Information on Current International Infectious Disease Situation

            ทางแผนกควบคุมโรคติดเชื้อ ยังคงให้บริการในการให้คำปรึกษาในการคัดกรองผู้ป่วยที่เข้าข่าย สงสัยโรคติดต่ออยู่ตลอด 24 ชม.
 

สัปดาห์ที่ 37 ประจำวันที่ 7 - 13 ก.ย. 62 รายละเอียดดังนี้
 

1.   สถานการณ์ทั่วโลก (ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก)

 

Disease

Country Concern

โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง

- ซาอุดีอาระเบีย : (Update 26 Aug 19)    

Riyadh, Najran และ Al-Qassim

โรคไวรัสอีโบลา

- สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Update 12 Sep 19)

Kalunguta ,Beni, Mambasa ,Mandima, Alimbongo, Oicha และ Pinga

- สาธารณรัฐยูกันดา (Update 13 Jun 19)

โรคไข้เหลือง

-ฝรั่งเศส(Update 20 May 19)

-ไนจีเรีย (Update 09 Jan 19)

-ประเทศบราซิล (Update 27 Jun 19)

เมือง  Sao Paulo, Parana  และ Santa Catarina

โรคหัด

-ประเทศตูนิเซีย(Update 9 May19)

-ประเทศมาดากัสการ์  (Update 17 Jan 19)

-ประเทศสหรัฐอเมริกา  (Update 04 Jun 19)

โรคไข้ลัสสา

ไนจีเรีย (Update 16 Jun 19 from Nigeria Centre For Disease Control)

เมือง Edo และ Ondo

โรคไข้ปวดข้อยุงลาย (Chikungunya)

สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Update 1 May19)

โรคฝีดาษลิง

ประทศสิงคโปร์  (Update 16 May19)

โรคไข้ริฟต์ วาลเลย์

มายอต (ฝรั่งเศส ) (Update 13 May19)

Avian Influenza

-ประเทศเนปาล (H5N1)

-ประเทศจีน (H5N2)

(Update 27 Jun 19  no new case of Human Infection)

 


2. สถานการณ์ในประเทศไทย (ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข)

  
 

Disease

Province Concern

ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A,B

ข้อมูลของกรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1  ม.ค.- 9 ก.ย. 2562  พบผู้ป่วย  249,067 ราย พบผู้เสียชีวิต 18 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 10-14 ปี รองลงมา 7-9 ปี และ 25-34ปี ตามลำดับ

จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก

1. ระยอง                                     2. กรุงเทพมหานคร 

3. จันทบุรี                                    4. เชียงใหม่                    

5. นครปฐม

โรคมือ เท้า ปาก

ข้อมูลเฝ้าระวังโรคจากสํานักระบาดวิทยาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 9 ก.ย. 2562  พบผู้ป่วย  48,766 พบผู้เสียชีวิต 1 ราย 

จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูง 5 จังหวัด

1. เชียงใหม่                     2.  ระยอง                                                              

3. จันทบุรี                        4. น่าน

5. กรุงเทพมหานคร 

กรมควบคุมโรค แนะผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หลังมีแนวโน้มพบเด็กป่วยด้วย EV 71เพิ่มขึ้น เน้นย้ำหากมีไข้ ตุ่มน้ำใสหรือเม็ดแดงๆ ให้รีบพาไปพบแพทย์ และทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆในห้องเรียน ห้องครัว ภาชนะใส่อาหาร ห้องน้ำ อาคาร                  

โรคไข้เลือดออก

ข้อมูลเฝ้าระวังโรคจากสํานักระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 9 ก.ย. 2562  พบผู้ป่วย 85,520 ราย พบผู้เสียชีวิต 94 ราย

จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก

1.อุบลราชธานี                        2. จันทบุรี                                       

3.เชียงราย                              4. ระยอง                                 

5.นครราชสีมา       

ชิคุนกุนยา

ข้อมูลของกรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 8 ก.ย. 2562  พบผู้ป่วย  7,287 ราย

ไม่พบผู้เสียชีวิต   กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 25-34 ปี พบได้ในกลุ่มอาชีพรับจ้าง โดยพบภาคในภาคใต้  จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก

1.ระนอง                                  2. ปัตตานี

3.ตาก                                     4. ภูเก็ต                                       

5. สงขลา

ปอดอักเสบ

ข้อมูลของกรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 9 ก.ย. 2562  พบผู้ป่วย  161,187 ราย พบผู้เสียชีวิต 113 ราย  ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ มากกว่า 65 ปี จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก

1. เชียงราย                 2. อุบลราชธานี             

3. ขอนแก่น                 4.  น่าน                         

5. ภูเก็ต

โรคสุกใส

ข้อมูลของกรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 8 ก.ย. 2562  พบผู้ป่วย 35,432 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต  กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 15-24 ปี รองลงมา 10-14 ปี และ 7-9  ปี ตามลำดับส่วนใหญ่พบในเด็กนักเรียน

จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก

1. นราธิวาส                   2.เชียงราย                 

3. เชียงใหม่                    4. ภูเก็ต

5. ระยอง

โรคเลปโตสไปโรสิส (ไข้ฉี่หนู)

ข้อมูลเฝ้าระวังโรคจากสํานักระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 7 ก.ย. 2562  พบผู้ป่วย 1,357 ราย พบผู้เสียชีวิต 18 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 45-54 ปี รองลงมา 35-44 ปี และ 55-64 ปี ตามลำดับ ส่วนใหญ่พบในอาชีพเกษตรกร จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก

1. พังงา                                      2. ระนอง

3. ศรีสะเกษ                               4. ยโสธร                               

5. ยะลา

กรมควบคุมโรคคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มสูงสุดช่วงเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงฝนตกชุก ผู้ที่เสี่ยงต่อการสัมผัสโรคคือ เกษตรกรที่ทำนา ทำสวน กลุ่มคนที่ต้องสัมผัสแหล่งน้ำบ่อยครั้ง อยู่ในพื่นที่น้ำท่วมขัง หรือแหล่งน้ำที่ปนเปื้อน มีบาดแผลที่ผิวหนังและต้องแช่น้ำเป็นเวลานานหลายชั่วโมง

อาการคือมีไข้เฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่องหรือโคนขา หลังจากมีการลุยน้ำ แช่น้ำ ย่ำโคลน ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์โดยเร็วหากพบอาการที่สงสัย

 “โรคไข้ฉี่หนู งด ลด เลี่ยง ลุย น้ำด้วยเท้าเปล่า”

 

 

Live support
We are sorry, but support is not available at the moment.