โรคต่อมลูกหมากอักเสบ

โรคต่อมลูกหมากอักเสบ (prostatitis) เป็นการอักเสบหรือติดเชื้อของต่อมลูกหมากซึ่งเป็นอวัยวะที่อยู่บริเวณใต้กระเพาะปัสสาวะทำหน้าที่สร้างสารที่เป็นของเหลวประมาณ 30% ของน้ำอสุจิ โรคนี้พบได้ในผู้ชายทุกกลุ่มอายุแต่จะพบบ่อยในผู้ชายอายุประมาณ 50 ปีหรือน้อยกว่า
 

ชนิดและสาเหตุของโรคต่อมลูกหมากอักเสบ

โรคต่อมลูกหมากอักเสบแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดคือ
  1. ต่อมลูกหมากอักเสบเฉียบพลัน (acute bacterial prostatitis) มีสาเหตุส่วนใหญ่จากการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินปัสสาวะโดยผ่านจากท่อปัสสาวะเข้าสู่ต่อมลูกหมาก นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ และการติดเชื้อจากการตรวจวินิจฉัยโรคอื่นที่เกี่ยวข้องกับต่อมลูกหมาก เช่น การตรวจอัลตราซาวนด์ต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก หรือการตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากออกไปตรวจ
  2. ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง (chronic bacterial prostatitis) เป็นการอักเสบที่มีอาการนานเกินกว่า 3 เดือน โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเช่นเดียวกันแต่เป็นการติดเชื้อแบบไม่รุนแรง บางครั้งผู้ป่วยอาจเป็นโรคต่อมลูกหมากอักเสบเฉียบพลันมาก่อนแต่รับประทานยาไม่ครบถ้วนตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด จึงมีอาการเรื้อรังเป็นๆ หายๆ  
ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่นนอกเหนือจากการติดเชื้อแบคทีเรียได้ ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนกับโรคต่อมลูกหมากอักเสบแต่ตรวจแล้วไม่พบเชื้อ จึงจัดอยู่ในกลุ่ม  non-bacterial prostatitis โดยการรักษาจะเป็นไปตามอาการของโรค
 

ปัจจัยเสี่ยงของโรคต่อมลูกหมากอักเสบ

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่อมลูกหมากอับเสบ ได้แก่
  • เป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น ท่อปัสสาวะอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือมีอาการของโรคดังกล่าวอยู่บ่อยๆ 
  • อยู่ระหว่างการใส่คาสายสวนปัสสาวะ
  • มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • ได้รับการตรวจวินิจฉัยโรคที่ต้องมีการตัดชิ้นเนื้อหรือใช้เข็มดูดเซลล์ต่อมลูกหมากออกมาตรวจ เช่น โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • เคยเป็นต่อมลูกหมากโต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือมีภาวะท่อปัสสาวะตีบ


อาการของโรคต่อมลูกหมากอักเสบ

อาการที่เด่นชัดของโรคต่อมลูกหมากอักเสบเฉียบพลัน คือ มีไข้สูง หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ในรายที่รุนแรงอาจมีติดเชื้อในกระแสโลหิตได้ 

ส่วนอาการอื่นๆ เป็นอาการร่วมที่เกิดทั้งกับผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง ซึ่งได้แก่อาการที่เกี่ยวข้องกับการปัสสาวะ เนื่องจากการอักเสบทำให้ต่อมลูกหมากบวมขึ้นจนไปกดทับท่อปัสสาวะให้แคบลง ผู้ป่วยจึงมีอาการใกล้เคียงกับโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เช่น ปัสสาวะบ่อย รู้สึกแสบขัดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะไม่พุ่งหรือต้องใช้เวลาในการเบ่ง ปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือดปน 

นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดขณะหลั่งน้ำอสุจิ ปวดในอุ้งเชิงกรานแต่ไม่สามารถบอกตำแหน่งที่ปวดได้ชัดเจน 


การวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากอักเสบ

หากมีอาการที่เข้าข่ายของโรคต่อมลูกหมากอักแสบ แพทย์จะทำการตรวจร่างกายและตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการวินิจฉัยดังต่อไปนี้ คือ
  • การตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (digital rectal examination หรือ DRE) โดยแพทย์จะใช้นิ้วสอดเข้าทางทวารหนักและกดลงบนต่อมลูกหมาก หากมีอาการเจ็บแสดงว่ามีการอักเสบเกิดขึ้น 
  • ตรวจเพาะเชื้อจากปัสสาวะ หากตรวจไม่พบเชื้อ แพทย์อาจต้องนวดต่อมลูกหมากเพื่อให้สารคัดหลั่งในต่อมลูกหมากออกมาอยู่ในท่อปัสสาวะ แล้วให้ผู้ป่วยปัสสาวะเพื่อส่งตรวจเพาะเชื้ออีกครั้ง
  • ตรวจเพาะเชื้อจากน้ำอสุจิ


การรักษาโรคต่อมลูกหมากอักเสบ

แนวทางหลักในการรักษาโรคต่อมลูกหมากอักเสบทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง คือการใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้ยากลุ่มใดขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อที่ตรวจพบและอาการของผู้ป่วย โดยผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานยาให้ครบตามกำหนดกล่าวคือ 2-4 สัปดาห์สำหรับโรคต่อมลูกหมากอักเสบชนิดเฉียบพลัน  และประมาณ 12 สัปดาห์สำหรับโรคต่อมลูกหมากอักเสบชนิดเรื้อรัง มิเช่นนั้นจะกลับมามีอาการซ้ำได้อีก


การป้องกันการเกิดโรคต่อมลูกหมากอักเสบ

  • ป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะด้วยการไม่กลั้นปัสสาวะนานๆ และดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว หากมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการปัสสาวะควรรีบมาพบแพทย์ทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนมีการอาการรุนแรง
  • ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • รักษาควบคุมโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยง

 
IMG
IMG
IMG
IMG

 

Rating score: NaN of 10, based on 0 vote(s)