อยู่อย่างไรให้พ้นภัยข้อเสื่อม


แม้อาการของโรคข้อเสื่อมจะเป็นผลมาจากวัยและการใช้งาน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางหลีกเลี่ยงเสียทีเดียว Better Health ฉบับนี้มีข้อแนะนำหลายประการที่จะช่วยให้คุณเคลื่อนไหวได้อย่างไร้กังวลแม้อายุจะเพิ่มมากขึ้น
 

วันโรคข้อสากล เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2553 ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขแจ้งตัวเลขที่น่าตกใจว่า ปัจจุบันมีคนไทยเป็นโรคข้อเสื่อม กระดูกพรุนมากถึง 7 ล้านคน โดยมักพบในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปและผู้สูงอายุ ที่สำคัญ จำนวนตัวเลขดังกล่าวมีแต่จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากจำนวนผู้สูงอายุที่มีมากขึ้นนั่นเอง
 

ข้อเสื่อม เป็นอาการที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนที่ฉาบผิวกระดูกข้อต่อไว้ไม่ให้มีการเสียดสีกันเมื่อเคลื่อนไหว ซึ่งเมื่อเราเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการลุก นั่ง ยืน หรือเดิน ข้อต่อจะทำงานสอดประสานกันอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อกระดูกอ่อนผุพังหรือบางลง กระดูกข้อต่อก็จะเสียดสีกันจนเป็นผลให้เกิดการอักเสบ

ซึ่งผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวดบริเวณข้อต่อจนไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก  
 

อย่างไรก็ตาม จากคำแนะนำของ นพ. สิทธิพร อรพินท์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระดูกและข้อ ทำให้เราพบว่า การหลีกเลี่ยงอาการปวดข้อนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย หากคุณดูแลร่างกายเป็นอย่างดี และนี่คือ 4 วิธี ที่จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคข้อเสื่อม
 

1. ควบคุมน้ำหนัก

หนึ่งในสาเหตุใหญ่ของอาการข้อเสื่อมก็คือ การที่มีน้ำหนักตัวเกิน หรืออ้วน เพราะยิ่งน้ำหนักตัว มากเท่าไร ข้อต่าง ๆ ในร่างกายก็ยิ่งต้องรับภาระมากเท่านั้น โดยเฉพาะข้อเข่า สะโพก และ หลัง ที่เป็นกำลังหลักในการรับน้ำหนักของร่างกาย

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและการควบคุมน้ำหนักจึงเป็นการทนุถนอมข้อกระดูกทางหนึ่ง โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่ช่วยเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี แต่หากผู้ป่วยกังวล ว่าการออกกำลังกายจะเป็นอันตรายต่อข้อกระดูก ก็ควรเลือกประเภทของการออกกำลังกายที่ข้อไม่ต้องแบกรับภาระมากนัก เช่น ว่ายน้ำ การเดินในน้ำ เดิน หรือปั่นจักรยาน (ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง)

2. ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ

“น้ำหนักน้อยก็ใช่ว่าจะไม่เป็นโรคข้อ หากทำอะไรที่ผิดท่า ไม่ว่าจะชอบนั่งยอง ๆ นั่งกับพื้น ผุดลุกผุดนั่งบ่อย ๆ หรือการขึ้นบันไดเป็นประจำ เหล่านี้ก็ทำให้ข้อเข่าเสียได้บางคนชอบยืนทิ้งน้ำหนักข้างเดียวซึ่งเป็นการสร้างภาระให้กับข้อข้างนั้นแทนที่จะลงน้ำหนักสองขาเท่า ๆ กัน อย่างนี้เป็นต้น” นพ. สิทธิพร อธิบาย

การนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน เช่น นั่งหลังงอและก้มคอทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันหลายชั่วโมงก็เป็นผลเสียต่อข้อต่อบริเวณคอ และกระดูกสันหลังส่วนเอวเช่นกัน ควรนั่งให้ถูกต้องโดยการนั่งพิงพนักเก้าอี้ และไม่ควรก้มคอนาน ๆ นอกจากนั้นทางที่ดี ควรหาโอกาสขยับตัว โดยลุกขึ้นมาเดินบ้าง ยืดแขนยืดขาบ้างเพื่อเป็นการบริหารข้อต่อ

3. เสริมสร้างกล้ามเนื้อ

แม้ว่าการออกกำลังกายจะเป็นสิ่งดี แต่หากออกกำลังกายหนักเกินไป ก็จะเป็นการสร้างภาระให้กับข้อกระดูกได้ โดยจะเห็นได้จากนักกีฬาอาชีพ ซึ่งมักมีปัญหาข้อกระดูกเสื่อมอย่างรวดเร็ว “ประเทศไทยอาจไม่มีตัวอย่างให้เห็นมากนัก อาจเพราะเรามีนักกีฬาอาชีพน้อย และกีฬาของเราก็ไม่ค่อยได้ใช้ข้อบริเวณไหล่กับสะโพก ในประเทศที่นิยมกีฬาอย่างเบสบอลซึ่งต้องใช้การขว้างลูกจะพบว่า มีนักกีฬาที่ประสบปัญหาข้อต่อไหล่และสะโพกเสื่อมกันมาก” นพ. สิทธิพรอธิบาย
 

