รับมือกับโรคหัวใจในเด็ก

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ซับซ้อน และบางครั้งไม่อาจสังเกตอาการได้ทันที แต่กว่าร้อยละ 99 สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้


การได้ทราบว่าบุตรหลานตัวน้อยป่วยด้วยโรคหัวใจนั้นสร้างความตระหนกตกใจและเป็นความทุกข์ใหญ่หลวงของพ่อแม่ผู้ปกครองทุกคน ทั้งนี้เพราะเมื่อกล่าวถึงโรคหัวใจในเด็ก คนส่วนใหญ่ยังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่ค่อนข้างจำกัดอยู่มาก นพ. สัมพันธ์ พรวิลาวัณย์ ศัลยแพทย์โรคหัวใจ ผู้มีประสบการณ์ในการรับมือกับโรคหัวใจในเด็กมากว่า 20 ปีจึงอาสามาให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจในเด็กผ่านทาง Better Health ฉบับนี้ 
 

โรคหัวใจในเด็กส่วนใหญ่ไม่สามารถบอกสาเหตุที่แน่ชัดได้” นพ. สัมพันธ์อธิบาย “ส่วนที่สามารถบอกสาเหตุได้ คือ การที่แม่มีความผิดปกติในระหว่างตั้งครรภ์ เช่น เป็นหัดเยอรมัน หรือติดเชื้อไวรัสชนิดอื่น และการใช้ยาบางชนิดโดยเฉพาะในช่วงสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์ ส่งผลให้เด็กเกิดมาพร้อมกับความผิดปกติทางโครงสร้างของหัวใจตั้งแต่กำเนิด สำหรับอุบัติการณ์นั้น สถิติของประเทศไทยก็เหมือนกับทั่วโลก กล่าวคือ เด็กที่เกิดใหม่จำนวน 1,000 คน จะมี 8 คนที่เป็นโรคหัวใจผิดปกติตั้งแต่กำเนิด ในประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่ที่มีปัญหาโรคหัวใจปีละประมาณ 8,000 คน โดยในจำนวนนี้ มีประมาณร้อยละ 50 ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด”
 

โรคหัวใจเด็กที่พบบ่อย


โรคหัวใจผิดปกติแต่กำเนิด เป็นคำเรียกรวมความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจหลายประการที่เกิดกับผนังกั้นหัวใจ ลิ้นหัวใจ หรือหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจในเด็กที่พบบ่อยที่สุด มีดังนี้
 

