New trend in perfect Health... เทรนด์ใหม่ในการมีสุขภาพดีที่ยังยืนยุคดิจิทัล

New trend in perfect Health... เทรนด์ใหม่ในการมีสุขภาพดีที่ยังยืนยุคดิจิทัล


สุขภาพเป็นภาพของความสุข ภาพของการมีร่างกายที่สมบูรณ์ มีจิตใจที่แจ่มใสเบิกบาน และดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข การมีสุขภาพดีเป็นรากฐานของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอันเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนแสวงหาและการมีสุขภาพดีนั้นก็เป็นรากฐานของการมีอายุที่ยืนยาวอย่างมีพลังชีวิตอันจะสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยไม่ต้องพึ่งพาคนรอบตัวมากนักจึงไม่เป็นภาระของลูกหลานและสังคม แต่การจะมีสุขภาพดีได้นั้นเราจะต้องเรียนรู้ที่จะมีชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติเสียก่อน

ในอนาคตนั้นการไปปรึกษาแพทย์กำลังจะเปลี่ยนเทรนด์ใหม่เป็นการไปปรึกษาเพื่อที่จะไม่เจ็บป่วย ไปปรึกษาเพื่อปรับปรุงไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตเพื่อที่จะมีสมรรถภาพของร่างกายและจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังในการสร้างสรรค์ ไม่รอจนเจ็บป่วยแล้วจึงค่อยไปรักษา แต่จะศึกษาหาความรู้ว่าควรจะตรวจเตรียมตัวอย่างไร ควรจะมีการดำเนินชีวิตทั้งในด้านการกิน การอยู่ การออกกำลังกายและการพักผ่อนอย่างไร จึงจะสอดคล้องกับกรรมพันธุ์ของตนเองที่ได้รับมาจากบรรพบุรุษ

การแพทย์ในอนาคตสำหรับคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัลจึงจะเป็นการแพทย์เฉพาะตัวบุคคลหรือที่เรียกกันว่า Personalized Medicine นั่นเอง และการมีสุขภาพดีก็จะเริ่มต้นการตรวจปัจจัยเสี่ยงทั้งหลายที่จะทำให้เกิดการเจ็บป่วยเป็นโรคเรื่องที่ไม่ติดต่อที่เรียกกันว่า Non communicable disease หรือ NCD ที่เกิดจากการเสื่อมชราจากการใช้งานของร่างกายในการดำเนินชีวิตประจำวัน และปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตไม่ให้เกิดปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกที่จะมากระตุ้นการเกิดโรคต่างๆ ดังกล่าวรวมทั้งการตรวจว่าเราควรที่จะออกกำลังกายแบบไหน รับประทานอาหารชนิดใดอย่างไร จะกำจัดสารพิษต่าง ๆ ที่ได้รับมาจากสิ่งแวดล้อมในแต่ละวันได้อย่างไร และเมื่อสามารถที่จะปรับตัวให้สอดคล้องกับกรรมพันธุ์ของตนเองและหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดโรคจากปัจจัยเสี่ยงที่ตรวจพบดังกล่าวได้แล้วก็จะทำให้สามารถที่จะมีชีวิตที่มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี

เทรนด์ใหม่ในเรื่องของสุขภาพจึงเป็นเรื่องของการมีชีวิตที่กลมกลืนและประสานสอดคล้องกับธรรมชาติของชีวิตร่วมกับการใช้เทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่อย่างผสมกลมกลืนตามหลักการของการแพทย์ เพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาวหรือ Integrated Longevity Medicine นั่นเอง
 

พื้นฐานของการมีสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ

เริ่มจากการเรียนรู้ร่างกายของเราชีวิตของเราในแต่ละวันว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับระบบต่างๆ ของร่างกายเรา...
ร่างกายของคนเรานั้นประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ ที่จะทำงานประสานสอดคล้องกันเพื่อการมีสุขภาพที่ดี ส่วนที่เล็กที่สุดของอวัยวะเราเรียกว่า "เซลล์" ซึ่งจะประกอบด้วยผนังเซลล์ นิวเคลียสหรือดีเอ็นเอที่จะเสมือนเป็นพิมพ์เขียวที่จะใช้ในการสร้างเซลล์ใหม่มาทดแทนเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพไปตามเวลา และส่วนประกอบที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในเซลล์เนื้อเยื่อของคนเราก็คือไมโตครอนเดรียซึ่งเป็นแหล่งพลังงานให้เซลล์ เมื่อคนเราอายุมากกว่า 35 ปี การแบ่งเซลล์จะลดลง เราจะมีเซลล์ใหม่มาทดแทนเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพไปตามเวลาน้อยลง ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของการแก่ชราตามวัย

