คลินิกตาแห้ง บำรุงราษฎร์ วินิจฉัยเชิงลึกของระบบน้ำตาเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ก่อนออกแบบการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยทีมจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านกระจกตา เปลือกตา และต้อหิน
วิเคราะห์สาเหตุของภาวะตาแห้งอย่างละเอียด
ภาวะตาแห้งไม่ได้เกี่ยวข้องกับ “น้ำตา” เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความสมดุลของ Tear Film ทั้งระบบ หากชั้นใดชั้นหนึ่งผิดปกติ อาจทำให้น้ำตาไม่เสถียรและเกิดอาการตาแห้งได้
ชั้นน้ำมัน (Lipid Layer)
- เป็นชั้นนอกสุด สร้างโดยต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา มีหน้าที่ลดการระเหยของน้ำตา และช่วยให้น้ำตาคงตัวได้นานขึ้น หากชั้นนี้ผิดปกติ น้ำตาจะระเหยเร็ว ทำให้เกิดตาแห้งได้ง่าย
ชั้นน้ำ (Aqueous Layer)
- เป็นชั้นกลาง ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้น หล่อเลี้ยงผิวกระจกตา และนำสารอาหารรวมถึงภูมิคุ้มกันไปปกป้องดวงตา หากมีปริมาณไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดอาการแสบตา ระคายเคือง และตามัว
ชั้นเมือก (Mucin Layer)
- เป็นชั้นในสุดที่สัมผัสผิวกระจกตา รวมทั้งอยู่ร่วมกับชั้นน้ำ ช่วยให้น้ำตากระจายตัวและเคลือบผิวตาได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้น้ำตาเกาะติดผิวตาได้ดี หากชั้นนี้ผิดปกติ จะทำให้น้ำตาไม่เสถียรและเกิดการระคายเคืองได้
คลินิกตาแห้งของบำรุงราษฎร์ใช้เทคโนโลยี IDRA (Ocular Surface Analyzer) เพื่อช่วยวิเคราะห์ระบบน้ำตาแบบครบวงจร โดยช่วยประเมินทั้งคุณภาพของ Tear Film การทำงานของต่อมไขมันเปลือกตา และความเสถียรของน้ำตา เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายมากขึ้น
- วัดความหนาชั้นไขมัน ช่วยประเมินคุณภาพชั้นไขมันที่เคลือบน้ำตา หากชั้นไขมันบางเกินไป น้ำตาจะระเหยเร็ว ทำให้เกิดอาการตาแห้งง่าย
- ตรวจโครงสร้างต่อมไขมัน ช่วยดูว่าต่อมไขมันเปลือกตามีการอุดตัน ฝ่อลีบ หรือเสียหายหรือไม่ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะตาแห้งจากการระเหยของน้ำตา
- ประเมินความเสถียรของน้ำตา ช่วยวัดว่าน้ำตาสามารถคงตัวบนผิวตาได้นานแค่ไหน หากแตกตัวเร็ว แสดงว่าน้ำตาไม่เสถียรและเสี่ยงต่อภาวะตาแห้ง
- วัดปริมาณน้ำตา ช่วยประเมินว่าปริมาณน้ำตาเพียงพอหรือไม่
- วิเคราะห์พฤติกรรมการกระพริบตา ช่วยตรวจว่ากระพริบตาครบและสมบูรณ์หรือไม่ โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้หน้าจอนาน ๆ ซึ่งมักทำให้น้ำตาระเหยเร็วและเกิดตาแห้งเรื้อรัง