  1. ผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว (Atrial Septal Defect - ASD) ผลจากการที่มีรูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจห้องบน ทำให้เลือดไหลผ่านจากหัวใจห้องบนซ้ายผ่านรูรั่วไปห้องบนขวา ตรวจพบได้จากเสียงฟู่ที่หัวใจและผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยง่าย ส่วนใหญ่มักถูกตรวจพบโดยบังเอิญ
  2.  ผนังกั้นหัวใจห้องล่างรั่ว (Ventricular Septal Defect - VSD) มีรูรั่วที่ผนังกั้นห้องหัวใจห้องล่าง ทำให้เลือดแดงจากหัวใจห้องล่างซ้ายผ่านรูรั่วไปยังห้องล่างขวา ออกสู่หลอดเลือดแดงของปอด ทำให้ปริมาณเลือดที่ไปยังปอดมีมากขึ้น ปริมาณเลือดที่กลับเข้าสู่หัวใจห้องบนซ้ายและล่างซ้ายก็เพิ่มมากขึ้นด้วย ส่งผลให้หัวใจห้องซ้ายทำงานมากขึ้นจนหัวใจวายได้
  3.  มีช่องเปิดระหว่างหลอดเลือดหัวใจใหญ่ทั้งสองเส้น (Patent Ductus Arteriosus - PDA) ทารกแรกเกิดทุกคนจะมีช่องเปิดระหว่างหลอดเลือดหัวใจสองเส้น (Aorta และ Pulmonary Artery) และจะปิดเองภายในหนึ่งชั่วโมงหรือไม่เกิน 24 ชั่วโมงหลังคลอด ในกรณีผิดปกติช่องเปิดนี้จะไม่ปิด ส่งผลให้เลือดแดงกับเลือดดำผสมกัน ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น 
  4.  มีรูรั่วของผนังกั้นหัวใจห้องล่างร่วมกับหลอดเลือดหัวใจที่จะไปยังปอดตีบหรือลิ้นหัวใจตีบ (Tetralogy of Fallot - TOF) เป็นโรคชนิดซับซ้อนที่พบบ่อยที่สุดทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ปกติแล้วหัวใจจะส่งเลือดไปยังปอดเพื่อเอาเลือดไปฟอกให้มีออกซิเจนมากขึ้น แต่กรณีนี้ลิ้นหัวใจตีบ หรือหลอดเลือดเล็กกว่าปกติ เป็นเหตุให้เลือดที่จะต้องถูกส่งไปฟอกที่ปอดมีน้อยกว่าปกติ จึงรั่วผ่านผนังห้องหัวใจไปออกทางด้านซ้ายและเอาไปเลี้ยงร่างกายต่อ กลายเป็นว่าเลือดที่ไปเลี้ยงร่างกายเป็นเลือดดำ เด็กจึงมีภาวะเขียว 
  5.  ลิ้นหัวใจห้องล่างขวาตีบ (Pulmonary Valve Stenosis) เป็นภาวะที่ลิ้นหัวใจห้องล่างขวาเปิดไม่เต็มที่เนื่องจากหนาตัว แข็ง หรือเชื่อมประสานกันอย่างผิดปกติ ทำให้หัวใจต้องทำงานมากกว่าเดิม
  6.  หัวใจห้องเดียว (Single Ventricle) เป็นความผิดปกติของหัวใจห้องล่างเป็นหลัก โดยเด็กกลุ่มนี้หัวใจห้องล่างสองห้องทำงานเหมือนเป็นห้องเดียวจึงทำให้ระบบรวนไปหมด เนื่องจากหัวใจห้องล่างสองห้องมีหน้าที่ต่างกัน คือ ห้องขวาทำหน้าที่บีบส่งเลือดดำไปฟอกยังปอดส่วนข้างซ้ายจะบีบเลือดที่ฟอกแล้วมาจากปอดเพื่อส่งไปเลี้ยงยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ความผิดปกตินี้ทำให้ไม่มีการแบ่งทางเดินของเลือดอย่างชัดเจน เลือดดำกับเลือดแดงปะปนกัน เด็กจึงมีภาวะเขียวเสมอ
  7. หลอดเลือดใหญ่ของหัวใจสลับขั้ว (Transposition of theGreat Arteries - TGA) คือการที่หลอดเลือดดำและแดงของหัวใจสลับขั้วกันอย่างสิ้นเชิง จากขวาเป็นซ้าย จากซ้ายเป็นขวา ความผิดปกตินี้ทำให้เด็กที่เกิดมามีภาวะเขียวเนื่องจากเลือดที่ฟอกแล้วจากปอดถูกส่งกลับไปที่ปอด ขณะที่เลือดดำที่ถูกส่งมาที่หัวใจก็ถูกส่งไปเลี้ยงอวัยวะอื่น ๆ ต่ออีก
 

การวินิจฉัย

โรคหัวใจในเด็กสังเกตอาการได้ง่ายแม้ว่าเด็กจะบอกไม่ได้ว่าเหนื่อย ใจสั่นหรือเจ็บหน้าอก” นพ. สัมพันธ์กล่าว “แพทย์จะดูอาการของเด็กซึ่งมีอยู่เพียงสองอาการเท่านั้น คือ หัวใจวายกับอาการเขียว ถ้าเด็กเขียวก็สังเกตได้ง่าย แต่ถ้าหัวใจวาย หลายครั้งไม่อาจสังเกตได้ทันที พ่อแม่ของเด็กแทบจะไม่รู้เลย เพราะหัวใจวายในเด็กแตกต่างจากผู้ใหญ่อย่างสิ้นเชิง”
 