ทั้งนี้ การป้องกันโรคข้อเสื่อมจากการออกกำลังกายสามารถทำได้โดยการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อเป็นส่วนสำคัญในการแบ่งเบาภาระต่าง ๆ ของข้อต่อเมื่อร่างกายเคลื่อนไหวรุนแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณเอ็นข้อต่อซึ่งเป็นจุดสำคัญของการออกกำลังแทบทุกประเภท นอกจากนี้ การมีกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลังที่ดีจะทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังรับภาระน้อยลง ซึ่งลดความเสี่ยงต่อความเสื่อมได้มาก อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเริ่มฝึกกล้ามเนื้อใด ๆ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อไม่ให้การ ฝึกฝนนั้นไปสร้างภาระให้กับข้อกระดูก

4. อาหารและยา

การรับประทานยาจำพวก กลูโคซามีน และคอนโดรอิทีน ซึ่งเชื่อว่าจะมีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างน้ำไขข้อและกระดูกอ่อนเคลือบผิวข้อได้ แต่ไม่ยืนยันว่าได้ประโยชน์มากเท่าใด ทั้งนี้ต้องใช้ในกรณีที่ข้อเสื่อมอยู่ในระยะแรกๆ เท่านั้น

ในส่วนของยานั้น นพ. สิทธิพร แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ยาบางชนิดบ่อยเกินความจำเป็น เพราะอาจมีผลต่อข้อกระดูก “สเตียรอยด์แบบฉีดเพื่อลดการอักเสบของข้อนั้น ถ้าใช้บ่อย ๆ ก็ทำให้ข้อเสียได้ แต่ถ้าเป็นสเตียรอยด์แบบรับประทานก็จะไม่มีผลต่อข้อ แต่มีผลต่อกระดูกโดยรวมเพราะจะทำให้กระดูกบางลง”

โรคข้อเสื่อมเป็นโรคข้ออักเสบที่พบได้บ่อยที่สุด และยากที่จะรักษาให้หายขาดหรือกลับคืนสู่สภาพปกติ ดังนั้นการรักษาข้อให้อยู่ในสภาพดีจึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นหลักประกันว่า ในวันข้างหน้าคุณจะยังคงมีคุณภาพชีวิตที่ดีเช่นเดียวกับวันนี้

การรักษาโรคข้อเสื่อม

 

 

เมื่อเกิดอาการข้อเสื่อมขึ้นแล้ว ความเจ็บปวดบริเวณข้อจะส่งผลอย่างยิ่งต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ดังนั้น การมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยความรุนแรงของโรคและหาแนวทางในการป้องกันและรักษาตามอาการจึงเป็นสิ่งจำเป็น

การวินิจฉัย

นพ. สิทธิพรเล่าถึงการวินิจฉัยว่า จะเริ่มจากการ ซักประวัติ และสอบถามอาการของผู้ป่วยก่อน เช่นเวลาที่เกิดอาการปวด เพราะโดยทั่วไป การปวดข้ออักเสบมักปวดในช่วงเช้า ขณะที่โรคข้อเสื่อม ผู้ป่วยจะปวดเมื่อต้องใช้งานบริเวณข้อต่อนั้น ๆ 


"ตามพื้นฐานของแพทย์แล้วเราจะตรวจด้วยการดู คลำ เคาะ ฟัง การดู คือ ดูว่ามีการบวมหรือไม่ ซึ่งทราบได้จากการที่ข้อไม่สามารถเหยียดงอได้ตามปกติจากการตึงและจะรู้สึกอุ่นบริเวณที่บวม ถึงตอนนี้แพทย์จะคลำส่วนของข้อเพื่อเปรียบเทียบอุณหภูมิกับอีกข้างหนึ่ง ซึ่งถ้ามีอาการก็จะรู้สึกได้เลยว่าข้างหนึ่งร้อน อีกข้างหนึ่งเย็น ทำให้เราทราบความผิดปกติได้ก่อนที่เครื่องเอ็กซ์เรย์จะตรวจพบเสียอีก”
นพ. สิทธิพรอธิบาย   

การรักษาเบื้องต้น

ในกรณีที่อาการปวดไม่รุนแรง แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยลดกิจกรรม
ในชีวิตประจำวันลง พักผ่อนให้มาก ใช้ข้ออย่างระมัดระวัง และรับประทานยาตามกำหนด ร่วมกับการประคบอุ่น ประคบร้อน

