สายตา เสียง และสัมผัส—กุญแจสู่ความผูกพัน
ระหว่างที่ลูกดูดนมจากอกแม่ ลูกจะได้ยินเสียงหัวใจของแม่—เสียงคุ้นเคยจากในครรภ์ ได้มองเห็นใบหน้าแม่อย่างใกล้ชิด และรู้สึกถึงความอบอุ่นจากการสัมผัสกาย นี่คือการสื่อสารแบบไม่ใช้คำพูด ที่ปลูกฝัง “ความไว้วางใจ” และ “ความมั่นคงทางอารมณ์” ให้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงชีวิตแรก
ฮอร์โมนแห่งความรักที่หลั่งพร้อมน้ำนม
การให้นมแม่กระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนออกซิโตซิน (Oxytocin) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ""ฮอร์โมนแห่งความรัก"" ฮอร์โมนนี้ช่วยให้แม่รู้สึกผ่อนคลาย เกิดความรักและห่วงใยต่อลูกน้อย ขณะเดียวกันก็ทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและสงบ นี่คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างแม่กับลูก
การให้นม = เวลาแห่งการเชื่อมโยง
แม้ในวันที่เหนื่อยล้า การได้อุ้มลูกให้นมอาจกลายเป็นช่วงเวลาที่แม่ได้หยุดพัก หายใจลึก และมองตาลูก ความรู้สึกพิเศษเหล่านี้สร้างความทรงจำที่มีค่า และช่วยให้ความสัมพันธ์แม่-ลูกเติบโตอย่างมั่นคงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
วิธีการให้นมแม่ที่ถูกต้อง
การเริ่มต้นที่ดีช่วยให้การให้นมแม่เป็นเรื่องราบรื่นและเป็นประสบการณ์ที่อบอุ่นยิ่งขึ้น:
1.
เริ่มให้นมตั้งแต่แรกเกิด
หากเป็นไปได้ ควรเริ่มให้นมแม่ทันทีภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด การดูดนมช่วงแรกจะช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมและทำให้ลูกเรียนรู้การดูดเร็วขึ้น
2.
ท่าทางในการให้นม
- ท่าดูดนมที่แนะนำ: ท่าที่คุณแม่และลูกสบาย เช่น ท่าอุ้มนั่ง, ท่าอุ้มรักฟุตบอล, หรือท่านอนตะแคง
- หลักการสำคัญ: ปากลูกควรครอบทั้งหัวนมและลานนม ไม่ใช่เฉพาะหัวนม เพื่อการดูดที่มีประสิทธิภาพและไม่ทำให้หัวนมแตก
3.
การให้นมตามความต้องการของลูก (On demand)
ไม่มีเวลาตายตัว ควรให้นมทุกครั้งที่ลูกแสดงอาการหิว เช่น ทำปากจุ๊บๆ ดูดมือ หรือกระสับกระส่าย อย่ารอให้ร้องไห้จึงค่อยให้นม เพราะนั่นเป็นสัญญาณสุดท้ายของความหิวแล้ว
4.
เปลี่ยนเต้าสลับข้างทุกครั้ง
เพื่อให้เต้านมทั้งสองข้างผลิตน้ำนมอย่างสมดุล และลดโอกาสการเกิดเต้านมคัดอักเสบ
5.
ดูสัญญาณความอิ่มและการดูดนมที่เพียงพอ
ลูกจะปล่อยหัวนมเองเมื่ออิ่ม และมักหลับอย่างสงบหลังดูดนม หากดูดนมอย่างน้อยวันละ 8 ครั้ง และปัสสาวะ 6-8 ครั้ง แสดงว่ารับน้ำนมเพียงพอ
เรียบเรียงโดย
พญ. ปวินทรา หะริณสุต
รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
แก้ไขล่าสุด: 29 สิงหาคม 2568