เก็บยาอย่างไร ให้ยังคงคุณภาพ

ยารักษาโรค” หนึ่งในปัจจัย 4 ใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วยหรือรักษาให้หายขาดจากโรค ไม่ว่าจะเป็นยาสามัญประจำบ้านหรือยารักษาโรคประจำตัวก็ตามล้วนต้องมีการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี เนื่องจากการเก็บยาที่ไม่เหมาะสม สามารถเป็นสาเหตุของปัญหาและผลเสียต่างๆ ได้ เช่น ยาเสื่อมสภาพก่อนวันหมดอายุส่งผลให้ผู้ป่วยไม่หายจากโรค หรือผู้ป่วยได้รับอันตรายจากยาที่เสื่อมสภาพหรือแปรสภาพ เป็นต้น
 


ปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บรักษายามีอะไรบ้าง ?          

การเก็บรักษายา ต้องคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงที่อาจเป็นตัวกระตุ้นหรือทำให้เกิดการเสื่อมสลายของยา ดังนี้
  1. ปัจจัยเสี่ยง
  2. คำแนะนำ

ประเภทของสารสำคัญ

             
ปัจจัยเสี่ยง คำแนะนำ
 
อุณหภูมิ     ควรเก็บยาไว้ในอุณหภูมิที่ระบุตามฉลากหรือเอกสารกำกับยา อุณหภูมิที่สูงหรือต่ำเกินไปสามารถส่งผลต่อคุณภาพของยา  โดยทั่วไปแนะนำให้เก็บยาที่อุณหภูมิห้อง ประมาณ 18-25 องศาเซลเซียส เเต่ยาบางชนิดอาจต้องเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส
เเสงเเดด ควรเก็บยาไม่ให้โดนเเสงเเดด เนื่องจากตัวยาหลายชนิดจะเกิดการแปรสภาพหรือเสื่อมสภาพเมื่อโดนเเสงเเดดโดยตรง สามารถป้องกันยาจากแสงแดดได้โดยการเก็บยาในภาชนะบรรจุตั้งต้นจากบริษัทยา หรือเก็บในซองหรือกระปุกที่ป้องกันแสงได้
ความชื้น   ตัวยาหลายชนิดเมื่อโดนความชื้นจะเกิดการแปรสภาพหรือเสื่อมสภาพ อาจทำให้มีลักษณะเปลี่ยนไป เช่น เม็ดยาบวม หรือเม็ดยาเกาะกันเป็นก้อน เป็นต้น ดังนั้น ควรเก็บยาในภาชนะบรรจุตั้งต้นจากบริษัทยา ควรหลีกเลี่ยงการเก็บยาในบริเวณที่มีความชี้นสูง เช่น ห้องน้ำหรือห้องครัว เเละปิดฝาขวดยาให้สนิททุกครั้งหลังเปิดใช้
อากาศ ในอากาศปกติจะมีก๊าซต่างๆ ซึ่งก๊าซบางชนิดสามารถเร่งให้เกิดการแปรสภาพหรือเสื่อมสภาพของตัวยาให้เกิดเร็วขึ้น ดังนั้น จึงควรเก็บเม็ดยาไว้ในภาชนะบรรจุตั้งต้น หากไม่จำเป็นไม่ควรนำเม็ดยาออกจากภาชนะบรรจุตั้งต้นก่อนใช้
 

การใช้กล่องแบ่งยาสำหรับรับประทานในแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์ สามารถทำได้หรือไม่?

              ปัญหาการเก็บยาที่พบมากที่สุดในปัจจุบัน คือ การเเบ่งยาที่ต้องรับประทานแต่ละมื้อใส่กล่องเตรียมไว้สำหรับแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์ เพื่อความสะดวกในการใช้ยา โดยการนำเม็ดยาออกจากเเผงยาหรือภาชนะบรรจุตั้งต้นแล้วนำเม็ดยามาใส่รวมกันในกล่อง ทำให้ยามีโอกาสสัมผัสกับแสงแดด ความชื้น อากาศ ดังที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งอาจส่งผลเร่งการแปรสภาพหรือเสื่อมสภาพของยา

              ทั้งนี้แล้ว หากท่านมีความจำเป็นต้องเเบ่งยาออกมาจากแผงยาหรือภาชนะบรรจุตั้งต้นก็สามารถทำได้ ดังนี้
  • ยาที่บรรจุในแผงยา วิธีการที่ดีที่สุดควรตัดเเผงยาออกเป็นขนาดเล็ก ตามจำนวนเม็ดที่ต้องรับประทาน เเล้วใส่ในกล่องแบ่งยา
  • ยาเม็ดเปลือยที่บรรจุในกระปุกยาขนาดใหญ่ควรเเบ่งเม็ดยาใส่กล่องแบ่งยาออกมาทีละน้อย ไม่ควรเกินจำนวนที่รับประทานใน 1 สัปดาห์
              นอกจากนี้ กล่องแบ่งยาที่ใช้ควรเป็นภาชนะที่ปิดมิดชิด สามารถป้องกันเเสงได้ และแยกยาในแต่ละมื้อหรือแต่ละวันออกจากกันอย่างชัดเจน
 

บริเวณที่เหมาะสมในการเก็บยา ?

