การรักษาด้วยวิธีการผลัดเปลี่ยนผิวด้วยเลเซอร์

แฟรคชันนัลเลเซอร์ (fractional laser) เป็นนวัตกรรมในการรักษาผิวด้วยเลเซอร์ที่ช่วยให้ดูอ่อนวัยลง การรักษาด้วยวิธีนี้ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่าแฟรคชันนัล โฟโตเธอร์โมไลซิส (fractional photothermolysis) ซึ่งรักษาผิวทีละส่วนโดยไม่มีการรบกวนเนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆ เนื่องจากเลเซอร์สามารถแทรกลงไปยังเนื้อเยื่อผิวหนังชั้นแท้ (dermis) โดยแพทย์สามารถเลือกได้ว่าจะรักษาครอบคลุมพื้นที่มากน้อยเพียงใด ทำให้เหมาะสำหรับผิวทุกประเภทและทุกสีผิว การรักษาด้วยวิธีนี้ไม่เจ็บปวดและไม่มีภาวะแทรกซ้อนเหมือนการรักษาด้วยเลเซอร์แบบเดิม ลำแสงเลเซอร์แบบแฟรคชันนัลจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างผิวหนังที่อ่อนเยาว์ เนียนและแข็งแรงกว่าเดิมขึ้นทดแทนผิวเก่าที่เสีย
 

วิธีการนี้ช่วยผลัดเปลี่ยนผิวได้อย่างไร

ลำแสงที่มีอนุภาคเล็กมากจะเจาะลึกลงไปใต้ผิวหนังเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ เลเซอร์จะรักษาผิวทีละส่วนเท่านั้นจึงไม่ทำลายเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียง ทำให้หายเป็นปกติในเวลารวดเร็ว วิธีการนี้ช่วยผลัดเปลี่ยนผิวโดยกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังใหม่ที่แข็งแรงค่อยๆ สร้างมาทดแทน
 

วิธีการนี้เหมาะสำหรับรักษาอะไรบ้าง

 

วิธีนี้ให้ประโยชน์อย่างไรบ้าง

  • ทำให้ผิวเรียบ ดูสดชื่นและอ่อนเยาว์กว่าเดิม
  • ช่วยให้สีผิวกระจ่างขึ้นและผิวดีกว่าเดิม
  • ช่วยลดริ้วรอยด่างดำ
  • ช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา
  • ช่วยลดรอยแผลจากสิวและแผลเป็นจากการผ่าตัด
 

รักษาด้วยวิธีนี้แล้วเจ็บไหม

ผู้ที่รักษาด้วยวิธีนี้มักบอกว่ารู้สึกร้อนระหว่างรับการรักษา แพทย์จะทายาชาลงบนผิวก่อนทำการรักษาเพื่อให้ไม่รู้สึกแสบร้อนมากนักและจะใช้ลมเย็นเป่าบริเวณที่รักษาไปด้วย หลังรักษาด้วยเลเซอร์แล้วอาจรู้สึกแสบร้อนใบหน้าเล็กน้อยคล้ายเมื่อถูกแดดเผา ซึ่งจะดีขึ้นภายใน 1–3 ชั่วโมง
 

หลังรับการรักษาจะมีอาการอย่างไร

ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังรับการรักษาอาจรู้สึกแสบเหมือนเวลาผิวไหม้เพราะถูกแดดเผา ผิวจะเริ่มมีสีเข้มขึ้นออกเป็นสีน้ำตาลในช่วง 1–2 สัปดาห์หลังรับการรักษา และจะมีอาการดังกล่าวอีกครั้งเมื่อมารักษาด้วยเลเซอร์ซ้ำ
  • อาการบวม – ปกติผิวมักบวมอยู่ 2–3 วัน วันแรกหลังจากรักษาจะบวมมากที่สุดโดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา คืนแรกควรนอนยกศีรษะให้สูง ควรประคบเย็นบริเวณที่รักษา 5–10 นาทีทุกชั่วโมงระหว่าง 1–2 วันแรกหลังรักษา
  • ผิวแดง – คุณสามารถใช้เครื่องสำอางกลบเกลื่อนสีผิวที่แดงขึ้นได้ทันทีหลังรับการรักษา ผิวอาจแดงอยู่นานถึงหนึ่งสัปดาห์
  • ผิวแห้ง – การรักษาด้วยวิธีนี้มักทำให้ผิวแห้งและลอก ซึ่งอาการมักหายไปภายในหนึ่งสัปดาห์ ควรทาครีมหรือโลชั่นเพื่อช่วยให้ผิวไม่แห้งจนเกินไป
  • หากผิวถลอกเป็นแผลหลังรักษา ให้ทาครีมหรือโลชั่นเพื่อทำให้ผิวบริเวณนั้นชุ่มชื้น ไม่จำเป็นต้องติดพลาสเตอร์บริเวณแผล แต่ต้องหมั่นทาครีมให้ผิวชื้น อย่าแกะแผล แผลจะหายไปเองในเวลาไม่นาน
 
