bih.button.backtotop.text

การปลูกถ่ายเชื้อจุลินทรีย์ในอุจจาระ

การปลูกถ่ายเชื้อจุลินทรีย์ในอุจจาระ (Fecal Microbiota Transplantation: FMT) หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อการปลูกถ่ายอุจจาระ เป็นกระบวนการของการเก็บอุจจาระจากผู้บริจาคที่ผ่านการทดสอบและนำไปใส่ในผู้ป่วย (ผู้รับ) เพื่อทดแทนจุลินทรีย์ดีที่ถูกยับยั้งหรือถูกทำลาย วิธีการนี้ช่วยฟื้นฟูกลุ่มจุลชีพที่อาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหารซึ่งช่วยส่งเสริมระบบและกระบวนการต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับการติดเชื้อ แบคทีเรียที่ดีเหล่านี้อาจถูกฆ่าหรือยับยั้งได้จากการใช้ยาปฏิชีวนะ ทำให้แบคทีเรียที่ไม่ดีเจริญเติบโตจนมีจำนวนมากเกินไปในลำไส้ใหญ่

จุดประสงค์/ประโยชน์ของการทำหัตถการ
ในปัจจุบันการปลูกถ่ายเชื้อจุลินทรีย์ในอุจจาระใช้สำหรับรักษาโรคลำไส้อักเสบจากเชื้อซี ดิฟฟิไซล์ (C. difficile) ที่กลับเป็นซ้ำ ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อที่มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียคลอสตริเดียม ดิฟฟิไซล์ (Clostridium difficile) และภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
เชื้อซี ดิฟฟิไซล์สามารถก่อให้เกิดอาการท้องเสียที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและอาจรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิต แม้ว่าการติดเชื้อครั้งแรกอาจรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่ในผู้ป่วยร้อยละ 30 จะมีการติดเชื้อซ้ำ ซึ่งในกรณีของการติดเชื้อซ้ำอาจจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาอีกครั้งหรืออาจใช้การปลูกถ่ายเชื้อจุลินทรีย์ในอุจจาระซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ทั้งนี้การศึกษาล่าสุดในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์แสดงให้เห็นว่าการปลูกถ่ายเชื้อจุลินทรีย์ในอุจจาระมีประสิทธิภาพมากกว่าการรักษาด้วยยาในการป้องกันการกลับเป็นซ้ำในอนาคตในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อซี ดิฟฟิไซล์ซ้ำมาก่อนแล้ว
 
ข้อมูลสำหรับผู้บริจาคเชื้อจุลินทรีย์ในอุจจาระ
ผู้ที่ไม่สามารถบริจาคเชื้อจุลินทรีย์ในอุจจาระได้ ได้แก่ ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีและไวรัสตับอักเสบ ผู้ที่มีโรคของกระเพาะอาหารและลำไส้หรือโรคภูมิต้านตนเอง หรือมีประวัติของโรคมะเร็ง สำหรับผู้บริจาคที่ผ่านตามเกณฑ์ข้อกำหนดจะได้รับการตรวจเลือดสำหรับโรคติดเชื้อต่างๆ รวมถึงเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบเอ บี และซี และซิฟิลิส ผู้บริจาคจะต้องส่งตัวอย่างอุจจาระเพื่อตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย (เช่น ซาลโมเนลลา และแคมไพโลแบคเตอร์) ปรสิต และคลอสตริเดียม ดิฟฟิไซล์
 
ผู้ป่วยจะได้รับยาปฏิชีวนะสำหรับรับประทานอย่างน้อย 4 วันก่อนเข้ารับการรักษาและควรหยุดยานี้ในคืนก่อนรับการรักษา นอกจากนี้ผู้ป่วยจะได้รับยาระบายเพื่อรับประทานก่อนการรักษา ทั้งนี้ทีมบุคลากรทางการแพทย์จะให้ข้อมูลคำแนะนำเพิ่มเติม
โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทุกชนิดที่ผู้ป่วยใช้ รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสมุนไพร โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยสามารถรับประทานยาได้ตามปกติ เว้นแต่แพทย์อาจแนะนำให้หยุดยาบางชนิดก่อนเริ่มการรักษา
 