              การเก็บยาเพื่อให้ยาคงคุณภาพและปลอดภัยต่อสมาชิกทุกคนในบ้าน นอกจากหลีกเลี่ยงความร้อน ความชื้นและเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสมแล้ว โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีคำแนะนำดีๆ ดังต่อไปนี้
  • ควรแยกยารับประทานและยาใช้ภายนอกออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสนหรือการหยิบใช้ยาผิดประเภท
  • เก็บยาในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับชื้น ไม่มีแสงแดดส่องถึงโดยตรง เช่น ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ เป็นต้น
  • ควรเก็บยาให้พ้นมือเด็ก เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
  • สำหรับยาบางชนิดอาจต้องเก็บในตู้เย็น การเก็บยาในตู้เย็น ควรเก็บในช่องธรรมดาที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส และควรแยกยาออกจากอาหาร หลีกเลี่ยงการเก็บยาบริเวณฝาตู้เย็นซึ่งเป็นบริเวณที่มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิบ่อย และห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง
  • จัดเก็บยาพร้อมฉลากยาที่ได้รับมา
  • ไม่ควรเก็บยาต่างชนิดกันในบรรจุภัณฑ์เดียวกัน
 

“วันหมดอายุของยา” สิ่งสำคัญที่มักหลงลืมกันไป

              ยาบางชนิดอาจมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการคงสภาพตลอดอายุของยา เช่น ยาหยอดตามีอายุ 1 เดือนหลังจากเปิดใช้ ยาปฏิชีวนะชนิดแขวนตะกอนบางชนิดที่ผสมน้ำแล้วมีอายุ 1 สัปดาห์ เมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส และมีอายุ 2 สัปดาห์ เมื่อเก็บในตู้เย็น เป็นต้น ท่านควรอ่านและปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากยาอย่างละเอียด หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเภสัชกรโดยตรง

              ในแต่ละบ้านมีการเก็บยาต่างๆ ไว้มากมาย มีทั้งยาใหม่และยาเก่า แม้จะเก็บรักษาอย่างถูกวิธี แต่ต้องไม่หลงลืมกันไปว่ายาแต่ละตัวมีอายุการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนั้น ท่านควรตรวจสอบวันหมดอายุของยาบนบรรจุภัณฑ์ก่อนรับประทานยาทุกครั้ง และสังเกตลักษณะทางกายภาพของเม็ดยาว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติหรือไม่ หากพบว่ายาหมดอายุ หรือลักษณะเม็ดยาผิดปกติ เช่น มีสีเปลี่ยนไปจากเดิม มีจุดด่างบนเม็ดยา มีกลิ่นที่ผิดปกติ มีการตกตะกอนหรือจับกันของผงยา การแยกชั้นของเนื้อครีม เป็นต้น ท่านไม่ควรใช้ยาที่มีความผิดปกติดังกล่าว เพื่อป้องกันอันตรายจากยาที่เสื่อมสภาพ

              จากที่กล่าวมาข้างต้น แสดงให้เห็นว่าการจัดเก็บยา เป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อการรักษา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เห็นถึงความสำคัญในการเก็บยา เพื่อให้ยายังคงคุณภาพและมีประสิทธิภาพในการรักษาที่ดีที่สุด ทางโรงพยาบาลได้มีการจัดเก็บยาที่เป็นแนวทางปฏิบัติเช่นเดียวกันทั้งโรงพยาบาล รวมทั้งมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยในการติดตามและควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ตลอดเวลา เพื่อให้ยาคงคุณภาพเฉกเช่นเดียวกับเมื่อแรกผลิตจากโรงงานยา ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ป่วยที่รับยาจากโรงพยาบาลได้ใช้ยาที่มีคุณภาพดีและส่งผลต่อการรักษาที่ดีที่สุด
 
หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ข้อมูลยาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ตลอด 24 ชั่วโมง

Contact information: Drug Information Service ศูนย์ข้อมูลยาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
Tel: +66(0) 2 011 3399
Email: [email protected]


Reference
1. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. [Internet]. การเก็บรักษายา. 2019 [cited 24 September 2019]. Available from: https://med.mahidol.ac.th/ramapharmacy/th/knowledge/general/11102015-0010-th
2. กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. [Internet]. เก็บยาอย่างไรให้คงสภาพ. 2019 [cited 24 September 2019]. Available from: http://pca.fda.moph.go.th/public_media_detail.php?id=6&cat=62&content_id=1403
3. ปรียา อารีมิตร ภ.ม., รินดาวรรณ พันธ์เขียน ภ.ม.,ทเพียงเพ็ญ ชนาเทพาพร ภ.ม.. [Internet]. การเก็บรักษายา. 2013 [cited 24 September 2019]. Available from: http://202.28.95.4/pharmacy/index.php?f=detail_rule&id=6
4. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. [Internet]. ยาหมดอายุ ยาเสื่อมสภาพ... อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม. 2018 [cited 24 September 2019]. Available from: https://med.mahidol.ac.th/ramapharmacy/th/knowledge/general/11092015-2303-th
 

Related Health Blogs