หนังตาตกแต่กำเนิด

โรคหนังตาตกแต่กำเนิด ส่วนมากเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตาที่ใช้ในการลืมตาตั้งแต่กำเนิด อาจเกี่ยวข้องกับโรคพันธุกรรมในกรณีที่พบในครอบครัวเดียวกัน และอาจเกิดขึ้นเดี่ยวๆ หรือร่วมกับลักษณะอื่นเป็นกลุ่มอาการโรค เช่น Blepharophimosis Syndrome บางคนอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อตา เช่น เส้นประสาทสมองคู่ที่3 โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงไมแสทีเนีย เกรวิส หรือจากการมีก้อนเนื้อผิดปกติบริเวณเบ้าตาหรือเปลือกตา และทำให้หนังตาตกตามมา เช่น มะเร็งต่อมหมวกไตในเด็ก มะเร็งดวงตา

 

อาการของโรค

  • เด็กจะมีหนังตาตก 1 ข้าง หรือ 2 ข้าง ตั้งแต่กำเนิด มักเป็นตลอดเวลาและคงที่
  • อาจมีภาวะคอเอียง แหงนคอ เลิกคิ้วขึ้นเพื่อใช้ตาข้างนั้น
  • อาจมีการมองเห็นที่ลดลงในข้างนั้นจากการบดบังตา มีสายตาเอียงหรือสายตาขี้เกียจ
  • อาจมีความผิดปกติอื่นที่พบร่วมกับหนังตาตกและบ่งชี้ถึงสาเหตุเฉพาะของหนังตา เช่น ตาเขในเส้นประสาทสมองคู่ที่3 รูม่านตาผิดปกติ สีม่านตาผิดปกติ มีร่องรอยจากอุบัติเหตุบริเวณตาอื่นๆ

 

การตรวจวินิจฉัยโรค

โดยการตรวจตาแบบละเอียดเพื่อวัดระดับความรุนแรงของหนังตาตก การทำงานของกล้ามเนื้อตาที่เปลือกตา ระดับการมองเห็น ค่าสายตา รวมถึงการตรวจตาพื้นฐานอื่นๆ เช่น ภาวะตาเข จอประสาทตา ซึ่งอาจพบร่วมกับภาวะหนังตาตกได้และอาจต้องตรวจโรคทางกายอื่นๆ ถ้าสงสัยหนังตาตกที่เกี่ยวกับกลุ่มอาการโรคต่างๆ

 

การรักษาโรค

  • ในกรณีที่เป็นน้อย มักจะทำการการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งได้แก่ เรื่องคอเอียง การมองเห็นที่ผิดปกติ บางครั้งอาจต้องใส่แว่นหรือปิดตากระตุ้นสายตาขี้เกียจ
  • การผ่าตัดหนังตาตก มักทำเร็วเมื่อมีหนังตาตกรุนแรง หรือมีปัญหาแทรกซ้อนที่อาจส่งผลถาวรได้ ได้แก่ คอเอียงหรือแหงนคอมอง สายตาผิดปกติและมีความเสี่ยงสายตาขี้เกียจ ถ้าไม่มีภาวะเหล่านี้ มักรออย่างน้อยอายุ 3-4 ปี เพื่อรอให้การตรวจแม่นยำ และเด็กมีความร่วมมือมากขึ้น รวมทั้งการผ่าตัดบางเทคนิคจะทำได้เมื่อเด็กมีอายุมากขึ้น การผ่าตัดมีหลายชนิดขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค
 
IMG
IMG
IMG
IMG

 

Rating score: 10.00 of 10, based on 1 vote(s)