การปลูกถ่ายเชื้อจุลินทรีย์ในอุจจาระเป็นการรักษาแบบผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยอาจได้รับยานอนหลับในขณะทำการส่องกล้องลำไส้ใหญ่เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย ผู้ป่วยจะเปลี่ยนไปใส่ชุดคลุมของโรงพยาบาลและได้รับการใส่สายทางหลอดเลือดดำเพื่อให้ยา กล้องส่องทางเดินอาหารจะถูกใส่เข้าไปในลำไส้ใหญ่ส่วนล่างผ่านทางทวารหนัก จากนั้นของเหลวสำหรับปลูกถ่ายจะถูกใส่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางท่อที่สอดไว้ ผู้ป่วยอาจรู้สึกท้องอืดและรู้สึกอยากถ่ายอุจจาระหรือผายลม กระบวนการรักษานี้ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที
 
หากผู้ป่วยได้รับยานอนหลับ จำเป็นต้องมีญาติหรือเพื่อนพากลับบ้านภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการรักษา ผู้ป่วยไม่ควรขับรถเอง ผู้ป่วยสามารถรับประทานและดื่มเครื่องดื่มได้ตามปกติและควรจะสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติภายใน 24 ชั่วโมงหลังการรักษา เจ้าหน้าที่จะทำการนัดหมายเพื่อติดตามผลและประเมินผลของการรักษา ผู้ป่วยอาจต้องนำตัวอย่างอุจจาระมาในวันนัดหมาย

ภายหลังการรักษาผู้ป่วยอาจมีการถ่ายเหลวและรู้สึกท้องอืดเล็กน้อยซึ่งเป็นสิ่งปกติ หากกระบวนการนี้ได้ผล ลำไส้มักใช้เวลา 2-3 วันจึงจะมีอาการดีขึ้น ความถี่ของอุจจาระจะค่อยๆ ลดลงและอุจจาระจะเป็นก้อนมากขึ้น (เหลวน้อยลง) หลังจากหนึ่งสัปดาห์อุจจาระควรเกือบเป็นปกติ ในระหว่างช่วงเวลานี้ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดเกร็งท้องและ/หรือรู้สึกคลื่นไส้อยู่บ้าง

โปรดปรึกษาแพทย์หรือศูนย์โรคระบบทางเดินอาหาร หากมีอาการปวดท้องรุนแรง มีไข้ หรือถ่ายเป็นเลือดจำนวนมากภายหลังการรักษา
 
ในปัจจุบันยังไม่มีรายงานกรณีของการติดเชื้อที่ถ่ายทอดผ่านทางการปลูกถ่ายเชื้อจุลินทรีย์ในอุจจาระ อย่างไรก็ตามอุจจาระเป็นของเหลวจากร่างกาย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการตรวจคัดกรองและการทดสอบผู้บริจาคอย่างละเอียด ผู้บริจาคต้องกรอกแบบสอบถามคัดกรองเช่นเดียวกับที่ใช้ในธนาคารเลือดและการปลูกถ่ายอวัยวะหรือเนื้อเยื่อ

ความเสี่ยงที่เป็นไปได้ของการปลูกถ่ายเชื้อจุลินทรีย์ในอุจจาระ ได้แก่ การติดเชื้อ การแพ้ หรือปฏิกิริยาทางระบบภูมิคุ้มกัน การถ่ายทอดโรค และความเสียหายต่อลำไส้ใหญ่ที่อาจเกิดจากการส่องกล้อง ซึ่งกรณีหลังนี้พบน้อยมาก เกิดขึ้นน้อยกว่า 1 ใน 1,000 ครั้ง แต่สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อ มีเลือดออก หรือการทะลุ (ฉีกขาด) ของเยื่อบุลำไส้ หากมีการฉีกขาดเกิดขึ้น ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหา
 
ไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับการเดินทาง
 
ความสำเร็จของการรักษาขึ้นกับหลายปัจจัย โปรดปรึกษาแพทย์ถึงโอกาสของความสำเร็จก่อนเข้ารับการรักษา
 
หากไม่ทำการรักษานี้จะเป็นอย่างไร
โปรดปรึกษาแพทย์ถึงความเสี่ยงเฉพาะหากไม่รับการรักษา
 
การปลูกถ่ายเชื้อจุลินทรีย์ในอุจจาระเป็นเพียงทางเลือกเดียวที่มีสำหรับผู้ป่วยซึ่งเคยได้รับการรักษาด้วยวิธีการต่างๆ หรือการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะในระยะเวลาที่นานขึ้นแล้วแต่ยังไม่ได้ผล

Related conditions

Doctors Related

Related Centers

ศูนย์ทางเดินอาหาร-ตับ

ดูเพิ่มเติม

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

คะแนนโหวต NaN of 10, จากจำนวนคนโหวต 0 คน

Related Health Blogs