ในแต่ละวันคนเราจะได้พลังงานจากอาหารที่รับประทานเข้าไปผสมกับออกซิเจนที่หายใจเข้าไปเกิดปฏิกริยาที่เรียกว่า ออกซิเดชั่น เพื่อให้เกิดพลังงานในการดำเนินชีวิตประจำวัน เมื่อมีการใช้พลังงานก็จะเกิดของเสีย ที่เรียกว่า อนุมูลอิสระ ที่จะทำให้เซลล์เนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ เสื่อมก่อนวัยถ้าไม่ได้รับการกำจัดออกไป ธรรมชาติทำให้ในเวลาที่เราเข้านอนและหลับสนิทในความมืดนั้นจะเกิดการผลิตฮอร์โมนต่าง ๆ ออกมาเพื่อที่จะทำให้อวัยวะต่าง ๆ ทำงานได้เป็นปกติและฮอร์โมนบางชนิดก็ทำหน้าที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระไปด้วยเพื่อที่จะป้องกันการแก่ชรา

แนวทางการดำเนินชีวิตเบื้องต้นที่จะทำให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรง จิตใจแจ่มใสเบิกบานนั้น มีหลากหลายรูปแบบแต่ที่ยอมรับกันมากที่สุดว่าเป็นเทรนด์ในอนาคตของการดูแลสุขภาพก็คือ

1. อาหารสุขภาพ
การรับประทานอาหารที่ครบถ้วนทุกหมวดหมู่ ด้วยการรับประทานอาหารที่ให้พลังงานมากจำพวกแป้ง น้ำตาลและไขมันในตอนเช้า และรับประทานอาหารที่มีส่วนซ่อมแซมและต่อต้านอนุมูลอิสระ อันได้แก่ โปรตีนและพืชผักผลไม้สด ในตอนเย็น โดยมีสโลแกนง่าย ๆ ว่า มือเข้ารับประทานอย่างราชา มื้อกลางวันแบบคนธรรมดา และมื้อเย็นแบบยาจก รวมไม่รับประทานอาหารที่เค็มจัดและหวานจัด และไม่บริโภคแอลกอฮอล์

2. ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
การออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ นอกจากจะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินและช่วยในการไหลเวียนของโลหิต มีการศึกษาวิจัยพบว่าการออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที โดยเฉพาะการเดินนั้นจะช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนต่อต้านความแก่ชราด้วย

3. นอนหลับสนิทก่อนเที่ยงคืนในความมืด
การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอตามวงจรชีวิต ที่เรียกว่า นาฬิกาเวลาหรือ Biological clock นั้น จะมีผลทำให้มีการผลิตฮอร์โมนต่าง ๆ ที่ป้องกันและต่อต้านการแก่ชรามีการผลิตออกมาอย่างสมบูรณ์เต็มที่ จึงควรจะเข้านอนให้สามารถหลับสนิทในความมืดโดยประมาณก่อนเที่ยงคืน และควรจะใช้วิธีการตามธรรมชาติต่างๆ เพื่อทำให้นอนหลับโดยไม่ต้องใช้ยาระงับประสาทที่จะมีผลต่อการผลิตฮอร์โมนบางชนิดเมื่อใช้เป็นระยะเวลานานการเข้านอนให้หลับสนิทก่อนเที่ยงคืนจึงเป็นรากฐานของการมีสุขภาพที่สมบูรณ์แบบวิธีหนึ่ง

4. อารมณ์แจ่มใส มองโลกในทางบวก
การมีอารมณ์ที่แจ่มใส การฝึกคิดในทางบวก และการมองโลกในแง่ดี จะทำให้เกิดการหลั่งสารแห่งความสุข ที่เรียกว่า เอ็นโดฟิน ออกมาที่จะทำให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้เต็มที่ และกระตุ้นให้มีการผลิตฮอร์โมนต้านความชรา รวมทั้งทำให้การย่อยอาหารสมบูรณ์ เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารดีและครบถ้วนย่อมเป็นรากฐานของการมีสุขภาพดี

5. ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความรัก
การมีชีวิตอยู่ด้วยการมีความรักต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่งรอบตัว เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สิ่งที่ดี ๆ ต่อกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และให้อภัยกันและกัน เมื่อเกิดความผิดพลาดนั้นจะทำให้จิตใจเกิดความปิติสุขในการดำรงชีวิตอันเป็นรากฐานทางจิตใจที่จะทำให้มีสุขภาพดี
 

