ภัยต่อเนื่องของโรคตับ

โรคร้ายที่เกิดขึ้นกับตับอาจกำลังคุกคามคุณอยู่เงียบ ๆ

กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่าคนไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับสูงที่สุดในโลก (ชาย = 36.9 ต่อประชากร 100,000 คนและหญิง = 15.2 ต่อประชากร 100,000 คน) โดยแต่ละวันมีผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยถึง 30 รายทั่วประเทศ ทั้งยังมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อย ๆ

นพ. นุสนธิ์ กลัดเจริญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคทางเดินอาหารและตับ อธิบายให้ฟังว่า ตับเป็นอวัยวะภายในที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย มีหน้าที่สำคัญหลากหลายประการ อาทิ สร้างโปรตีน และสารหลายชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย สร้างสารที่ช่วยให้เลือดแข็งตัวเมื่อเกิดเลือดออก สร้างฮอร์โมนบางชนิด สร้างน้ำดีหรือน้ำย่อยที่จำเป็นในการย่อยอาหาร เป็นแหล่งสะสมสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุหลายอย่าง กำจัดหรือทำลายสารพิษหรือสารแปลกปลอมที่อาจหลุดผ่านเข้าไปในกระแสเลือด ฯลฯ ที่พิเศษและแตกต่างจากอวัยวะอื่น ๆ คือ ตับสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ เมื่อตับบาดเจ็บหรือเซลล์ตับบางส่วนตายไป เซลล์ตับส่วนที่เหลือสามารถสร้างเนื้อตับใหม่มาทดแทนได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตับจะสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ระดับหนึ่ง แต่การต้องเผชิญปัจจัยบั่นทอนอยู่ทุกวันก็อาจสร้างปัญหาให้แก่ตับไม่น้อย หากโชคดีรู้ตัวทัน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เป็นประโยชน์ต่อตับในระยะยาว โรคหรือความผิดปกติของตับที่พบได้บ่อย มีดังต่อไปนี้   

ตับอักเสบ

ภาวะตับอักเสบเกิดได้ทุกเพศทุกวัย สาเหตุที่พบได้บ่อย มีดังนี้
เชื้อไวรัสตับอักเสบ เชื้อไวรัสตับอักเสบที่พบได้บ่อยในประเทศไทย ได้แก่ เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด A และชนิด B เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด A ติดต่อผ่านทางอาหารและน้ำที่ไม่สะอาด ชนิด B ติดต่อได้ทางการสัมผัสกับเลือดของผู้เป็นพาหะ เช่น การถ่ายเลือด การใช้ของมีคมร่วมกันหรือแม้แต่การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นพาหะเชื้อไวรัสตับอักเสบ B นอกจากนี้ ยังมีเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด C ซึ่งมีช่องทางติดต่อคล้ายกันกับไวรัสตับอักเสบ B แต่ในประเทศไทยพบน้อยกว่าสองชนิดแรก


“การใช้แปรงสีฟัน กรรไกรตัดเล็บ หรือมีดโกนร่วมกับผู้อื่น หรือการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบอยู่ อาจทำให้คุณติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ B หรือ C ได้” นพ. นุสนธิ์กล่าว “อีกกรณีหนึ่งที่พบได้บ่อย คือ เด็กที่คลอดจากมารดาผู้เป็นพาหะ อาจได้รับเชื้อจากมารดาขณะคลอด กรณีเช่นนี้เชื้ออาจไม่แสดงอาการในวัยเด็กแต่จะแฝงตัวอยู่ในร่างกายจนเป็นผู้ใหญ่ บางรายได้รับเชื้อตับอักเสบโดยไม่มีอาการและหายเองแต่บางรายอาจกลายเป็นพาหะ และจำนวนไม่น้อยที่กลายเป็นตับอักเสบเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว”  

ภาวะไขมันสะสมในตับ นอกจากเชื้อไวรัสตับอักเสบแล้ว ภาวะไขมันสะสมในตับเป็นสาเหตุที่พบบ่อยอีกประการหนึ่งของโรคตับอักเสบ นพ. นุสนธิ์อธิบายว่า “ไขมันสะสมในตับอาจทำให้ตับบาดเจ็บและเสื่อมสภาพ และอาจพัฒนาไปเป็นตับอักเสบ ตับแข็ง หรือแม้แต่มะเร็งตับได้เมื่อสูงวัยขึ้น”