อย่างไรก็ตาม มีโอกาสที่ผิวจะอักเสบ สีเข้มขึ้นหรือเกิดรอยแผลเป็นบ้างแต่น้อยมาก ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์นี้จะรุนแรงหรือไม่และเกิดนานเท่าไรขึ้นอยู่กับว่าการรักษาใช้คลื่นแรงเพียงใดและปกติร่างกายฟื้นตัวเร็วเพียงใดเมื่อมีแผล แพทย์ผู้รักษาจะอธิบายถึงอาการที่อาจเกิดขึ้นและให้คำแนะนำว่าควรทำอย่างไรเพื่อให้มีปัญหาน้อยที่สุด
 

ขั้นตอนการรักษาเป็นอย่างไร

ขั้นตอนแรกคือทำความสะอาดผิวหนัง แล้วทาครีมยาชาตรงบริเวณที่จะรักษาทิ้งไว้ประมาณ 60 นาทีเพื่อให้ยาออกฤทธิ์ก่อนจะรักษา หากรักษาทั้งใบหน้าจะใช้เวลาประมาณ 20–25 นาที
 

จะต้องมารักษากี่ครั้งและแต่ละครั้งทิ้งช่วงห่างกันนานแค่ไหน

ผลการศึกษาทางคลินิกแสดงว่า โดยทั่วไปแล้วหากจะให้ได้ผลดีที่สุดควรรักษา 3–5 ครั้งโดยเว้นระยะครั้งละ 2–4 สัปดาห์ แพทย์จะพิจารณาสภาพผิว จากนั้นจึงทำการนัดเวลารักษาตามความเหมาะสม ซึ่งอาจทิ้งระยะห่างมากกว่านั้นก็ได้ การรักษาด้วยวิธีนี้เห็นผลทันทีและจะเห็นพัฒนาการเมื่อเวลาผ่านไป โดยจะเห็นผลได้ชัดเจนใน 2–3 เดือน วิธีการรักษาและการทิ้งช่วงเวลาเช่นนี้จะเปิดโอกาสให้ผิวหายเป็นปกติ และร่างกายได้ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาทดแทนเนื้อเยื่อที่เสียหาย
 

การปฏิบัติตัวหลังเข้ารับการรักษา

  • ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30–50 ขึ้นไปวันละหลายๆ ครั้งและหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดแรงๆ พยายามเลี่ยงการถูกแดดอย่างน้อย 3 เดือนหลังจากรับการรักษา หากเลี่ยงแสงแดดไม่ได้จริงๆ ให้สวมเสื้อผ้าปกปิดบริเวณที่รับการรักษาไว้ให้พ้นจากแสง
  • หากผิวแห้ง ให้ทาครีมบำรุงผิวที่เนื้อครีมบางเบา ข้อสำคัญคือดูแลผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ
  • งดใช้สครับขัดผิวเนื้อหยาบและโทนเนอร์อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์หลังการรักษาครั้งสุดท้าย ปล่อยให้ผิวได้ฟื้นตัวเป็นปกติก่อนแล้วจึงค่อยเริ่มกรรมวิธีปรนนิบัติผิวตามปกติ โปรดอ่านฉลากเครื่องสำอางที่ใช้อยู่โดยละเอียด งดใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของกรดไกลโคลิกหรือกรดเรทิโนอิกสองสัปดาห์ก่อนเริ่มรับการรักษาและงดใช้อีกสองสัปดาห์หลังรับการรักษาแล้ว
  • ทำความสะอาดผิวและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นทุกวันด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว
  • โปรดแจ้งแพทย์หากเคยเป็นเริมที่ริมฝีปาก

 

รักษาแล้วผิวจะดีอยู่นานไหม

หลังรักษาแล้วผิวจะดีอยู่นานเพียงใดขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลเอาใจใส่ หลังรับการรักษาแล้วควรปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวถึงไว้ก่อนหน้านี้ โดยปกติแพทย์จะให้คำแนะนำที่เหมาะกับผิวของแต่ละบุคคล
 

ข้อควรทราบ

ระยะเวลาที่ใช้ การรักษาด้วยเครื่อง Fraxel™ มักใช้เวลาประมาณ 15–45 นาที
จำนวนครั้งที่รักษา คนส่วนใหญ่เห็นผลภายใน 1–5 ครั้ง
ผลลัพธ์ เนื่องจากเครื่อง Fraxel™ ทำงานร่วมกับเซลล์ผิวตามธรรมชาติ การสร้างผิวใหม่จึงมักใช้เวลาราว 1–3 สัปดาห์
ความเจ็บ ผู้ที่เข้ารับการรักษาส่วนใหญ่บอกว่ารู้สึกแสบเหมือนถูกแดดเผาทันทีหลังรักษา แต่วิธีการรักษาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล จึงควรสอบถามแพทย์เกี่ยวกับแผนการรักษาและความเจ็บที่อาจเกิดขึ้น
 

สถานที่ตั้ง

ตึก BH Residence ชั้น 3 (โดยสารลิฟต์จากลานจอดรถมาที่ชั้น 3)
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 33 สุขุมวิท ซอย 3 เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110 ประเทศไทย

ติดต่อสอบถามและทำการนัดหมายแพทย์

โทรศัพท์: 0 2667 1555
โทรสาร: 0 2667 2915
 
คะแนนโหวต: 9.56 of 10, จากจำนวนคนโหวต 18 คน