สมรรถภาพของร่างกายและน้ำหนักตัว (Fitness & Weight)
ทำไมเราถึงมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
ปริมาณของไขมันในร่างกายที่เพิ่มขึ้นของคนเรานั้น จะขึ้นอยู่กับความสมดุลของปริมาณแคลอรีที่เราได้รับเข้าไปในร่างกายด้วยการรับประทานอาหาร
กับปริมาณที่เราใช้ในการเผาผลาญไปกับกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เมื่อแคลอรีที่เข้าไปมากกว่าที่ใช้ออก
พลังงานแคลอรีเหล่านั้นก็จะถูกสะสมไว้ในร่างกายในรูปของไขมัน
เคล็ดลับในการควบคุมน้ำหนักตัวก็คือการพยายามสร้างสมดุลระหว่างอาหารที่รับประทานกับกิจกรรมที่ทำในแต่ละวันให้พอเหมาะพอดีกัน
ปัญหาที่ทำให้มีน้ำหนักมากขึ้นที่พบได้บ่อย
|
งดอาหารบางมื้อ |
การไม่รับประทานอาหารในมื้อใดมื้อหนึ่งจะทำให้เรารับประทานอาหารในปริมาณมากกว่าปกติในมื้อถัดไป |
|
ไขมันและน้ำตาลแฝงเร้น |
ในอาหารหลายชนิดมีไขมันแลน้ำตาลแฝงเร้นอยู่ เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน (ไส้กรอกประเภทต่างๆ
อาหารไขมันสูง อาหารทอด เค้ก บิสกิต ช็อคโกแลต มันฝรั่งทอด และอาหารจานด่วน) |
|
แคลอรีจากการปรุงแต่งอาหาร |
เครื่องชูรสและตกแต่งอาหารอาจเพิ่มปริมาณแคลอรีให้แก่เราได้ เช่น
- ซาวครีม หรือเนยบนมันฝรั่ง
- เนยหรือมาการีนที่ทาหนาๆ บนขนมปัง
- น้ำสลัดมายองเนสบนสลัดผัก
- ครีมบนขนมหวาน
|
|
ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป |
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1 แก้วจะมีพลังงานประมาณ 70 แคลอรี หากเติมส่วนผสมลงไปอีกก็จะทำให้ปริมาณแคลอรีเพิ่มมากขึ้นไปอีก
ถ้าดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก หรือเพียงแค่ปริมาณระดับกลางๆ ก็จะสามารถทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ |
|
อาหารมื้อใหญ่ |
ปริมาณอาหารที่มากเกินไปต่อความต้องการพลังงานของเรา = น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น (แม้ว่าเราจะเลือกรับประทานอาหารที่น่าจะมีความสมดุลทางพลังงานแล้วก็ตาม)
อาหารที่เราควรระวังในเรื่องของปริมาณที่บริโภคเข้าไปแต่ละครั้งคืออาหารจำพวกเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนม
เช่น นม เนย และชีส |
|
การกินจุบจิบ |
การรับประทานอาหารในปริมาณน้อยและเพิ่มจำนวนมื้อให้มากขึ้น แทนที่จะเป็นมื้อหลัก 3
มื้อในแต่ละวันนั้น อาจเป็นวิธีที่ช่วยในการลดน้ำหนักได้ แต่ถ้าเลือกรับประทานแต่อาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง
ก็อาจกลายเป็นการเพิ่มน้ำหนักตัวแทน |
|
ออกกำลังกายไม่เพียงพอ |
การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นวิธีหนึ่งที่ดีที่สุดในการเผาผลาญแคลอรีที่ได้รับจากอาหาร
การออกกำลังกายที่น้อยเกินไปจะนำไปสู่การสะสมแคลอรีส่วนเกินไว้ในรูปของไขมันในร่างกาย
ซึ่งก็จะทำให้เรามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น |
เคล็ดลับในการลดน้ำหนักที่ได้ผล
1. กำจัดไขมันส่วนเกินในร่างกาย โดย
