การผ่าตัดไทรอยด์ด้วยเครื่องจี้ตัดคลื่นเสียงความถี่สูง

Harmonic-Focus.jpg

ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อที่มีบทบาทสำคัญกับเซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะของร่างกาย ต่อมไทรอยด์มีรูปร่างคล้ายผีเสื้ออยู่บริเวณส่วนฐานของลำคอด้านหน้าหรือใต้ลูกกระเดือก ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการเผาผลาญสารอาหารต่างๆ ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ทำให้สมอง หัวใจ กล้ามเนื้อ และอวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ที่พบบ่อยมักเกี่ยวข้องกับผลิตฮอร์โมน คือผลิตน้อยเกินไปหรือที่เรียกว่าภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน (hypothyroidism) และผลิตมากเกินไปที่เรียกว่าภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินหรือไทรอยด์เป็นพิษ (hyperthyroidism)

นอกจากนี้ยังมีความผิดปกติที่เกิดจากเนื้องอก เช่น คอพอก มีก้อนที่ต่อมไทรอยด์ทำให้ต่อมไทรอยด์โต และมะเร็งของต่อมไทรอยด์

การรักษาโรคของต่อมไทรอยด์นั้นขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค โดยอาจเป็นการรักษาด้วยการให้ยาหรือฮอร์โมนสังเคราะห์ การรับประทานน้ำแร่รังสีไอโอดีน การใช้รังสีรักษา และการผ่าตัดเอาส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของต่อมไทรอยด์ออก
 

วิธีและขอบเขตของการผ่าตัดต่อมไทรอยด์

ปัจจุบันการผ่าตัดต่อมไทรอยด์สามารถทำได้ 2 วิธี คือ
  1. การผ่าตัดแบบเปิด (conventional open thyroidectomy) เป็นวิธีการผ่าตัดแบบดั้งเดิมคือเปิดแผลบริเวณต่อมไทรอยด์ ผู้ป่วยจะมีแผลผ่าตัดแนวขวางที่ลำคอด้านหน้ายาวประมาณ 4-5 เซนติเมตร
  2. การผ่าตัดผ่านกล้อง (endoscopic thyroidectomy) เป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก โดยแพทย์อาจเลือกเปิดแผลจากบริเวณรักแร้ หน้าอก ลานหัวนม หรือในช่องปาก ผู้ป่วยจึงไม่มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ลำคอ  
ทั้งนี้ การจะเลือกใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนไทรอยด์และสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย เช่น ผู้ป่วยที่จะเข้ารับการผ่าตัดผ่านกล้องจะต้องมีขนาดของก้อนไม่เกิน 3-6 เซนติเมตรขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัด ไม่เคยเข้ารับการผ่าตัดหรือฉายแสงบริเวณคอมาก่อน หรือเป็นผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์ในระยะที่ยังไม่ลุกลามออกนอกต่อมไทรอยด์ เป็นต้น
การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ทั้งสองวิธีสามารถแบ่งตามขอบเขตของการผ่าตัดได้ดังนี้ คือ
  • การตัดต่อมไทรอยด์ออกทั้งหมด (total thyroidectomy)
  • การตัดต่อมไทรอยด์ออกครึ่งหนึ่งในข้างที่มีพยาธิสภาพ (lobectomy or hemithyroidectomy)
  • การตัดต่อมไทรอยด์ออกเกือบทั้งหมด โดยเหลือเนื้อเยื่อของต่อมไทรอยด์เพียงเล็กน้อยทางด้านตรงข้ามกับด้านที่มีพยาธิสภาพ (near-total thyroidectomy)
  • การตัดส่วนกลางของต่อมไทรอยด์ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมต่อมไทรอยด์ทั้งสองข้าง (isthmusectomy)
การผ่าตัดต่อมไทรอยด์จำเป็นต้องทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูง เนื่องจากต้องใช้ความแม่นยำในการเลาะเนื้อเยื่อเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อหลอดเลือด เส้นประสาทและอวัยวะข้างเคียง ต้องใช้เวลาน้อยที่สุดในการผ่าตัดเพื่อลดการเสียเลือด และลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดตามมา
 

