ไฝ

ไฝเป็นการเจริญเติบโตบริเวณเล็กๆ ของผิวหนังซึ่งเกิดจากการสร้างเซลล์เม็ดสีที่เรียกว่าเมลาโนไซท์ (melanocytes) จำนวนมาก อาจมีลักษณะนูนหรือเรียบ โดยปกติมักจะมีสีคล้ำ ไฝสามารถกลายเป็นสิ่งผิดปกติและพัฒนาเป็นมะเร็งผิวหนังชนิดหนึ่ง (malignant melanoma) ได้ ไฝที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือดูผิดปกติจำเป็นจะต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
 

สาเหตุ

โดยทั่วไปไฝเกิดจากการที่มี melanocytes รวมตัวกันมากเกินไปบนผิวหนัง


อาการ

คนส่วนใหญ่มักมีไฝบนผิวหนังอยู่แล้วตั้งแต่แรกเกิด แต่ก็มีหลายคนที่อาจมีไฝเกิดขึ้นในภายหลัง ไฝธรรมดาที่เกิดขึ้นที่ใดก็ได้บนผิวหนังนั้นมักมีสีเพียงสีเดียว เช่น น้ำตาลเข้ม น้ำตาลเหลือง หรือสีสด โดยอาจมีลักษณะกลมหรือรี และเป็นได้ทั้งแบบแบนหรือนูนขึ้นมา ไฝอาจมีพื้นผิวเรียบหรือขรุขระ หรืออาจเปลี่ยนสีเมื่อเวลาผ่านไปก็ได้

 

สัญญาณบ่งบอกว่าไฝมีความผิดปกติ

  • ขนาด สี รูปร่าง เนื้อของไฝ หรือความรู้สึกเมื่อสัมผัสมีการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
  • มีสีอื่นปนเข้ามา โดยมากจะเป็นสีดำ
  • ขอบไฝมีความผิดปกติ มีสีผิดปกติเกิดขึ้นบนผิวหนังรอบๆ ไฝ
  • มีพื้นผิวผิดปกติ เช่น หนังลอก แตก มีของเหลวไหลเยิ้ม มีเลือดออก มีแผลเปิด และเจ็บปวด แต่ไม่หายเอง เกิดปุ่มนูนมีลักษณะแข็ง
  • คัน เจ็บเมื่อสัมผัส

 

การวินิจฉัย

แพทย์จะทำการตรวจผิวหนังและไฝ รวมถึงสอบถามเกี่ยวกับอาการหรือประวัติความเจ็บป่วยที่เคยเป็นมา หากจำเป็นอาจต้องนำตัวอย่างเนื้อไฝไปตรวจ

 

การรักษา

การรักษาไฝที่ผิดปกติหรืออาจก่อให้เกิดมะเร็งนั้นมักต้องใช้การผ่าตัด หากพบว่ามีเซลล์มะเร็งจากการตรวจด้วยกล้อง อาจจำเป็นต้องมีการผ่าตัดเพิ่มเติมเพื่อนำเอาส่วนของไฝที่เหลืออยู่และเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ ออกให้หมด
 

การป้องกัน

เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ไฝกลายเป็นสิ่งผิดปกติ (หรือก่อให้เกิดมะเร็ง) ควรจะ

 

  • หลีกเลี่ยงการได้รับแสงแดดมากเกินไป หากจำเป็นต้องอยู่กลางแสงแดดควรสวมหมวกหรือเสื้อผ้าป้องกันแดด รวมทั้งทาโลชั่นป้องกันแสงแดดซึ่งมี SPF อย่างน้อย 15
  • สังเกตไฝที่มีอยู่ โดยเฉพาะเม็ดที่มีความผิดปกติ และรายงานความเปลี่ยนแปลงของไฝให้แพทย์ทราบโดยเร็ว
  • ให้แพทย์ตรวจและสังเกตไฝทุกๆ 12 เดือน หากมีไฝผิดปกติเป็นจำนวนมากตามร่างกายหรือคนในครอบครัวมีประวัติเคยมีไฝที่กลายเป็นมะเร็ง ควรตรวจให้บ่อยกว่าเดิมหรือทุกๆ 6 เดือน

 

คะแนนโหวต: 10.00 of 10, จากจำนวนคนโหวต 5 คน