- ลดปริมาณแคลอรีที่รับประทานเข้าไป โดยเฉพาะจากอาหารหวานและมีไขมันสูง
- เลือกอาหารที่มีสารอาหารหลากหลาย โดยปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- เคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น
2. อย่าไปคิดถึงเรื่องจำกัดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก
การลดน้ำหนักลงอย่างเร็วเกินไปและการจำกัดอาหารอย่างฉับพลันไม่ได้ช่วยให้ประสบผลสำเร็จในควบคุมน้ำหนักได้อย่างถาวร
อีกทั้งยังทำให้กลายเป็นคนที่เหนื่อย หิว และขี้หงุดหงิด
3. การเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร
สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวรให้กับตัวเองในด้านต่างๆ คือ
- การเลือกรับประทานอาหารและการประกอบอาหาร
- พฤติกรรมการรับประทาน
- ระดับการออกกำลังกาย
การเปลี่ยนแปลงเรื่องการเลือกและการประกอบอาหาร
|
บริโภคไขมันให้น้อย |
- ตัดไขมันออกจากเนื้อสัตว์ เช่น เลาะหนังไก่ออกก่อนนำไปประกอบอาหาร
- เลือกเนื้อสัตว์หรือเนื้อไก่ชิ้นเล็กๆ
- รับประทานเนื้อปลาสองครั้งต่อสัปดาห์
- หลีกเลี่ยงอาการทอดหรือผัด
- ประกอบอาหารโดยไม่ใช้น้ำมัน เลือกใช้การย่าง อบ นึ่ง ไมโครเวฟ หรือทอดไม่ใช้น้ำมัน
เป็นต้น
- เลือกบริโภคผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ
- อาหารไขมันสูง เช่น มันฝรั่งทอด ช็อกโกแลต มีไว้สำหรับโอกาสพิเศษเท่านั้น
|
|
บริโภคอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต และไฟเบอร์ให้มากขึ้น |
- เริ่มมื้ออาหารด้วยผักหรือผลไม้
- เพิ่มอาหารจำพวกถั่วหรือธัญพืชในมื้ออาหาร เช่น ถั่วอบต่างๆ
- เลือกอาหารที่ไม่มีการขัดขาว
|
|
ลดน้ำตาลและไขมันที่แฝงอยู่ในอาหาร |
- เลือกรับประทานผัก ผลไม้ ผลไม้แห้ง ขนมปัง หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำเป็นอาหารว่าง
- ดับกระหายด้วยน้ำเปล่า
- จำกัดปริมาณการดื่มน้ำหวาน น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- อ่านฉลากบนผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อเปรียบเทียบปริมาณน้ำตาลและไขมัน
|
การเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมการรับประทานอาหาร
- ให้เวลากับการรับประทานอาหารและเพลิดเพลินกับอาหาร
- พยายามรับประทานอาหารในช่วงมื้อปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้หิวมากๆ
- เคี้ยวอาหารให้ละเอียด วางช้อนส้อมลงไว้ในจานขณะเคี้ยวอาหาร เพื่อจะได้ไม่ตักอาหารคำใหม่เข้าปากอีก
- อย่าล่อใจตัวเองด้วยอาหารบางส่วนที่ยังเหลืออยู่หลังการรับประทานอาหาร กวาดอาหารในจานลงถังขยะให้หมด
หรือเก็บอาหารที่เหลือไว้ในตู้หรือตู้เย็นให้เรียบร้อยหลังรับประทานอาหาร
- มองหาวิธีที่จะลดปริมาณแคลอรีในอาหาร เช่น ลดน้ำตาลและไขมันลง
- หลีกเลี่ยงที่จะซื้ออาหารขบเคี้ยวหรือขนมไว้ในบ้าน เช่น ทอฟฟี่ บิสกิต และเค้ก เพื่อช่วยลดความอยากรับประทาน
- อย่าเดินซื้อสินค้าก่อนรับประทานอาหาร และซื้อเฉพาะในรายการซื้อของที่จดไว้เท่านั้น
