การวิเคราะห์แบบยูโรไดนามิก (Urodynamic Analysis)


การควบคุมการขับปัสสาวะผิดปกติเป็นภาวะที่พบบ่อยในผู้สูงอายุทั้งชายและหญิง โดยมีอาการคือ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะเล็ดราดขณะไอ จาม หรือหัวเราะ ปัสสาวะเล็ดราดแม้ไม่มีการปวด ปัสสาวะบ่อย และรู้สึกเหมือนปัสสาวะไม่หมด ซึ่งเป็นอาการที่ส่งผลทั้งต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย


แพทย์สามารถรักษาระบบควบคุมการขับปัสสาวะเสื่อมเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ โดยหนึ่งในวิธีการตรวจวินิจฉัยเพื่อให้ทราบสาเหตุที่ชัดเจนของโรคได้แก่ การวิเคราะห์แบบยูโรไดนามิก (urodynamic analysis)

 

การวิเคราะห์แบบยูโรไดนามิกคืออะไร

การวิเคราะห์แบบยูโรไดนามิก หรือการตรวจยูโรพลศาสตร์ เป็นการตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะและกล้ามเนื้อหูรูดว่ามีการบีบตัวอย่างเหมาะสมหรือไม่ โดยการวัดแรงดันในกระเพาะปัสสาวะขณะที่มีน้ำไหลเข้าและขับออกจากกระเพาะปัสสาวะ ความสามารถในการกักเก็บปัสสาวะของกระเพาะปัสสาวะ การกลั้นปัสสาวะ รวมถึงตรวจว่ามีภาวะปัสสาวะเล็ดขณะเบ่งหรือไม่


การวิเคราะห์แบบยูโรไดนามิกจึงเป็นการตรวจการทำงานโดยรวมตั้งแต่กระเพาะปัสสาวะจนถึงท่อปัสสาวะ เพื่อหากลไกและสาเหตุความผิดปกติของระบบควบคุมการขับปัสสาวะนั่นเอง

 

ขั้นตอนการตรวจวิเคราะห์แบบยูโรไดนามิก

การตรวจวิเคราะห์แบบยูโรไดนามิก สามารถทำได้หลายวิธี เช่น

1. Cystometry (CMG) เป็นการตรวจโดยดูความสัมพันธ์ของแรงดันในกระเพาะปัสสาวะกับปริมาตรของน้ำที่เติมเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะซึ่งจะทำผ่านสายสวน นอกจากนี้ยังดูการทำงานของกล้ามเนื้อหูรูดได้อีกด้วย


2. การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (Electromyography หรือ EMG) เป็นการตรวจกล้ามเนื้อและเส้นประสาทบริเวณอุ้งเชิงกรานในกรณีที่แพทย์สงสัยว่าปัญหาอาจเกิดจากความเสียหายของกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท โดยจะติดเซนเซอร์ขนาดเล็กไว้ใกล้กับทวารหนักเพื่อตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อและกล้ามเนื้อหูรูดขณะใส่น้ำเข้าและถ่ายออกจากกระเพาะปัสสาวะ


3. การวัดแรงดันในท่อปัสสาวะ (urethral pressure profile) เพื่อดูการทำงานของท่อปัสสาวะโดยใช้สายสวนพร้อมเซ็นเซอร์บันทึกแรงดันภายในท่อปัสสาวะ


4. Uroflowmetry เป็นการวัดปริมาณ เวลาที่ใช้ และอัตราความแรงของปัสสาวะที่ถ่ายออกมาเพื่อตรวจสอบการทำงานของกระเพาะปัสสาวะขณะกำลังปัสสาวะ โดยผู้ป่วยจะต้องปัสสาวะผ่านเครื่องมือที่ติดไว้ในโถปัสสาวะซึ่งมาพร้อมกับเครื่องบันทึกข้อมูลและประมวลผลเพื่อส่งให้แพทย์วินิจฉัยต่อไป


5. Pressure Flow Study หรือ Voiding Pressure Study เป็นการดูความสัมพันธ์ของแรงดันในกระเพาะปัสสาวะขณะกำลังปัสสาวะและอัตราการไหลของน้ำปัสสาวะ เพื่อดูว่ามีปัญหาท่อปัสสาวะอุดตันหรือกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะอ่อนแรงหรือไม่ วิธีการคือสอดสายสวนขนาดเล็กเข้าไปในท่อปัสสาวะแล้วให้ผู้ป่วยปัสสาวะผ่านสายสวน


ทั้งนี้ แพทย์จะพิจารณาเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับผู้ป่วยกับอาการของผู้ป่วย ซึ่งบางครั้งอาจต้องใช้มากกว่าหนึ่งวิธี

 

การวิเคราะห์แบบยูโรไดนามิกเหมาะกับใครบ้าง

แพทย์จะพิจารณาตรวจวิเคราะห์แบบยูโรไดนามิกให้กับผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้

  • กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรง
  • มีความผิดปกติในระบบควบคุมการขับปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่หมด ไม่มีแรงเบ่ง
  • ติดเชื้อในระบบเดินปัสสาวะบ่อยๆ
  • ไม่สามารถระบุผลการวินิจฉัยที่แน่ชัดได้หลังจากการตรวจด้วยวิธีอื่นๆ แล้ว
  • ต้องเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

 

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจ

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจ ยกเว้นการตรวจบางวิธีที่ผู้ป่วยต้องดื่มน้ำให้มากก่อนตรวจเพื่อให้มีน้ำปัสสาวะเพียงพอ หรืออาจต้องหยุดยาหรือเครื่องดื่มบางชนิดก่อนตรวจ โดยการตรวจใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง

 

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

การตรวจวิเคราะห์แบบยูโรไดนามิกเป็นโปรแกรมการรักษาที่มีความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนน้อยแต่อาจเกิดได้บ้าง เช่น มีการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งแพทย์อาจสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะก่อนและหลังการตรวจเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นได้


ดังนั้น หากหลังการตรวจ ผู้ป่วยรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น ปัสสาวะมีกลิ่น ขุ่น หรือมีเลือดปน ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะมีปริมาณน้อย มีอาการปวดบริเวณข้างลำตัวและหลัง หรือมีไข้ ควรกลับมาพบแพทย์ทันที

 

การปฏิบัติตนภายหลังการตรวจวิเคราะห์แบบยูโรไดนามิก

ภายหลังการตรวจวิเคราะห์แบบยูโรไดนามิก ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติแต่อาจรู้สึกไม่สบายตัวขณะปัสสาวะ ควรดื่มน้ำให้มากเพื่อลดการระคายเคืองในท่อปัสสาวะ
 

สถานที่ตั้ง

อาคารบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล คลินิก ชั้น 16
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 33 สุขุมวิท ซอย 3 เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110 ประเทศไทย

ติดต่อสอบถามและทำการนัดหมายแพทย์

โทรศัพท์ 0-2667-1555
 
Rating score: 8.00 of 10, based on 1 vote(s)