เนื้องอกของเส้นใยในผิวหนัง

เนื้องอกของเส้นใยในผิวหนัง (dermatofibroma) มีลักษณะเหมือนเป็นเพียงตุ่มขนาดเล็กๆ นูนขึ้นมาบนผิวหนัง แต่แท้จริงแล้วเป็นการเจริญเติบโตผิดปกติของเนื้อเยื่อระหว่างผิวหนังชั้นนอกและชั้นใน ตุ่มจะมีสีน้ำตาลอมชมพู บางครั้งอาจมีตุ่มนูนเกิดขึ้นมากกว่า 1 ตุ่ม โดยปกติเนื้องอกของเส้นใยในผิวหนังจะไม่เกิดร่วมกับโรคอื่นและไม่มีอันตรายร้ายแรง รวมถึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมะเร็งผิวหนัง
 

สาเหตุ

ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด บางครั้งเนื้องอกลักษณะนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ผิวหนังได้รับบาดเจ็บ เช่น โดนแมลงสัตว์กัดต่อย หรือโดนหนามตำ
 

อาการ

โดยปกติแล้วเนื้องอกของเส้นใยในผิวหนังนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดอาการแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหากพบว่าผิวหนังมีการเจริญเติบโตผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ทันที ทั้งนี้อาการโดยทั่วไปของเนื้องอกของเส้นใยในผิวหนัง ได้แก่

  • มีรอยจุดสีแดงและขาว ผิวหนังบริเวณที่ได้รับแสงแดดมีลักษณะบางลง
  • มีสีน้ำตาลอมชมพู และสีจะเปลี่ยนไปเมื่อเวลาผ่านไป
  • ส่วนใหญ่จะพบว่าเกิดขึ้นบริเวณขา แต่สามารถเกิดขึ้นได้ที่แขนและลำตัวเช่นกัน
  • มีขนาดเล็ก (3–10 มิลลิเมตร)
  • เมื่อสัมผัสโดนจะรู้สึกคันบ้างในบางครั้ง
  • นูนขึ้นมาจากผิวหนัง หากได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรงจะมีเลือดออกได้
     

การวินิจฉัย

แพทย์จะสอบถามถึงอาการและประวัติการเจ็บป่วย รวมทั้งตรวจร่างกาย เนื้องอกของเส้นใยในผิวหนังนั้นสามารถวินิจฉัยได้ด้วยสายตา แพทย์อาจทำการบีบผิวหนังที่มีตุ่มนูน เมื่อบีบแล้วจะเกิดเป็นรอยบุ๋ม หากแพทย์สงสัยในการวินิจฉัย แพทย์อาจฉีดยาชาและตัดเอาตุ่มนูนออกเพื่อส่งตรวจ
 

การรักษา

เนื้องอกของเส้นใยในผิวหนังนั้นไม่สามารถหายไปได้เอง อย่างไรก็ตามการรักษาเนื้องอกชนิดนี้ไม่ใช่เรื่องจำเป็นในทุกกรณี เว้นแต่ว่าผู้ป่วยมีความรู้สึกไม่สบายใจที่จะมีตุ่มนูนเกิดขึ้นหรือทำให้ไม่น่ามอง

  • การตัดออก แพทย์จะทำการฉีดยาชาและตัดตุ่มนูนออกไป เนื่องจากโดยปกติแล้วเนื้องอกชนิดนี้จะฝังตัวลึกลงไปในผิวหนัง ดังนั้นการตัดออกอาจก่อให้เกิดรอยแผลเป็นได้
  • การรักษาด้วยการแช่แข็ง แพทย์จะใช้ไนโตรเจนเหลวในการทำให้ตุ่มนูนแข็งและหลุดออกมา วิธีนี้จะทำให้เกิดรอยแผลเป็นสีขาวบนผิวหนังได้ และอาจเกิดตุ่มนูนขึ้นได้อีกด้วยในภายหลัง
     

การป้องกัน

ไม่มีวิธีป้องกันเนื้องอกของเส้นใยในผิวหนัง

 

คะแนนโหวต: 9.43 of 10, จากจำนวนคนโหวต 14 คน