- วางแผนล่วงหน้า คิดเมนูล่วงหน้าสักสองสามวัน
** ถ้าตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและรูปแบบการรับประทานอาหาร
ให้เริ่มเปลี่ยนทีละอย่างทีละเวลา
การเปลี่ยนแปลงระดับการออกกำลังกาย
ตั้งใจออกกำลังแบบแอโรบิคอย่างน้อยวันละ 30 นาที เช่น เดิน จ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำ หรือขี่จักรยาน
ประมาณ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็จะสามารถช่วยให้ควบคุมน้ำหนักได้
นำเคล็ดลับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มาใช้ให้เป็นกิจวัตร
อ่านฉลากอาหาร
การจะตัดสินใจว่าอาหารประเภทใดดีที่สุดในซุปเปอร์มาเกตนั้นเป็นเรื่องยาก ข้อมูลมากมายปรากฏอยู่บนฉลากและก็ยากที่จะรู้ว่าข้อมูลใดสำคัญ
ส่วนผสมของอาหารจะเรียงลำดับตามปริมาณมากไปสู่ปริมาณน้อย ส่วนผสมในลำดับแรกๆ
จะเป็นส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์ ควรระวังไขมันแฝงเร้นในผลิตภัณฑ์อาหาร ส่วนผสมต่อไปนี้แสดงถึงว่ามีไขมันอยู่
- น้ำมันหรือไขมันสัตว์
- น้ำมันหรือไขมันพืช
- เนยขาว (shortening) หรือไขมัน (lard)
- เนื้อนม (milk solids)
- น้ำมันปาล์ม หรือน้ำมันมะพร้าว
ระมัดระวังอาหารที่ปรุงด้วยการปิ้ง อบ หรือใส่ครีม เนื่องจากอาหารประเภทนี้อาจมีไขมันสูงก็ได้
การทำอาหาร
- ปรุงอาหารโดยไม่เพิ่มไขมันเข้าไปอีก
- หลีกเลี่ยงการผัดหรือทอด
- ใช้วิธีการทำอาหารประเภทอื่นแทน เช่น นึ่ง ย่างบนตะแกรงหรือกระทะ ทอดโดยไม่ใช้น้ำมัน
บาบีคิว หรือไมโครเวฟ
- รับประทานอาหารประเภท ผัก ขนมปัง ซีเรียล ธัญพืช และผลไม้ เป็นหลัก และเพิ่มอาหารประเภทโปรตีนเข้าไปด้วย
โปรตีนจะพบมากในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เนื้อปลา เนื้อเป็ด/ไก่ นม ชีส เต้าหู้ ถั่ว
ไข่ขาว เป็นต้น
- ทดแทนอาหารไขมันสูงด้วยอาหารไขมันต่ำ อาหารไขมันสูง เช่น ครีม ซาวครีม ชีส เนย และมายองเนส
ลองแทนด้วย นมไขมันต่ำ โยเกิร์ตไขมันต่ำ และชีสไขมันต่ำ
การรับประทานอาหารนอกบ้าน
เลือกอาหารที่มีไขมันน้อยกว่า ควรนึกถึงส่วนผสมและวิธีการประกอบอาหารด้วย
|
แนะนำให้เลือก |
หลีกเลี่ยง |
- อาหารที่มีเนื้อสัตว์ เนื้อไก่ หรือสัตว์ทะเลต่างๆ เป็นส่วนประกอบหลัก
- ผัก ข้าว พาสต้า หรือขนมปัง
- อาหารที่ปรุงด้วยการย่าง อบ ตุ๋น ผัด หรือนึ่ง
|
- ครีมซอส หรือน้ำสลัดครีม (สั่งให้เสิร์ฟแยกมาต่างหาก)
- อาหารทอด
- การเลือกรายการอาหารที่มีไขมันแฝงเร้น ได้แก่ การผัดหรือทอดด้วยน้ำมันน้อยๆ การชุบขนมปังป่น
ครีม ซอสครีมชีส ซอสเนย ขนมอบ หรือการย่างกับชีส
|
ข้อมูลนี้อ้างอิงจาก
โครงการส่งเสริมสุขภาพหัวใจ
"An educational Resource Manual for Rural and Remote Health Workers"
สำนักงานสุขภาพแห่งรัฐควีนส์แลนด์ (Queensland Health Department)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีควีนส์แลนด์และมูลนิธิหัวใจแห่งชาติของประเทศออสเตรเลีย (Queensland
University of Technology and the National Heart Foundation of Australia)