ชะลอวัยอย่างมีหลักการ

การเสริมสารอาหารที่จำเป็นและได้รับไม่เพียงพอจากอาหารในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะวิตามินที่จำเป็น อันได้แก่วิตามิน บี ซี ดี และอี รวมทั้งแร่ธาตุต่าง ๆ อันได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี ฯลฯ ล้วนแต่มีส่วนช่วยในผู้ที่มีความจำเป็นและได้รับสารอาหารไม่พอในชีวิตประจำวัน ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนจึงจะได้ผลดีและปลอดภัย
นอกจากนี้การตรวจดูระดับของฮอร์โมนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการมีสุขภาพดีเมื่ออายุมากกว่า 35 ปีนั้นก็เป็นเรื่องที่สมควรจะทำในยุคนี้ที่คนเราทำงานหนัก พักผ่อนน้อย เครียดง่าย ทำให้ระบบต้านความแก่ชราทำงานได้ไม่พอเพียงกับการใช้งาน เมื่อทราบแล้วว่ามีปัญหาความไม่สมดุลย์ของฮอร์โมน ก็จะได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำรงชีวิตที่ทำให้มีการผลิตฮอร์โมนออกมาอย่างพอเพียง และในกรณีที่ร่างกายไม่สามารถที่จะสร้างออกมาได้อย่างเพียงพอไม่ว่าจะเกิดขึ้นเนื่องจากการแก่ชราตามวัยหรือการดำเนินชีวิตที่เคร่งเครียดและไม่มีเวลาดูแลตนเอง การปรึกษาแพทย์ที่มีความรู้ทางด้านฮอร์โมนก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมเพื่อการปรับสมดุลย์ของฮอร์โมนในร่างกาย โดยการเสริมฮอร์โมนที่จำเป็นและเป็นธรรมชาติที่มีความปลอดภัยสูงกว่า

การตรวจหาสารพิษจากอาหารโลหะหนักที่เป็นพิษต่อร่างกายก็เป็นเทรนด์ใหม่ในการชะลอวัยเพราะในยุคนี้ เราอยู่อาศัยในสิ่งแวดล้อมที่มีมลภาพวะที่เต็มไปด้วยสารพิษต่อร่างกาย แม้ว่าร่างกายเราสามารถที่จะกำจัดสารพิษออกไปได้ในระดับหนึ่ง แต่การที่สภาพแวดล้อมมีสารพิษมากขึ้นทั้งจากอาหาร และอากาศที่หายใจเข้าไปทำให้อวัยวะที่ทำการกำจัดพิษของร่างกายไม่สามารถที่จะกำจัดออกไปได้หมดจึงอาจจะต้องพึ่งการกำจัดสารพิษ โดยอาศัยวิธีการที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์อย่างถูกต้องและเหมาะสมเฉพาะบุคคล
 

เริ่มจากการดูแลสุขภาพของหัวใจ

หัวใจของคนเรานั้นประกอบด้วยกล้ามเนื้อชนิดพิเศษที่จะทำงานตลอดเวลาตั้งแต่เกิดโดยไม่มีเวลาที่จะหยุดพัก
หัวใจทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตที่ผ่านการฟอกที่ปอดเพื่อที่จะนำส่งสารอาหารและออกซิเจนไปยังทุกอวัยวะของร่างกายและสูบกลับเลือดเสียจากอวัยวะต่าง ๆ กลับมาฟอกที่ปอดเพื่อที่จะส่งโลหิตที่ดีออกไปอีกครั้ง ระบบการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดต่าง ๆ ที่ไปเลี้ยงร่างกายนั้นจะทำงานร่วมกันอยู่ตลอดเวลา และโลหิตที่ดีที่ไหลเวียนออกจากหัวใจก็จะถูกสูบฉีดเข้าหลอดเลือด

ที่ต้องระวังก็คือ การที่หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจเกิดการอุดตันจากไขมันซึ่งถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระจนไปทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง ซึ่งถ้ามีการอุดตันมากก้อาจเกิดหัวใจวายได้