นอกจากนี้อาจใช้ยาระงับปวดอย่างพาราเซตามอลหรือยาบำรุงกระดูกอ่อน เช่น กลูโคซามีน และคอนโดรอิทีน ร่วมด้วย หากไม่ได้ผลแพทย์อาจสั่งยาแก้อักเสบแบบไม่มีสเตียรอยด์ เช่น แอสไพริน หรือไอบูโปรเฟน แต่แพทย์จะไม่แนะนำให้รับประทานยาแก้อักเสบเป็นระยะเวลานาน ๆ เพราะอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงอย่างแผลในกระเพาะอาหาร หรืออาจมีปัญหาต่อการทำงานของไต 

การรักษาเมื่อมีอาการมาก

หากผู้ป่วยมีอาการข้อเสื่อมอย่างรุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้รักษาข้อเข่าเสื่อมโดยการผ่าตัด ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน อาทิ

•    การผ่าตัดโดยใช้กล้องส่องข้อ เป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็กโดยใช้กล้องขนาดเล็กเข้าไปตรวจสอบพยาธิสภาพของความผิดปกติบริเวณข้อได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกับการผ่าตัดเปิดข้อแบบปกติ บางกรณี แพทย์จะสามารถทำการรักษาความผิดปกติทันที อาทิ ตัดแต่งผิวข้อต่อที่เสื่อม หรือฉีกขาด หยิบเศษกระดูกที่อาจจะลอยอยู่ในข้อ ออกจากบริเวณข้อ

•    การผ่าตัดเชื่อมกระดูก เป็นการเชื่อมกระดูกสองท่อนให้เป็นชิ้นเดียวกันเพื่อไม่ให้เกิดการเสียดสี ใช้กับข้อเล็ก ๆ ที่ไม่มีผลต่อการใช้งานมากนัก

•    การผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูก ตัวอย่างเช่น การตัดแต่งแนวกระดูกให้ตรงและอยู่ในแนวใกล้เคียงปกติทำให้สามารถกระจายแรงได้ดีขึ้นเพื่อลดความเจ็บปวดของผู้ป่วย และอาจช่วยไม่ให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมเร็วกว่ากำหนด

•    การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม เป็นการใส่วัสดุทดแทนข้อที่เสื่อมสภาพซึ่งเป็นวิธีที่แพทย์จะเลือกใช้เป็นวิธีสุดท้าย เฉพาะในกรณีที่ข้อถูกทำลายอย่างมากแล้วเท่านั้น 

 

