือสารก่อการระคายเคือง และไม่ก่อให้เกิดสิว เพราะองค์ประกอบดังกล่าว หากมีในตำรับอาจส่งผลต่อสุขภาพผิวได้

สำหรับการเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ให้เหมาะสมกับสภาพผิวนั้น ขอแยกตามประเภทของผิวหน้า ดังนี้
 
  1. ผิวปกติ (Normal skin): ลักษณะผิวไม่แห้งหรือมันจนเกินไป สามารถใช้มอยส์เจอไรเซอร์ฐานน้ำ (Water-based moisturizer) ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบโลชั่น เพื่อที่จะได้รู้สึกแห้งเร็ว เบาสบายผิว ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะจนเกินไป หรือหากต้องการความชุ่มชื้นมากๆ ก็สามารถใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เป็นฐานน้ำมันได้ (Oil-based moisturizer) แต่เวลาที่ใช้อาจปรับเปลี่ยนตามสภาพอากาศ เช่น ถ้าอยู่ในประเทศที่มีอากาศเย็นหรือหนาว สามารถทามอยส์เจอไรเซอร์ที่เป็นฐานน้ำมันได้ทั้งเช้าและเย็น แต่หากอยู่ในประเทศที่มีอากาศค่อนข้างร้อน แนะนำให้ทาช่วงก่อนนอน จะได้ไม่เกิดความเหนียวเหนอะหนะระหว่างวัน
  2. ผิวแห้ง (Dry skin): ลักษณะผิวจะค่อนข้างแห้งและขาดน้ำ จึงควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอ โดยแนะนำให้ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ฐานน้ำมัน (Oil-based moisturizer) ที่ประกอบไปด้วยน้ำมันสำหรับบำรุงผิวเป็นส่วนประกอบ เพื่อให้น้ำมันเคลือบผิวไม่ให้ความชื้นจากผิวระเหยออกไป ซึ่งเนื้อของผลิตภัณฑ์อาจมีความข้นหรือหนืดมากกว่าปกติ หากท่านใดมีผิวที่แห้งมากเป็นพิเศษ อาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อเป็นขี้ผึ้งซึ่งมีความสามารถในการคลือบผิว ทำให้ลดการระเหยของน้ำได้มากกว่าผลิตภัณฑ์ชนิดโลชั่นหรือครีม แต่ข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์เนื้อขี้ผึ้งคือ จะก่อให้เกิดความมันบนผิว อาจทำให้ไม่สะดวกหากทาตอนกลางวัน จึงแนะนำให้ทาตอนก่อนนอน
  3. ผิวมัน (Oily skin): ลักษณะจะเป็นผิวที่มันวาวเนื่องจากมีการผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามากกว่าปกติ และอาจมีสิวด้วยในบางคน คนส่วนใหญ่จึงคิดว่ามอยส์เจอไรเซอร์เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับคนผิวมัน อย่างไรก็ดี ผิวประเภทนี้ยังต้องการความชุ่มชื้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ล้างหน้าเสร็จ มอยส์เจอไรเซอร์ที่แนะนำให้ใช้จะเป็นแบบฐานน้ำ (Water-based moisturizer) ที่อาจอยู่ในรูปแบบโลชั่นเหลว ซึ่งเมื่อเทียบกับครีมเเล้ว โลชั่นจะมีน้ำเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ในตำรับ มีผลดีคือจะก่อให้เกิดสิวน้อยกว่า นอกจากนี้ คนผิวหน้ามันควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบเป็นสารที่เป็นน้ำมัน เช่น น้ำมันมะพร้าว โกโก้บัทเตอร์ (Cacao butter) หรือปิโตรเลียมเจลลี่ (Petroleum jelly)
  4. ผิวผสม (Combination skin): ลักษณะผิวบางบริเวณจะแห้งและบางบริเวณ เช่น หน้าผาก จมูก คาง จะมีความมัน อาจเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีความหนืดเเละให้ความชุ่มชื้นปานกลาง เป็นเนื้อโลชั่นกึ่งครีม หรืออาจเลือกใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละส่วน เช่น ส่วนที่แห้ง ใช้มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับคนผิวแห้ง และส่วนที่มัน ให้ใช้มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับคนผิวมัน
 


เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติมในการดูแลผิว

                นอกจากการเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ให้เหมาะสมกับประเภทผิวต่างๆ แล้ว เราควรดูเเลผิวด้วยวิธีอื่นๆ ร่วมด้วยอีก ขอยกตัวอย่างวิธีดูแลผิวเพิ่มเติมง่ายๆ มาฝาก ดังนี้
 
  1. ใช้ครีมกันเเดด เนื่องจากเมื่อผิวเจอกับแสงแดดที่มากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดริ้วรอย ความหมองคล้ำได้ 
  2. พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการพักผ่อนที่เพียงพอจะทำให้ร่างกายซ่อมแซมและฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอได้ดี
  3. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยและความหมองคล้ำ
  4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำให้เพียงพอ หรือประมาณ 8 แก้วต่อวัน เพื่อทำให้ผิวไม่แห้ง ดูเต่งตึง และอิ่มน้ำ
  5. จัดการความเครียดในชีวิตประจำวัน เพราะความเครียดอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดริ้วรอยและความหมองคล้ำ
 
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่กล่าวมาในบทความข้างต้นเป็นเพียงคำแนะนำทั่วไปเพื่อการดูแลผิวให้มีสุขภาพดี หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับโรคประจำตัวอื่นๆ ร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อคำแนะนำอื่นๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและเหมาะสมมากที่สุด
 
หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ข้อมูลยาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ตลอด 24 ชั่วโมง


Contact information: Drug Information Service ศูนย์ข้อมูลยาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
Tel: +66(0) 2 011 3399 Email: [email protected]

Related Health Blogs