การผ่าตัดไทรอยด์ด้วยเครื่องจี้ตัดคลื่นเสียงความถี่สูงคืออะไร

นอกจากความชำนาญของแพทย์แล้ว การผ่าตัดต่อมไทรอยด์อย่างมีประสิทธิภาพและได้ประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วย จำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่ทันสมัยและมีความจำเพาะเจาะจง ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือนั้นได้แก่ เครื่องจี้ตัดด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (harmonic scalpel) ที่มีคุณสมบัติในการห้ามเลือดและผ่าตัดก้อนเนื้อโดยใช้หลักการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนด้วยความถี่ 55,500 รอบต่อวินาทีที่บริเวณปลายเครื่องมือคือใบมีดหรือหัวจี้ จึงทำให้สามารถห้ามเลือด เชื่อมปิดหลอดเลือด และตัดเนื้อเยื่อบริเวณที่เครื่องมือจับหรือกดสัมผัสได้

          เครื่องจี้ตัดด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงทำงานโดยไม่มีกระแสไฟฟ้าผ่านไปยังตัวผู้ป่วย และไม่ทำให้เนื้อเยื่อข้างเคียงถูกทำลาย การผ่าตัดจึงมีความปลอดภัยอย่างยิ่ง และถูกนำมาใช้ทั้งกับการผ่าตัดแบบเปิดและการผ่าตัดผ่านกล้อง แต่จำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้ในการผ่าตัดผ่านกล้องโดยถือเป็นหนึ่งในชุดเครื่องมือผ่าตัด           

Harmonic-Focus2.jpg

ขั้นตอนการผ่าตัดไทรอยด์ด้วยเครื่องจี้ตัดคลื่นเสียงความถี่สูง

ผู้ป่วยจะต้องเข้าพักในโรงพยาบาล 1 วันก่อนผ่าตัดเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม ในการผ่าตัดแพทย์จะใช้วิธีระงับความรู้สึกโดยการดมยาสลบ

ในกรณีผ่าตัดแบบเปิดแพทย์จะลงแผลตามแนวนอนโค้งไปตามรอยย่นของผิวหนังบริเวณคอ ขณะที่การผ่าตัดผ่านกล้อง แพทย์จะเปิดแผลบริเวณผิวหนังซึ่งอาจเป็นบริเวณรักแร้ ลานหัวนม หรือด้านล่างของช่องปากจำนวน 3 รู สำหรับใส่กล้องและเครื่องมือซึ่งรวมถึงเครื่องจี้ตัดด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปทำการผ่าตัด โดยจะค่อยๆ เลาะกล้ามเนื้อด้านในใต้ผิวหนังเข้าไปผ่าตัดบริเวณลำคอ
 

การผ่าตัดไทรอยด์ด้วยเครื่องจี้ตัดคลื่นเสียงความถี่สูงเหมาะกับใครบ้าง

แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ดังต่อไปนี้ คือ
  • มีก้อนที่ต่อมไทรอยด์ซึ่งอาจพัฒนาไปเป็นมะเร็งของต่อมไทรอยด์ได้
  • ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งของต่อมไทรอยด์
  • มีก้อนหรือเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงของต่อมไทรอยด์ไปกดเบียดทางเดินหายใจทำให้หายใจลำบาก หรือกดเบียดหลอดอาหารทำให้กลืนลำบาก
  • ผู้ป่วยมีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินหรือไทรอยด์เป็นพิษ (hyperthyroidism) แม้ได้รับยาลดการทำงานของต่อมไทรอยด์แล้วแต่ก้อนไม่ยุบลง
  • มีก้อนโตเห็นได้ชัดเจนที่ลำคอจนส่งผลต่อบุคลิกภาพและความสวยงาม ทำให้ผู้ป่วยขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน
  • ข้อบ่งชี้อื่นๆ เช่น มีก้อนซีสต์หรือถุงน้ำเกิดซ้ำๆ บริเวณต่อมไทรอยด์ หรือมีก้อนเนื้อที่ไม่สามารถระบุชนิดได้
 

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดไทรอยด์ด้วยเครื่องจี้ตัดคลื่นเสียงความถี่สูง

ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินสภาพก่อนผ่าตัด โดยประมวลข้อมูลจากการซักประวัติ การตรวจร่างกายทางหู คอ จมูก ตรวจการทำงานของเส้นเสียง และการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจอัลตราซาวนด์ต่อมไทรอยด์ร่วมกับการเจาะดูดชิ้นเนื้อด้วยเข็มขนาดเล็ก (Fine Needle Aspiration หรือ FNA) เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยมีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง
           
สำหรับการเตรียมผู้ป่วยก่อนผ่าตัด จะประกอบไปด้วยการให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการให้ยาระงับความรู้สึก การดูแลหลังผ่าตัด และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น จากนั้นจึงเป็นการเตรียมสภาพร่างกายผู้ป่วย การให้ผู้ป่วยงดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด และการให้ยาต้านจุลชีพเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
 

ข้อดีของการผ่าตัดไทรอยด์ด้วยเครื่องจี้ตัดคลื่นเสียงความถี่สูง

เครื่องจี้ตัดด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงช่วยให้ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดได้สะดวกรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยย่นระยะเวลาการผ่าตัดที่ต้องผูกและตัดหลอดเลือด โดยสามารถเชื่อมปิดหลอดเลือดและตัดได้ในคราวเดียว รวมถึงสามารถตัด จับ และเลาะแยกเนื้อเยื่อชนิดต่างๆ ได้ในเครื่องเดียว ทั้งยังมีคุณสมบัติที่ช่วยลดการกระจายความร้อน จึงไม่ทำลายเนื้อเยื่อหรืออวัยวะข้างเคียง
         
การผ่าตัดด้วยเครื่องจี้ตัดคลื่นเสียงความถี่สูงจึงช่วยให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อยลง ลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ และลดระยะเวลาพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล (admission date)
 

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

การผ่าตัดไทรอยด์โดยทั่วไปมีความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน เช่น
  • การภาวะเลือดคั่งใต้ผิวหนังหลังผ่าตัดซึ่งอาจทำให้เกิดการอุดกั้นในระบบทางเดินหายใจ
  • การเป็นอัมพาตของสายเสียงจากการทำอันตรายต่อเส้นประสาท ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเสียงแหบ
  • การชักเกร็งจากภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำจากการทำอันตรายต่อต่อมพาราไทรอยด์ซึ่งอยู่ใกล้เคียง
นอกจากนี้อาจมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น การติดเชื้อของแผลผ่าตัด การสูญเสียสมรรถภาพการทำงานของกล้ามเนื้อคอซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก
 

การปฏิบัติตนภายหลังการผ่าตัด

ภายหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยที่ผ่าตัดแบบเปิดจะมีแผลบริเวณลำคอด้านหน้า ขณะที่ผู้ป่วยที่ผ่าตัดผ่านกล้องจะมีแผลขนาดเล็กบริเวณรักแร้ ลานหัวนม หรือภายในช่องปากด้านล่างขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัด
ผู้ป่วยจำเป็นต้องพักฟื้นในโรงพยาบาลประมาณ 1-2 วัน หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่นใดก็สามารถกลับบ้านได้ โดยอาจยังมีอาการปวดแผลนานประมาณ 1-2 วัน บางรายอาจมีอาการตึงหรือชาบริเวณที่ผ่าตัดซึ่งมักจะดีขึ้นภายใน 6 เดือน ผู้ป่วยจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติภายหลังการผ่าตัดประมาณ 2 สัปดาห์
 


สถานที่ตั้ง

ศูนย์หู คอ จมูก
อาคารโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ชั้น 3 ด้านใต้
ขึ้นบันไดเลื่อนจากห้องโถงรับรองไปยังชั้น 3 เลี้ยวขวา เดินตรงไปคลินิกที่ 2 ด้านขวา
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 33 สุขุมวิท ซอย 3 เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110 ประเทศไทย

ติดต่อสอบถามและทำการนัดหมายแพทย์

โทรศัพท์: 02 011 2222
โทรสาร: 02 011 5100
 

Rating score: NaN of 10, based on 0 vote(s)

 
โปรแกรมการรักษาอื่นๆ