ภาวะเป็นสาวก่อนวัย

พ่อแม่อาจรู้สึกกังวลใจเมื่อสังเกตเห็นว่าลูกมีพัฒนาการทางเพศก่อนวัยอันควร และอาจไม่แน่ใจว่าควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติหรือควรปรึกษาแพทย์ การพาเด็กไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยจะช่วยให้รู้ว่าเด็กควรได้รับการรักษาหรือไม่ เพราะในบางกรณีหากเด็กไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพที่ร้ายแรงหรือทำให้เด็กหยุดเจริญเติบโตก่อนวัยอันควรได้ 
 


สังเกตได้อย่างไรว่าเด็กเป็นสาวก่อนวัย

การที่เด็กหญิงเริ่มมีสัญญาณของความเป็นสาวก่อนอายุ 8 ขวบ เช่น เริ่มมีหน้าอก มีตกขาว สูงเร็ว มีขนที่อวัยวะเพศ มีสิว ถ้ามีสัญญาณอย่างใดอย่างหนึ่งถือว่าเด็กมีภาวะเป็นสาวเร็ว ส่วนในเด็กชายหากเริ่มมีสัญญาณของความเป็นหนุ่มก่อนอายุ 9 ขวบ เช่น อันฑะใหญ่ขึ้น มีสิว เสียงแตกหนุ่ม
 

สาเหตุที่ทำให้เป็นสาวก่อนวัย

ส่วนใหญ่แล้ว ภาวะเป็นสาวก่อนวัยเกิดจากสาเหตุใหญ่ๆ 2 ประเภท

1. Central precocious puberty คือการที่ต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมนโกนาโดโทรปินส์ (gonadotropins ) มากระตุ้นให้รังไข่ผลิตฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen) กรณีส่วนใหญ่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าปัจจัยใดเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างฮอร์โมนก่อนวัยอันควร มีส่วนน้อยที่อาจเกิดจากเนื้องอกในสมอง โรคบางอย่างใกล้สมองที่กระตุ้นฮอร์โมนนี้หรือสมองได้รับการกระทบกระเทือน

2. Peripheral precocious puberty หมายถึงรังไข่สร้างฮอร์โมนเพศหญิงด้วยตัวเอง โดยสมองและต่อมใต้สมองไม่ได้กระตุ้นให้สร้าง พบได้น้อยกว่าประเภทแรก อาจเกิดจากความผิดปกติของรังไข่ ต่อมหมวกไตหรือต่อมไทรอยด์ เนื้องอกบางชนิดที่ผลิตฮอร์โมนเพศได้เอง เป็นต้น

นอกจากนี้ ภาวะเป็นสาวก่อนวัยอาจเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมได้ หรือเกิดจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ครีมที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งทำให้เด็กมีหน้าอกขึ้นก่อนวัยได้เช่นกัน
 

ผลเสียของการเป็นสาวก่อนวัย

  • ปัญหาทางด้านร่างกาย ทำให้เด็กเตี้ยกว่าปกติเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ฮอร์โมนเพศหญิงจะทำให้เด็กเร็วและสูงกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน แต่ในขณะเดียวกันทำให้กระดูกปิดเร็วกว่าเด็กวัยเดียวกัน ดังนั้นระยะเวลาการเจริญเติบโตจึงสั้นกว่าคนทั่วไป ทำให้เตี้ยกว่าปกติเมื่อเป็นผู้ใหญ่ รวมถึงปัญหาในการดูแลตัวเองเมื่อมีประจำเดือน
  • ปัญหาทางด้านจิตใจ เนื่องจากเด็กมีการเปลี่ยนแปลงทำให้แตกต่างไปจากเพื่อน เด็กอาจรู้สึกอับอายเพราะถูกเพื่อนล้อ


วิธีการวินิจฉัยและรักษา

แพทย์จะสอบถามประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่เด็กมีภาวะเป็นสาวก่อนวัยและรักษาตามสาเหตุนั้น แพทย์อาจเอกซ์เรย์ดูอายุของกระดูก ตรวจเลือด ในบางรายอาจต้องตรวจอัลตร้าซาวด์รังไข่หรือตรวจสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI scan) เพื่อดูว่ามีปัญหาเนื้องอกที่รังไข่หรือในสมองหรือไม่ ถ้าตรวจไม่พบสาเหตุแต่มีระดับฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองสูง แพทย์จะทำการรักษาเพื่อชะลอการเข้าสู่วัยสาวเร็วเกินไปโดยการฉีดยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง ช่วยชะลอพัฒนาการเป็นสาว ทำให้การเจริญเติบโตเหมาะสมกับวัย ซึ่งต้องฉีดทุกเดือนจนกว่าอายุกระดูกเท่ากับอายุจริงและอายุเหมาะสมกับการเข้าสู่วัยหนุ่มสาว เมื่อหยุดยาเด็กจะเข้าสู่วัยหนุ่มสาวตามปกติ


เด็กมีประจำเดือนแล้วรักษาได้หรือไม่

เด็กเมื่อเริ่มมีประจำเดือนคือ เด็กใกล้สิ้นสุดการเจริญเติบโต เด็กจะสูงขึ้นได้อีกประมาณ 2-3 นิ้ว (5-7 ซม) หลังมีประจำเดือน แล้วจะหยุดสูง จากเหตุผลข้างต้นทำให้การใช้ยาในกรณีที่คนไข้มีประจำเดือนแล้วอาจได้ผลไม่ดีนัก เพราะกระดูกพัฒนาไปมากแล้ว หรือ หากกระดูกปิดไปแล้ว ก็จะไม่ได้ผลในการรักษาเลย ดังนั้น การรักษาในกลุ่มเด็กที่มีประจำเดือนแล้ว จึงต้องดูเป็นกรณีๆไป ภายใต้ดุลพินิจของกุมารแพทย์ต่อมไร้ท่อว่าคนไข้มีความเหมาะสมที่จะเข้ารับการรักษาและจะได้รับประโยชน์จากการรักษาหรือไม่


ผลข้างเคียงจากการฉีดยา

ยามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงหากใช้ในช่วงอายุที่เหมาะสม โอกาสแพ้เกิดขึ้นได้น้อยมาก ข้อควรระวัง คือ การใช้ยาเกินอายุที่เหมาะสม อาจมีผลต่อความแข็งแรงของกระดูกได้ ดังนั้นการรักษาและระยะเวลาในการรักษาควรอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้ยามีประสิทธิภาพเต็มที่โดยไม่มีผลข้างเคียงอื่นๆ
 

การป้องกันไม่ให้เด็กเกิดภาวะเป็นสาวก่อนวัย

มีการตั้งสมมติฐานว่าฮอร์โมนในอาหารอาจจะเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะเป็นสาวก่อนวัย แต่จากข้อมูลการวิจัยยังคงไม่ชัดเจนนักและยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ดังนั้นอาจไม่มีความจำเป็นที่ต้องหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์บางประเภท สิ่งสำคัญ คือ พ่อแม่ควรดูแลให้เด็กกินอาหารหลากหลายครบคุณค่าทางโภชนาการทั้ง 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงและส่งผลต่อการเจริญเติบโต
 

 
IMG
IMG
IMG
IMG

 

Rating score: 10.00 of 10, based on 4 vote(s)