ภาวะหัวใจวายในผู้ใหญ่ จะสังเกตได้จากอาการขาบวม หน้าบวมหอบเหนื่อย เหนื่อยง่าย แต่ภาวะหัวใจวายในเด็กไม่มีอาการดังกล่าวดังนั้น ผู้ปกครองต้องสังเกตอาการ ดังนี้
 

  • เลี้ยงไม่โต หมายความว่า สัดส่วนระหว่างส่วนสูง น้ำหนักตัว และอายุไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าต้องมีอะไรผิดปกติ 
  •  เมื่อกินนมต้องหยุดเป็นพัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูดนมแม่หรือนมจากขวด เด็กทั่วไปจะดูดรวดเดียวหรือพักครั้งเดียวจบ ไม่เกินครึ่งชั่วโมง แต่เด็กที่เป็นโรคหัวใจจะทำไม่ได้ ดูดได้พักเดียวต้องหยุดหอบ แล้วค่อยกลับไปดูดใหม่ กว่าจะอิ่มต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง ตรงนี้สำคัญมากเพราะเป็นอาการที่พ่อแม่มักจะไม่ได้สังเกต และคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ดังนั้น หากเด็กดูดนมช้าหรือดูดแล้วหยุดเป็นพัก ๆต้องใช้เวลาในการให้นมแต่ละมื้อนานเป็นชั่วโมงหรือสองชั่วโมง ก็ให้สงสัยไว้ก่อน 
  •  หายใจหอบถี่ หมายความว่าอาการแย่ลง เด็กแรกเกิดอาจหายใจ 40 ครั้งต่อนาที แต่เด็กที่หัวใจวายอาจหายใจเร็วถึง 60 ครั้งต่อนาที แม้ในขณะที่นอนหลับ
 

การรักษาและดูแล

การรักษาโรคหัวใจในเด็ก  ที่มีความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดนั้น มีอยู่ 3 วิธีได้แก่ การรักษาด้วยยา การทำหัตถการบางอย่างเพื่อซ่อมแซมความผิดปกติ และการผ่าตัด
 

“ปัจจุบัน แพทย์สามารถทำการผ่าตัดเด็กที่เป็นโรคหัวใจได้ทุกอายุ” นพ. สัมพันธ์กล่าว “สมัยก่อน ถ้าต้องทำการผ่าตัดหัวใจ จะต้องให้เด็กมีน้ำหนักตัวเกิน 10 - 15 กิโลกรัมก่อนเพื่อความปลอดภัย และลดอัตราการเสียชีวิต แต่สมัยนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าจนทำให้เด็กทุกวัย ไม่ว่าจะน้ำหนักตัวเท่าไรก็เข้ารับการผ่าตัดได้ สิ่งที่ผมอยากเน้นก็คือว่า เมื่อไรก็ตามที่เด็กมีข้อบ่งชี้ให้ต้องทำการผ่าตัดหัวใจ ผู้ปกครองควรเชื่อคำแนะนำของแพทย์และอนุญาตให้มีการผ่าตัดโดยไม่รอช้าเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ตัวเด็กเอง เพราะความผิดปกติบางชนิด หากปล่อยให้เวลาผ่านไป โครงสร้างหัวใจของเด็กก็จะเปลี่ยนไป การผ่าตัดอาจไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร เรียกว่าเป็นการเสียโอกาสไปอย่างถาวรเลยทีเดียว”
 

