Health Briefs

ผู้สูบบุหรี่ทางอ้อมเสี่ยงโรคไขมันพอกตับ

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตริเวอร์ไซด์ระบุว่า ผู้สูบบุหรี่ทางอ้อมหรือ Second-hand Smoker มีความเสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับ (Nonalcoholic Fatty Liver Disease) เช่นเดียวกัน แม้จะไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เลยก็ตาม

ในการศึกษา นักวิจัยตรวจตับหนูทดลองในห้องแล็บที่ได้รับควันบุหรี่ติดต่อกันเป็นเวลา 1 ปีโดยมุ่งเป้าไปที่ตัวควบคุมการดูดซึมไขมันหลักๆ สองตัวที่หนูมีเหมือนกับมนุษย์ ได้แก่ SREBP (Sterol Regulatory Element-binding Protein) ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นการสังเคราะห์กรดไขมันในตับและ AMPK (Adenosine Monophosphate Kinase) ซึ่งทำหน้าที่เปิดปิดการทำงานของ SREBP ปรากฏว่าการสัมผัสกับควันบุหรี่แม้โดยทางอ้อม ก็ช่วยเร่งการทำงานของ AMPK ซึ่งส่งผลให้ SREBP ได้รับการกระตุ้นไปด้วย เมื่อ SREBP ได้รับการกระตุ้น การสังเคราะห์กรดไขมันจึงเพิ่มขึ้นและนำไปสู่ภาวะไขมันพอกตับจนถึงตับวายได้ในที่สุด
 
นี่จึงนับเป็นครั้งแรกที่นักวิจัยพบหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า การสูบบุหรี่มีผลทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับได้จริงๆด้วยวิธีง่ายๆ แต่ตรวจพบมะเร็ง ระบบทางเดินอาหารได้อย่างแม่นยำ

ผลการศึกษาล่าสุดระบุว่า การตรวจดีเอ็นเอจากอุจจาระช่วยให้แพทย์ตรวจพบมะเร็งหลายชนิดได้อย่างแม่นยำกว่าที่คาด

การศึกษาในผู้ป่วยโรคมะเร็งระบบทางเดินอาหาร และกลุ่มตัวอย่างที่มีสุขภาพดีโดยนักวิจัยจากเมโยคลินิกแห่งมิเนโซต้า พบว่าการตรวจมะเร็งโดยอาศัยดีเอ็นเอในอุจจาระสามารถทำได้อย่างแม่นยำไม่ว่ามะเร็งจะอยู่ในขั้นไหน ในการศึกษานักวิจัยจะตรวจหาดีเอ็นเอของเยื่อหุ้มเนื้องอกที่ปะปนมากับอุจจาระ ปรากฏว่าตรวจพบมะเร็งหลอดอาหารร้อยละ 65 มะเร็งตับอ่อนร้อยละ 62 มะเร็งที่ถุงน้ำดีและท่อน้ำดีร้อยละ 75 และตรวจพบมะเร็งกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ได้ร้อยละ 100
 
นพ.เดวิด อัลควิสต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารจากเมโยคลินิกกล่าวว่า “การตรวจดีเอ็นเอจากอุจจาระนั้นเป็นกรรมวิธีที่มีศักยภาพมาก และจะเป็นการพลิกกลยุทธ์ในการตรวจหาโรคมะเร็งจากเดิมที่จะเน้นตรวจที่อวัยวะต้องสงสัยเพียงอวัยวะเดียว แต่วิธีการใหม่นี้จะช่วยให้สามารถตรวจมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น

พบผู้ใหญ่ต่ำกว่า 50 ปีเป็นมะเร็งลำไส้มากขึ้น

สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริการายงานในวารสาร Cancer Epidemiology Biomarkers and Prevention ฉบับเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า จำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่อายุต่ำกว่า 50 ปีกำลังเพิ่มขึ้น สวนทางกับจำนวนผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 50 ปี

ทีมวิจัยจากสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา ทำการศึกษาเปรียบเทียบข้อมูลผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่อายุระหว่าง 20-49 ปี ทั้งชายและหญิง ใน 13 มลรัฐตั้งแต่ปี 1992 ถึง 1995 และอีกครั้งในระหว่างปี 2002 ถึง 2005 พบว่าในช่วง 10 ปีนี้จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่อายุต่ำกว่า 50 ปี สูงขึ้นถึงร้อยละ 1.5 ในเพศชาย และร้อยละ 1.6 ในเพศหญิง

โดยทั่วไปการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่นั้นมักจะเริ่มทำเมื่ออายุ 50 ปี เว้นแต่ว่าจะมีประวัติครอบครัวและมีอาการลำไส้อักเสบเรื้อรัง จึงเป็นโอกาสให้เนื้องอกใช้เวลาพัฒนากลายเป็นมะเร็งได้ในท้ายที่สุด นักวิจัยสรุปว่าแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่อายุต่ำกว่า 50 อาจทำให้แพทย์จำเป็นต้องทบทวนคำแนะนำในการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้กันใหม่
 
Posted by Bumrungrad International
Health Briefs
ผู้สูบบุหรี่ทางอ้อมเสี่ยงโรคไขมันพอกตับ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตริเวอร์ไซด์ระบุว่า ผู้สูบบุหรี่ทางอ้อมหรือ Second-hand Smoker มีความเสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับ (Nonalcoholic Fatty Liver Disease) เช่นเดียวกัน แม้จะไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เลยก็ตาม
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2010
comments
ปล่อยไว้ไม่ดีแน่ ถ้าเป็นโรคกรดไหลย้อน
หากเป็นเมื่อหลายปีก่อน หลายคนอาจทำหน้าสงสัยเมื่อพูดถึงโรคกรดไหลย้อนหรือ Gastro-esophageal Reflux Disease (GERD) แต่ปัจจุบันโรคดังกล่าวเริ่มเป็นที่คุ้นเคยมากขึ้น สาเหตุก็มาจากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2010
comments
เทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติในช่องท้อง
ระบบทางเดินอาหารประกอบด้วยอวัยวะหลายส่วน เริ่มจากปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ไปจนถึงทวารหนักรวมกันแล้วมีความยาวถึง 30 ฟุตโดยประมาณ
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2010
comments
รู้จักเพื่อให้ห่างไกล มะเร็งลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก
ทำความรู้จักกับโรคมะเร็งระบบทางเดินอาหารที่พบได้บ่อย และผู้ป่วยมีอัตราการเสียชีวิตสูง แต่แทบไม่มีอาการบ่งชี้เลยในระยะต้น หากคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก คือภัยร้ายที่ใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คิด
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2010
comments
ภาวะไขมันพอกตับ ใครบ้างที่ต้องระวัง
ภาวะไขมันพอกตับในผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ หรือ NAFLD เป็นชื่อเรียกรวมของความผิดปกติที่เกิดกับตับซึ่งเริ่มจากไขมันพอกตับ ซึ่งสามารถนำไปสู่ภาวะตับวายและมะเร็งตับ
Posted by Bumrungrad International
January 01, 2010
comments

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