กลไกการเกิดภาวะไขมันสะสมในตับเป็นเรื่องซับซ้อนและยังไม่เป็นที่เข้าใจกระจ่างนัก การดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ ฯลฯ เป็นประจำเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่ง แต่ผู้ที่ไม่ได้ดื่มสุราก็มีโอกาสเกิดภาวะไขมันสะสมในตับได้เช่นกัน โดยอาจปรากฏร่วมกับภาวะน้ำหนักเกิน ไขมันในเลือดสูง และเบาหวาน เป็นต้น

การดื่มสุรา ผู้ที่ดื่มสุราหนัก ๆ หรือดื่มสุรามานานปีมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดตับอักเสบจากพิษสุรา และหากผู้ป่วยมีโรคตับอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น โรคไวรัสตับอักเสบ B หรือ C หรือมีโรคไขมันสะสมในตับร่วมด้วยอยู่แล้ว อันตรายต่อตับก็ยิ่งทบเท่าทวีคูณ และมีโอกาสกลายเป็นโรคตับแข็งและ/หรือโรคมะเร็งตับได้ง่าย

              “อุบัติการณ์ของภาวะตับอักเสบแตกต่างกันในแต่ละชุมชนแต่ละประเทศ” นพ. นุสนธิ์กล่าว “ในกลุ่มผู้ใช้แรงงานจะพบตับอักเสบจากพิษสุรามากกว่าประชากรกลุ่มอื่น ๆ ขณะที่คนเมืองหรือผู้ที่อยู่ดีกินดีก็อาจพบตับอักเสบจากภาวะไขมันสะสมในตับได้บ่อย เป็นต้น ความน่าเป็นห่วงของภาวะตับอักเสบอยู่ตรงที่โรคมักจะไม่มีอาการใด ๆ เลยที่จะบ่งบอกหรือเตือนให้ผู้ป่วยรู้ตัวแต่เนิ่น ๆ ผู้ป่วยอาจแค่รู้สึกเหนื่อยเพลียเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเป็นอาการที่ไม่ชัดเจนนัก ต่อเมื่อเริ่มสังเกตว่าปัสสาวะเป็นสีเข้ม หรือมีคนใกล้ชิดสังเกตว่าตาและ/หรือผิวหนังออกสีเหลือง ๆ (ทางการแพทย์เรียกว่า “ดีซ่าน”) จึงได้ไปพบแพทย์”
 

ตับแข็ง

               ผลพวงจากตับอักเสบที่ปล่อยปละละเลยมานานจนเป็นโรคเรื้อรังจะทำให้มีการอักเสบซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเกิดพังผืดหรือแผลเป็นในตับมากขึ้นเรื่อย ๆ ผิวตับที่เคยเรียบลื่นจะหยาบและขรุขระ เนื้อตับส่วนที่ยังดีลดลง ๆ ขณะที่พังผืดหรือแผลเป็นจะแผ่บริเวณกว้างขึ้น ส่งผลกระทบต่อการทำงานตามปกติของตับ เกิดเป็นภาวะที่เรียกว่าโรคตับแข็งในที่สุด

               นพ. นุสนธิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า การรักษาภาวะตับแข็งนั้นมีเป้าหมายเพื่อชะลอไม่ให้ตับส่วนที่ยังดีอยู่ถูกทำลายเพิ่มเติม แต่ไม่อาจทำให้เนื้อเยื่อตับที่แข็งไปมากแล้วคืนสู่สภาพปกติได้ทั้งหมด เป็นการรักษาตามอาการแทรกซ้อนเป็นส่วนใหญ่ และจะต้องติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอเพื่อดูการดำเนินโรคและเฝ้าระวังการเกิดมะเร็งตับต่อไป “ผู้ป่วยตับแข็งมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับสูงมาก จึงต้องให้การดูแลเป็นพิเศษเพื่อป้องกัน หรือตรวจค้นหามะเร็งตับตั้งแต่ระยะแรก ๆ วิธีสุดท้ายที่จะรักษาโรคตับแข็งระยะท้าย ๆ ได้ผลดี คือการผ่าตัดเปลี่ยนตับ (Liver Transplantation)” 
 