สัญญาณเตือนแรก ๆ ที่จะต้องระวังก็คือ ภาวะความดันโลหิตสูงที่จะเกิดล่วงหน้าก่อนที่หลอดเลือดจะตีบตันการดูแลสุขภาพของหัวใจจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การรับประทานสารอาหารบางชนิดที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของโลหิต เช่น ปลาทะเลที่มีไขมันชนิดดีที่ชื่อ ดีเอชเอและอีพีเอนั้น นอกจากจะทำให้การไหลเวียนของโลหิตดีแล้วยังช่วยลดอาการอักเสบที่จะทำให้เกิดคราบไขมันอีกด้วย การศึกษาวิจัยทางการแพทย์มีข้อยืนยันว่าการได้รับโคเอ็นไซม์คิวเท็นในปริมาณ 100-200 มิลลิกรัมต่อวัน นั้นมีส่วนช่วยในการเพิ่มพลังงานให้เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจจึงเหมาะสมสำหรับผู้ที่ทำงานหนักและเคร่งเรียด รวมทั้งผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจต้องเรียนรู้ที่จะผ่อนคลายและป้องกันความเครียดไม่ว่าจะเป็นจากการพักผ่อนที่พอเพียงหรือมีการสันทนาการที่เหมาะสมกับวัย รวมทั้งการเรียนรู้ที่จะฝึกคิดในทางบวกเป็นประจำ


ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์

เป็นที่ทราบกันดีว่าน้ำหนักที่เกินและโรคอ้วนนั้นเป็นศัตรูร้ายต่อการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดี โดยเฉพาะโรคอ้วนลงพุงหรือ ที่เรียกว่า Metabolic Syndrome นั้นจะยิ่งมีอันตรายมากกว่า นอกจากนี้น้ำหนักตัวที่เกินยังมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศและทำให้มีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้าได้สูงรวมทั้งมีปัญหาเกี่ยวกับข้อเข่าหรือข้อสะโพกตามมาได้

การควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในมาตรฐานจึงมีความสำคัญและเป็นรากฐานของการดูแลสุขภาพ ซึ่งมีหลักการง่าย ๆดังนี้

1 รับประทานมื้อเช้าให้เต็มที่ซึ่งจะทำให้อิ่มได้นานและไม่หิวในมื้อเย็น อาหารมื้อเย็นนั้นจะต้องมีแป้งและน้ำตาลน้อย ๆหรือไม่มี แต่เน้นหนักที่พืชผักผลไม้สดและโปรตีนเพื่อช่วยซ่อมแซมร่างกายที่สึกหรอจากการใช้ชีวิตประจำวัน

2 ออกกำลังกาย แบบที่เรียกว่า คาร์ดีโอ ให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นกว่าปกติอย่างน้อยร้อยละ 20 ถ้าทำเป็นประจำจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายโดยเฉพาะไขมันชนิดไม่ดี

3 ควบคุมปริมาณของพลังงานจากอาหาร ที่เรียกว่า Caloric restriction จะทำให้ได้พลังงานน้อยเป็นแนวทางที่ดีที่สุดที่จะควบคุมน้ำหนัก ซึ่งอาจจะทำได้ง่าย ๆ ด้วยการรับประทานอาหารในช่วงเวลา 12 ชั่วโมง และหยุดรับประทาน 12 ชั่วโมง และถ้าสามารถกระทำร่วมกับการเดินสัก 10 นาที หลังจากรับประทานอาหารทุกมือแล้วก็จะช่วยทำให้มีระดับของน้ำตาลในกระแสเลือดไม่สูงเกินไป ร่างกายจึงใช้ฮอร์โมนอินซูลินน้อยลงในการควบคุมระดับน้ำตาล ผลที่ตามมาก้คือจะช่วยกระตุ้นการผลิตฮอโมนจากสมอง ที่เรียกว่า Growth Hormone ได้ดีขึ้น มีผลช่วยทำให้จิตใจดี อารมณ์ดี นอกจากนี้ยังช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อและเผาผลาญไขมันตามธรรมชาติอีกด้วย
 

ดูแลสมองให้ดี

สมองเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดเพราะมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ และเกี่ยวข้องกับความรู้สึกนึกคิดและการดำรงชีวิตของคนเรา สมองต้องการพลังงานอย่างมากในแต่ละวันจึงปลดปล่อยอนุมูลอิสระออกมามาก เช่น กันการดูแลสมองนั้นจึงต้องอาศัยความเข้าใจในหลักการที่ถูกต้องอันได้แก่

