หนาวนี้พร้อมรับมือ โรคร้ายในเด็ก

ฤดูกาลต่างๆมาพร้อมกับกิจกรรมที่นำความสนุกสนานมาให้เด็กๆแตกต่างกันไป  ในขณะเดียวกันก็นำของแถมที่ไม่พึงปรารถนา เช่น โรคร้ายที่ทำให้เด็กเจ็บป่วยและอาจต้องใช้เวลาตลอดฤดูกาลอยู่แต่บนเตียงนอนได้


ฤดูหนาว

ฤดูที่เด็กส่วนใหญ่รอคอย เพราะเป็นฤดูที่ได้เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขและได้ของขวัญที่รอคอย แต่ฤดูหนาวอาจมาพร้อมกับโรคภัยไข้เจ็บได้เช่นกัน
 
  • โรคปอดบวม (Pneumonia)
เป็นการติดเชื้อหรืออักเสบของปอด สาเหตุเกิดได้จากเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา พบมากในเด็กเล็ก อาการที่สำคัญคือ มีไข้ ไอ หายใจลำบาก หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หากเป็นรุนแรงอาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิต การป้องกันคือ ล้างมือให้สะอาด หากเป็นหวัดให้นอนพักและดื่มน้ำสะอาดมากๆ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปยังสถานที่แออัด นำเด็กไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดบวมบางชนิด และฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ หัดและไอกรน ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้เกิดโรคปอดบวมแทรกซ้อนได้
 
  • โรคครูพ  (Croup)
หรือภาวะกล่องเสียงและหลอดลมอักเสบ มักเป็นกับเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี เกิดจากการที่เด็กหายใจสูดเชื้อไวรัสเข้าไปหรือการสัมผัสกับของเล่นและพื้นผิววัสดุต่างๆ อาการที่เด่นชัดคือ อาการไอแห้งๆ เสียงก้องหรือคล้ายเสียงเห่า เด็กมักมีอาการไข้สูง เสียงแหบ หายใจเสียงดัง ส่วนใหญ่เด็กจะมีอาการไม่มากและหายได้เองภายใน 2-3 วัน แต่หากเป็นมากอาจหายใจไม่ออกและเสียชีวิตจากทางเดินหายใจอุดตันได้ ป้องกันได้โดยล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ ระวังไม่ให้เด็กเข้าใกล้ผู้ที่ติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อบางชนิดที่เป็นสาเหตุของโรคครูพ
 
  • โรคไข้หวัดธรรมดา (Common cold)
ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส พบได้บ่อยมากโดยเฉพาะในเด็กเล็กเพราะเด็กมีภุมิคุ้มกันต่ำกว่าผู้ใหญ่ ติอต่อทางระบบทางเดินหายใจและการสัมผัสกับสิ่งของรอบตัว เด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ง่ายขึ้นและอาจทำให้เป็นหวัดเรื้อรังหรือโรคแทรกซ้อน เช่นไซนัสและหลอดลมปอดได้ อาการที่สำคัญคือ มีน้ำมูกใสๆ ไอ จาม คัดจมูกอาจมีอาการไอตามมา ส่วนใหญ่ไข้มักไม่สูงมากและเป็นหายได้เองภายในเวลาไม่เกิน 7 วัน ป้องกันได้โดยการรักษาความสะอาด ให้เด็กกินอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัยเพื่อเพิ่มความแข็งแรง
 
  • โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
เกิดจากเชื้อไวรัสที่ติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ จามหรือโดนสารปนเปื้อนจากผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย มักมีอาการมากกว่าไข้หวัดธรรมดา เช่น ไข้ขึ้นสูง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ในบางครั้งยากที่จะแยกอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ออกจากโรคหวัดธรรมดานอกจากการทดสอบไข้หวัดใหญ่ ซึ่งอาจจำเป็นต้องตรวจหากเด็กเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดรุนแรงหรือมีปัญหาทางสุขภาพอื่นๆที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพราะมียาที่ช่วยลดความรุนแรงของอาการไข้หวัดใหญ่ได้ ป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
 
  • โรคอีสุกอีใส (Chickenpox)
เป็นโรคที่แพร่กระจายได้ง่าย ลักษณะคือ เริ่มจากเด็กมีไข้ต่ำๆ และภายใน 1-2 วันจะมีตุ่มแดงขึ้นตามตัว มักมีอาการคันก่อนที่ในอีกชั่วโมงหรือไม่เกิน 1-2 วัน จะเป็นตุ่มใสและขุ่นขึ้น จนกลายเป็นสะเก็ดในที่สุด หากเป็นในเด็กเล็กช่วงหนึ่งปีแรก อาการของโรคอาจรุนแรงได้ ติดต่อได้ทางการสัมผัสตุ่มน้ำที่ผิวหนังของผู้ป่วยในระยะแพร่เชื้อและทางการสูดหายใจเอาเชื้อเข้าไป อาจพบภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังหรือในกระแสเลือด ปอดอักเสบและภาวะแทรกซ้อนทางสมอง แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่พาเด็กที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาฉีดวัคซีนป้องกัน โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี
 
  • โรคหลอดลมฝอยอักเสบ (Bronchiolitis)
เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กทุกอายุ ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสโรคไข้หวัดใหญ่ ไวรัสโรคหัดและไวรัสอาร์เอสวี ติดต่อกันได้จากการหายใจเอาเชื้อเข้าไป สัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วยโดยตรงและสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อโรคติดอยู่ โดยเริ่มจากที่เด็กมีอาการคล้ายไข้หวัด แต่มีอาการไอมากกว่า โดยทั่วไปไม่ค่อยรุนแรง แต่ในเด็กที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจลุกลามเป็นปอดอักเสบซึ่งรุนแรงได้ เช่นเดียวกับการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ควรพาเด็กไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ดูแลร่างกายให้แข็งแรง กินอาหารที่มีประโยชน์และครบ 5 หมู่ และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกสุขอนามัย
 

เรียบเรียงโดยกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ศูนย์กุมารเวช:
เปิดให้บริการทุกวัน 07.00-20.00 น.

อาคารบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล คลินิก ชั้น 17
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 33 สุขุมวิท ซอย 3 
เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110 ประเทศไทย
โทร : 02-011-3791
 

Related Health Blogs