มะเร็งตับ

           โรคมะเร็งตับอาจแบ่งได้เป็นสองประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ “มะเร็งที่จุดเริ่มต้นอยู่ที่ตัวตับเอง ซึ่งมักจะเป็นผลพวงของภาวะตับอักเสบเรื้อรังและตับแข็ง และมะเร็งตับที่มีจุดเริ่มต้นมาจากอวัยวะอื่น ๆ (เช่น ลำไส้ใหญ่ กระเพาะอาหาร ตับอ่อน เป็นต้น) แล้วจึงแพร่กระจายต่อไปยังตับ หรืออาจเรียกว่าเป็นมะเร็งตับแพร่กระจาย” นพ. นุสนธิ์อธิบาย

“ในอดีตมะเร็งตับเป็นกลุ่มโรคมะเร็งที่รักษาได้ยากมาก โอกาสรักษาหายขาดก็น้อยมาก ผู้ป่วยมักเสียชีวิตในเวลาอันสั้น ปัจจุบัน วิทยาการทางการแพทย์ได้พัฒนาไปมาก การรักษาโรคตับในระยะก่อนเป็นมะเร็ง หรือการรักษามะเร็งตับในระยะต่าง ๆ ได้ผลดีกว่าในอดีตมากโดยผู้ป่วยมีโอกาสที่จะมีชีวิตยืนยาว หรือแม้แต่หายขาดได้ในบางราย” นพ. นุสนธิ์กล่าว

พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน อาจส่งผลต่อตับมากกว่าที่เราคิดนพ. นุสนธิ์ทิ้งท้ายว่า “โรคตับนั้นไม่ค่อยมีสัญญาณเตือนให้ทราบ กว่าจะรู้ตัว เนื้อเยื่อตับอาจถูกทำลายไปมากแล้ว การใส่ใจสุขภาพโดยการเลือกรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคต่อตับ รวมทั้งการตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำตามสมควร จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากในการป้องกันโรคต่าง ๆ ของตับ”
 

คำเตือนจากตับ

“หากมีปัญหาที่ฉันจัดการได้ด้วยตัวเองละก็ ฉันจะลงมือทำทันทีโดยไม่ปริปากบ่น เมื่อไรที่คุณได้รับสัญญาณเตือนจากฉันละก็ ขอให้รู้ไว้ว่าทั้งฉันและคุณอาจใกล้จะถึงฝั่งแล้วก็ได้นี่เป็นคำเตือนเดียวที่ฉันจะมอบให้คุณได้”
  • ดูแลสุขภาพตับวันนี้ ทำได้ทันที 
  • ลด ละ เลิกการดื่มสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ว่าจะชนิดใด
  • มีเพศสัมพันธ์ปลอดภัยกับคู่สมรสของตน ไม่สำส่อน       
  • ไม่ใช้ของมีคมร่วมกับผู้อื่น เช่น มีดโกน แปรงสีฟัน กรรไกรตัดเล็บ และเข็มฉีดยา
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ
  • อย่ารับประทานยา ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโดยไม่ทราบที่มา หรือเพียงเพราะคำโฆษณา
  • ควรปรึกษาแพทย์ขอคำแนะนำก่อน
  • สวมถุงมือ สวมหน้ากากป้องกัน หากต้องสัมผัส หรือสูดดมสารเคมี
  • ตรวจสุขภาพร่างกายทุกปี
Posted by Bumrungrad International
จะทำอย่างไรเมื่อหมอบอกต้องผ่าตัด คงเป็นคำถามในใจของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มักมีโรคอื่นร่วมด้วย การจะตัดสินใจบอกหมอว่าตกลง ผมยอมผ่าตัด คงไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆ หมอมีตัวอย่างของผู้ป่วยอายุ 70 ปีจะเล่าให้ฟังครับ
Posted by Bumrungrad International
January 16, 2012
comments
Health briefs
ออกกำลังกายแม้เพียงน้อยนิดก็ดีมากพอสำหรับหัวใจ
Posted by Bumrungrad International
January 06, 2012
comments
รับมือกับโรคหัวใจในเด็ก
โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ซับซ้อน และบางครั้งไม่อาจสังเกตอาการได้ทันที แต่กว่าร้อยละ 99 สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้
Posted by Bumrungrad International
January 06, 2012
comments
เมื่อช่วงปลายปี 2554 หลายๆ คนคงได้ยินคำว่า “ไข้หวัดใหญ่ไอโอวา” จากข่าวทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ ซึ่งได้รายงานว่า พบการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ชนิดนี้ในหลายมลรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับในประเทศไทย ถึงแม้ขณะนี้จะยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ไอโอวา โดยยังคงเป็นเชื้อที่แพร่ระบาดในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่เนื่องจากโรคนี้สามารถแพร่ระบาดจากคนสู่คนได้โดยง่าย จึงอยากให้มาทำความรู้จักกับ “ไข้หวัดใหญ่ไอโอวา” กัน
Posted by Bumrungrad International
January 05, 2012
comments
Q & A ตอบคำถาม นพ. วัธนพล พิพัฒนนันท์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ กรุงเทพ

พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเราในแต่ละวันส่งผลอย่างมากต่อการดูแลสุขภาพร่างกาย ฉบับนี้มี นพ. วัธนพล พิพัฒนนันท์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ มาช่วยไขข้อข้องใจของคุณกัน

Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
รู้จักกับแพทย์บำรุงราษฎร์
ขอแนะนำให้รู้จักกับแพทย์ที่มากด้วยทักษะและประสบการณ์ ซึ่งมาเสริมทีมแพทย์ของเราให้มีความแข็งแกร่ง พร้อมดูแลผู้ป่วยได้อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
หัวใจเต้นผิดจังหวะอาจร้ายแรงกว่าที่คิด
อาจไม่ใช่ผลพวงของความรักโรแมนติกเสมอไป แต่อาจหมายถึงอาการของโรคหัวใจอีกชนิดหนึ่งที่พบบ่อยก็เป็นได้
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
โรคหัวใจในผู้ป่วยเบาหวาน ประมาทไม่ได้
โรคหัวใจในผู้ป่วยเบาหวาน ประมาทไม่ได้ภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานไม่ได้มีเพียง ตา ไต และปลายเท้าเท่านั้น เรื่องหลอดเลือดหัวใจก็นิ่งนอนใจไม่ได้
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
Heart attack - ฉับพลัน อันตราย
ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันเป็นอาการที่ต้องรับมืออย่างฉับไวและป้องกันอย่างต่อเนื่อง
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
ภัยต่อเนื่องของโรคตับ
กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่าคนไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับสูงที่สุดในโลก (ชาย = 36.9 ต่อประชากร 100,000 คนและหญิง = 15.2 ต่อประชากร 100,000 คน) โดยแต่ละวันมีผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยถึง 30 รายทั่วประเทศ ทั้งยังมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อย ๆ
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
 สุขภาพกับการขับถ่าย
คุณเคยสงสัยบ้างไหมว่าคำกล่าวนั้นจริงเท็จเช่นไร คำตอบรออยู่แล้วในห้องน้ำของคุณนั่นเอง เมื่อพูดถึงสุขภาพของการขับถ่าย บางคนอาจไม่สะดวกใจนักที่จะกล่าวถึง ขณะที่อีกหลายคนเห็นเป็นเรื่องขำขัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่คุณขับถ่ายออกมากำลังบอกให้รู้ถึงสุขภาพภายใน ที่หลายครั้งอาจไม่ใช่เรื่องชวนหัวเราะเสมอไป
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
รู้จักกับแพทย์บำรุงราษฎร์
เพราะมุ่งมั่นที่จะมอบการดูแลที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ป่วย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จึงไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อดำรงและสร้างสรรค์ความเป็นเลิศในการให้บริการด้านการแพทย์ Better Health ขอแนะนำให้รู้จักกับแพทย์ที่มากด้วยทักษะและประสบการณ์ ซึ่งมาเสริมทีมแพทย์ของเราให้มีความแข็งแกร่ง พร้อมดูแลผู้ป่วยได้อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
ส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ จำเป็นอย่างไร
การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักช่วยลดอัตราการเกิดและเสียชีวิตจากมะเร็งลงไปได้มาก
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments
ปวดท้อง ท้องเสีย อาการธรรมดาที่อาจไม่ธรรมดา
ความผิดปกตินานัปการที่เกิดกับระบบทางเดินอาหารของเราแทบจะทุกเมื่อเชื่อวันนั้น อาจเป็นเรื่องที่ใครหลายคนคุ้นชินจนกระทั่งไม่เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่คุณทราบหรือไม่ว่า อาการทั่ว ๆ ไป อาทิ ปวดท้อง ท้องเสียที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนั้น อาจเกิดได้ทั้งจากปัจจัยภายนอก
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2012
comments

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