Posted by Bumrungrad International
เพราะมุ่งมั่นที่จะมอบการดูแลที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ป่วย บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนลจึงไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อดำรงและสร้างสรรค์ความเป็นเลิศในการให้บริการด้านการแพทย์ Better Health ขอแนะนำให้รู้จักกับแพทย์ที่มากด้วยทักษะ และประสบการณ์ซึ่งทำให้ทีมแพทย์ของเรามีความแข็งแกร่ง ดูแลผู้ป่วยได้อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น
Posted by Bumrungrad International
January 13, 2011
comments
จริงหรือหลอก? เรื่องที่ “เขาบอก” เกี่ยวกับมะเร็ง
สิ่งที่คุณทราบเกี่ยวกับโรคมะเร็งนั้น อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงที่พิสูจน์ได้แน่หรือ
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2011
comments
โภชนาการ ต้านมะเร็ง
ภาวะโภชนาการที่ดี ไม่เพียงช่วยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งสามารถทนต่อผลข้างเคียงของการรักษาได้เท่านั้น แต่ยังช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้นได้เช่นกัน
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2011
comments
ก้าวสำคัญของการต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาว
เพิ่มโอกาสในการรักษาให้กับผู้ป่วย ด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูกที่เหมือนกันเพียงครึ่งเดียว Better Health ฉบับนี้จะพาคุณไปรู้จักกับการปลูกถ่ายไขกระดูกที่เหมือนกันเพียงครึ่งเดียว ซึ่งริเริ่มให้มีขึ้นในประเทศไทยโดยนพ. วิเชียร มงคลศรีตระกูล ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์ โลหิตวิทยา
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2011
comments
มะเร็งกับการรักษา
พูดคุยกับ นพ. ณรงค์ศักดิ์ เกียรติขจรธาดา อายุรแพทย์ด้านโลหิตวิทยา และเนื้องอกวิทยา ผู้อำนวยการศูนย์มะเร็งฮอไรซันถึงความก้าวหน้าของการรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบัน
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2011
comments
News from Bumrungrad International
นับเป็นปีที่ 12 ติดต่อกันแล้ว สำหรับโครงการพ่อครัวเอก หรือ Great Chefs ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2011
comments
อาการปวดหลัง ปวดคอ หรือการเจ็บปวดกล้ามเนื้อบริเวณต่าง ๆ ดูจะเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้ทั่วไปในยุคปัจจุบัน
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2011
comments
รู้ทันพฤติกรรม ทำลายกระดูก
ใครที่เคยมองว่าอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับกระดูกเป็นเรื่องของผู้สูงอายุคงต้องคิดใหม่ เพราะปัจจุบันเราพบว่าประชากรวัยหนุ่มสาวไปจนถึงวัยทำงาน มีแนวโน้มที่จะเผชิญกับปัญหาความผิดปกติ อันเกี่ยวเนื่องกับกระดูกเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่อาการปวดหลังและคอ ไปจนถึง โรคกระดูกสันหลังเสื่อม โรคกระดูกสันหลังคดงอผิดปกติ หรือโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท ซึ่งสาเหตุสำคัญของอาการเจ็บป่วยก่อนวัยเหล่านี้ มักเกิดจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในชีวิตประจำวันนั่นเอง
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2011
comments
Health Briefs กระดูกและข้อต่อ ศูนย์ออร์โธปิดิกส์ บำรุงราษฏร์
นั่งนานเกินไป อาจอันตรายถึงชีวิต เคลื่อนไหวบ้าง หลังรักษาเอ็นร้อยหวายฉีกขาด
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2011
comments
ออกกำลังกายถูกต้อง ป้องกันการบาดเจ็บ
การออกกำลังกายที่ไม่ถูกต้องอาจส่งผลลบต่อร่างกายได้หลายประการไม่ว่าจะเป็นการเกิดบาดแผล เป็นตะคริว ข้อแพลง กล้ามเนื้อฉีก ข้อหลุด หรืออาจถึงขั้นกระดูกหักในกรณีเล่นกีฬาที่ต้องมีการปะทะ
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2011
comments
ข้อเสื่อม เป็นอาการที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนที่ฉาบผิวกระดูกข้อต่อไว้ไม่ให้มีการเสียดสีกันเมื่อเคลื่อนไหว ซึ่งเมื่อเราเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการลุก นั่ง ยืน หรือเดิน ข้อต่อจะทำงานสอดประสานกันอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อกระดูกอ่อนผุพังหรือบางลง กระดูกข้อต่อก็จะเสียดสีกันจนเป็นผลให้เกิดการอักเสบ ซึ่งผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวดบริเวณข้อต่อจนไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2011
comments
ปวดหลัง ปวดคอเรื้อรัง ต้องทำอย่างไร
อาการปวดหลัง หรือปวดคออาจเกิดขึ้นได้กับเราทุกคนในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต หลายรายโชคดีที่อาการปวดนั้นเป็นอยู่ไม่นานก็หายไป ขณะที่ผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยมีอาการเรื้อรังจนไม่สามารถทำกิจกรรมระหว่างวันได้ตามปกติ Better Health ฉบับนี้พูดคุยกับ นพ. วีระพันธ์ ควรทรงธรรม ศัลยแพทย์ระบบประสาท และหัวหน้าสถาบันกระดูกสันหลังบำรุงราษฎร์ ถึงอาการปวดหลัง ปวดคอเรื้อรัง และความก้าวหน้าในการรักษาที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขได้มากที่สุด
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2011
comments
Q & A ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับมะเร็ง
แม้ทุกคนจะมีความรู้พื้นฐานบ้างเกี่ยวกับมะเร็งแต่ก็ยังคงรู้สึกกลัวและมีความเข้าใจผิดอยู่มาก
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2011
comments
รพ. บำรุงราษฎร์ มอบลานกิจกรรมใหม่ให้กับเด็กผู้ด้อยโอกาสศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ชุมชนนิคมมักกะสัน
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2011
comments
Health Briefs โรคมะเร็งเป็นหนึ่งในโรคร้ายแรงที่มีสาเหตุมาจากโรคเบาหวาน
โรคเบาหวานมีอันตรายเพิ่มอีกแล้ว เมื่อผลการวิจัยชิ้นหนึ่งถูกเปิดเผยในที่ประชุมสมาคมเพื่อการวิจัยโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (The American Association for Cancer Research) ว่า โรคมะเร็งเป็นหนึ่งในโรคร้ายแรงที่มีสาเหตุมาจากโรคเบาหวาน
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2011
comments
เรื่องของกัมมันตภาพรังสีที่คุณควรรู้
ข่าวสารเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสีสร้างความหวาดระแวงให้ผู้คนจำนวนมาก แต่เหรียญมีสองด้านฉันใด สารกัมมันตรังสีก็มีทั้งคุณและโทษฉันนั้น
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2011
comments

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