ขณะที่การผ่าตัดช่วยเด็กที่มีปัญหาโรคหัวใจที่ซับซ้อนให้ดีขึ้นได้การดูแลภายหลังผ่าตัดก็สำคัญมากไม่แพ้กัน “เมื่อผ่าตัดเสร็จเราถือว่าเสร็จเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น อีกครึ่งคือการดูแลหลังการผ่าตัด เพราะหากมีอะไรเกิดขึ้นในช่วงนั้น เช่น มีการติดเชื้อ มีออกซิเจนต่ำ ความดันต่ำหรือมีอวัยวะที่ทำงานผิดปกติไป เด็กก็จะเสียชีวิตได้เช่นกัน โชคดีที่ปัจจุบันมีเครื่องมือช่วยชีวิตต่าง ๆ ช่วยให้เราดูแลเด็กหลังผ่าตัดได้ดีขึ้นมากเช่น เครื่อง ECMO หรือ Extra Corporeal Membrane Oxygenator ซึ่งเป็นเครื่องช่วยชีวิตเด็กในยามคับขัน เครื่องนี้จะทำหน้าที่เป็นปอดและหัวใจเทียมในระหว่างที่รอให้หัวใจและปอดของเด็กฟื้นตัวและทำงานเองได้ ส่งผลให้เด็กมีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้น” นพ. สัมพันธ์กล่าว
 

หลังจากผ่าตัด โรคหัวใจในเด็กจะดีขึ้นทันทีแต่แพทย์ยังจำเป็นต้องนัดตรวจติดตามอาการอีกเป็นระยะ ๆ ซึ่งนพ. สัมพันธ์เน้นว่า ผู้ปกครองต้องพยายามพาเด็กมาตามนัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่เป็นโรคหัวใจชนิดซับซ้อน (เช่น TOF) เพื่อจะได้ตรวจพบความผิดปกติได้อย่างทันท่วงที พร้อมกันนี้ นพ. สัมพันธ์ได้ฝากคำแนะนำแก่ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานป่วยเป็นโรคหัวใจว่า “เมื่อหมอวินิจฉัยว่าลูกของคุณเป็นโรคหัวใจ อย่าตกใจหรือเสียกำลังใจ เพราะกว่าร้อยละ 99 รักษาได้ หรือทำให้ดีขึ้นได้ครับ ศึกษาข้อมูล ทำความเข้าใจ ให้ความร่วมมือกับแพทย์ โรคหัวใจในเด็กก็ไม่ยากเกินไปที่จะรับมือ” 
 
Posted by Bumrungrad International
จะทำอย่างไรเมื่อหมอบอกต้องผ่าตัด คงเป็นคำถามในใจของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มักมีโรคอื่นร่วมด้วย การจะตัดสินใจบอกหมอว่าตกลง ผมยอมผ่าตัด คงไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆ หมอมีตัวอย่างของผู้ป่วยอายุ 70 ปีจะเล่าให้ฟังครับ
Posted by Bumrungrad International
January 16, 2012
comments
Health briefs
ออกกำลังกายแม้เพียงน้อยนิดก็ดีมากพอสำหรับหัวใจ
Posted by Bumrungrad International
January 06, 2012
comments
รับมือกับโรคหัวใจในเด็ก
โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ซับซ้อน และบางครั้งไม่อาจสังเกตอาการได้ทันที แต่กว่าร้อยละ 99 สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้
Posted by Bumrungrad International
January 06, 2012
comments
เมื่อช่วงปลายปี 2554 หลายๆ คนคงได้ยินคำว่า “ไข้หวัดใหญ่ไอโอวา” จากข่าวทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ ซึ่งได้รายงานว่า พบการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ชนิดนี้ในหลายมลรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับในประเทศไทย ถึงแม้ขณะนี้จะยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ไอโอวา โดยยังคงเป็นเชื้อที่แพร่ระบาดในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่เนื่องจากโรคนี้สามารถแพร่ระบาดจากคนสู่คนได้โดยง่าย จึงอยากให้มาทำความรู้จักกับ “ไข้หวัดใหญ่ไอโอวา” กัน
Posted by Bumrungrad International
January 05, 2012
comments
Q & A ตอบคำถาม นพ. วัธนพล พิพัฒนนันท์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ กรุงเทพ

พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเราในแต่ละวันส่งผลอย่างมากต่อการดูแลสุขภาพร่างกาย ฉบับนี้มี นพ. วัธนพล พิพัฒนนันท์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ มาช่วยไขข้อข้องใจของคุณกัน

Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
รู้จักกับแพทย์บำรุงราษฎร์
ขอแนะนำให้รู้จักกับแพทย์ที่มากด้วยทักษะและประสบการณ์ ซึ่งมาเสริมทีมแพทย์ของเราให้มีความแข็งแกร่ง พร้อมดูแลผู้ป่วยได้อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
หัวใจเต้นผิดจังหวะอาจร้ายแรงกว่าที่คิด
อาจไม่ใช่ผลพวงของความรักโรแมนติกเสมอไป แต่อาจหมายถึงอาการของโรคหัวใจอีกชนิดหนึ่งที่พบบ่อยก็เป็นได้
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
โรคหัวใจในผู้ป่วยเบาหวาน ประมาทไม่ได้
โรคหัวใจในผู้ป่วยเบาหวาน ประมาทไม่ได้ภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานไม่ได้มีเพียง ตา ไต และปลายเท้าเท่านั้น เรื่องหลอดเลือดหัวใจก็นิ่งนอนใจไม่ได้
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
Heart attack - ฉับพลัน อันตราย
ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันเป็นอาการที่ต้องรับมืออย่างฉับไวและป้องกันอย่างต่อเนื่อง
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
ภัยต่อเนื่องของโรคตับ
กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่าคนไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับสูงที่สุดในโลก (ชาย = 36.9 ต่อประชากร 100,000 คนและหญิง = 15.2 ต่อประชากร 100,000 คน) โดยแต่ละวันมีผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยถึง 30 รายทั่วประเทศ ทั้งยังมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อย ๆ
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
 สุขภาพกับการขับถ่าย
คุณเคยสงสัยบ้างไหมว่าคำกล่าวนั้นจริงเท็จเช่นไร คำตอบรออยู่แล้วในห้องน้ำของคุณนั่นเอง เมื่อพูดถึงสุขภาพของการขับถ่าย บางคนอาจไม่สะดวกใจนักที่จะกล่าวถึง ขณะที่อีกหลายคนเห็นเป็นเรื่องขำขัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่คุณขับถ่ายออกมากำลังบอกให้รู้ถึงสุขภาพภายใน ที่หลายครั้งอาจไม่ใช่เรื่องชวนหัวเราะเสมอไป
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
รู้จักกับแพทย์บำรุงราษฎร์
เพราะมุ่งมั่นที่จะมอบการดูแลที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ป่วย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จึงไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อดำรงและสร้างสรรค์ความเป็นเลิศในการให้บริการด้านการแพทย์ Better Health ขอแนะนำให้รู้จักกับแพทย์ที่มากด้วยทักษะและประสบการณ์ ซึ่งมาเสริมทีมแพทย์ของเราให้มีความแข็งแกร่ง พร้อมดูแลผู้ป่วยได้อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
ส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ จำเป็นอย่างไร
การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักช่วยลดอัตราการเกิดและเสียชีวิตจากมะเร็งลงไปได้มาก
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
ปวดท้อง ท้องเสีย อาการธรรมดาที่อาจไม่ธรรมดา
ความผิดปกตินานัปการที่เกิดกับระบบทางเดินอาหารของเราแทบจะทุกเมื่อเชื่อวันนั้น อาจเป็นเรื่องที่ใครหลายคนคุ้นชินจนกระทั่งไม่เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่คุณทราบหรือไม่ว่า อาการทั่ว ๆ ไป อาทิ ปวดท้อง ท้องเสียที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนั้น อาจเกิดได้ทั้งจากปัจจัยภายนอก
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