1 การฝึกสมองให้คิดในทางบวกรวมทั้งการทำ Brain exercise ต่างๆ เช่น การนั่งสมาธิและการฟังธรรมรวมทั้งการฝึกใช้สมองเพื่อที่จะจดจำเรื่องที่ดี ที่ง่ายที่สุดก็คือการร้องเพลงที่ไพเราะที่จะต้องจดจำเนื้อร้องที่ดีงามซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความจำที่ดีแล้วยังทำให้มีความสุขอีกด้วย บางรายอาจจะใช้การเรียนและฝึกเขียนภาษาจีนหรือการวาดภาพได้ผลเช่นกัน

2 การได้รับสารอาหารที่จำเป็นสำหรับสมอง อันได้แก่ น้ำมันชนิดดี เช่น น้ำมันจากปลา และถั่วเหลือง รวมทั้งวิตามินบีหลายชนิดก็มีส่วนในการบำรุงเซลล์สมองและระบบประสาท กรดอะมิโนหรือโปรตีนสกัดก็มีส่วนในการซ่อมแซมและเสริมสร้างเซลล์สมองและระบบประสาทรวมทั้งเป็นวัตถุดิบในการผลิตฮอร์โมนกันแก่ชรา ที่เรียกว่า Growth Hormone อีกด้วย นอกจากนี้สารต่อต้านอนุมูลอิสระทั้งหลายก็มีส่วนช่วยในการป้องกันเซลล์สมองเสื่อมจากการโดนอนุมูลิสระทำลาย

3 การออกกำลังกาย เป็นส่วนหนึ่งของการชะลอความเสื่อมของสมอง โดยทั่วไปแล้วการออกกำลังกายจะทำให้การไหลเวียนของโลหิตในร่างกายดีขึ้นโดยรวมอยู่แล้ว แต่การออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มโลหิตไปเลี้ยงสมองที่ดี ได้แก่ การรำมวยจีนหรือไทเก๊กนั้นจะเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น
การจะมีสุขภาพที่ดีและสมบูรณ์แบบนั้นต้องมีการลงทุน และการลงทุนในสุขภาพของตนเองนั้นเป็นการลงทุนที่มีแต่กำไรอย่างเดียว ไม่มีการขาดทุน ไม่ต้องมีการประกันความเสี่ยงใด ๆ จะได้กำไรมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับทุนที่ลงไป การเรียนรู้ที่จะลงทุนเพื่อการมีสุขภาพดีนั้นต้องเริ่มที่การเรียนรู้เรื่องราวของการมีสุขภาพที่ดีด้วยวิถีทางของธรรมชาติ และเป็นสุขภาพที่ดีจากภายในโดยการมีการดำเนินชีวิตที่ประสานสอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์และนี่เป็นก้าวย่างที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ชาติ... ในยุคดิจิทัลนี้

เรียบเรียงโดย ผศ.นพ. พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านสูติศาสตร์ นรีเวชวิทยา, เวชศาสตร์การเจริญพันธ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
 
IMG
IMG
IMG
IMG

 

   
Posted by Bumrungrad International
New trend in perfect Health... เทรนด์ใหม่ในการมีสุขภาพดีที่ยังยืนยุคดิจิทัล
สุขภาพเป็นภาพของความสุข ภาพของการมีร่างกายที่สมบูรณ์ มีจิตใจที่แจ่มใสเบิกบาน และดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
Posted by Bumrungrad International
February 27, 2019
comments
LQ (Longevity Quotient)... คืออะไร แล้วทำไมถึงทำให้มีอายุยืนยาว?...
มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับความฉลาดที่เรียกว่า “ไอคิว”  หรือ “ความฉลาดทางสติปัญญา” แต่จะมีมากหรือน้อยก็ขึ้นกับกรรมพันธุ์และการเรียนรู้รวมทั้งการพัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มความฉลาด
Posted by Bumrungrad International
February 26, 2019
comments
เคล็ดลับความงาม... จากภายใน
เคยเขียนให้อ่านกันเป็นประจำว่าการจะคงความเป็นหนุ่มสาวและมีอายุยืนยาวนั้นต้องมาจากภายในดังที่มีคำกล่าวว่า ...Healthy from Inside & Beauty from within
Posted by Bumrungrad International
February 25, 2019
comments
ภัยร้าย! มะเร็งปากมดลูก รู้เท่าทันป้องกันได้
การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเบื้องต้นด้วยวิธี เอชพีวี ดีเอ็นเอ (HPV DNA Test) เป็นการตรวจด้วยวิธีเจาะลึกระดับดีเอ็นเอเพื่อตรวจหาเชื้อเอชพีวี สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงทั้ง 14 สายพันธุ์
Posted by Bumrungrad International
February 12, 2019
comments

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