โรคหัวใจในเด็ก

โรคหัวใจสามารถเกิดขึ้นได้ในเด็กเช่นกัน โดยเด็กมีโอกาสเป็นโรคหัวใจตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ซึ่งอาจตรวจพบได้ตั้งแต่แรกเกิดหรือตรวจพบภายหลังคลอด หรือบางรายอาจเป็นโรคหัวใจที่เกิดขึ้นมาในภายหลังได้
 

สาเหตุ

โรคหัวใจในเด็กส่วนใหญ่เกิดเองโดยไม่ทราบสาเหตุ มีส่วนน้อยที่ทราบสาเหตุ เช่น มารดามีความผิดปกติในระหว่างการตั้งครรภ์ เช่น เป็นหัดเยอรมันหรือติดเชื้อไวรัสชนิดอื่น การใช้ยาบางชนิดโดยเฉพาะในช่วงสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์ หรือความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น กลุ่มอาการดาวน์ ซึ่งส่งผลให้เด็กเกิดมาพร้อมกับความผิดปกติทางโครงสร้างของหัวใจตั้งแต่กำเนิด
 

ประเภทของโรคหัวใจในเด็ก

เมื่อแบ่งตามเวลาของการเกิดโรค สามารถแบ่งประเภทของโรคหัวใจในเด็กได้เป็น 2 ประเภท คือ
  • โรคหัวใจแต่กำเนิด เป็นประเภทของโรคหัวใจในเด็กที่พบได้บ่อยที่สุด อาจพบได้ตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์ หลังคลอด หรือเมื่อเด็กโตขึ้นแล้วก็ได้ ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค
  • โรคหัวใจในเด็กที่เกิดขึ้นมาภายหลัง เป็นโรคหัวใจที่เกิดขึ้นภายหลังคลอด มีสาเหตุการเกิดแตกต่างกันไป ที่พบบ่อยได้แก่
    • โรคหัวใจรูมาติก พบมากในเด็กอายุ 5-15 ปี เกิดจากโรคไข้รูมาติก ซึ่งส่งผลเสียกับอวัยวะหลายอย่างรวมถึงหัวใจ โดยอาจทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจ เยื่อบุหัวใจ หรือลิ้นหัวใจอักเสบได้
    • โรคคาวาซากิ เป็นโรคที่ไม่ทราบสาเหตุ พบได้บ่อยในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี
 

ความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิดที่พบบ่อย

โรคหัวใจผิดปกติแต่กำเนิดเป็นคำเรียกรวมความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจหลายประการที่เกิดกับผนังกั้นหัวใจทั้งผนังกั้นห้องบนหรือห้องล่าง ลิ้นหัวใจ หรือหลอดเลือดหัวใจ โดยความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิดที่พบบ่อยมีดังนี้
  • ผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว (atrial septal defect; ASD) การมีรูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจห้องบนทำให้เลือดไหลผ่านจากหัวใจห้องบนซ้ายผ่านรูรั่วไปห้องบนขวา ตรวจพบอาการเสียงฟู่ที่หัวใจ ถ้าเป็นมากผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยง่าย แต่ในรายที่มีอาการน้อยมักถูกตรวจพบโดยบังเอิญ
  • ผนังกั้นหัวใจห้องล่างรั่ว (ventricular septal defect; VSD) การมีรูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจห้องล่างทำให้เลือดแดงจากหัวใจห้องล่างซ้ายผ่านรูรั่วไปยังห้องล่างขวาออกสู่หลอดเลือดแดงของปอด ทำให้ปริมาณเลือดที่ไปยังปอดมีมากขึ้น ปริมาณเลือดที่กลับเข้าสู่หัวใจห้องบนซ้ายและล่างซ้ายก็เพิ่มมากขึ้นด้วย ส่งผลให้ความดันในปอดสูงขึ้นจนเป็นอันตรายและหัวใจห้องซ้ายทำงานมากขึ้นจนหัวใจวายได้
  • มีช่องเปิดระหว่างหลอดเลือดหัวใจใหญ่ทั้งสองเส้น (patent ductus arteriosus; PDA) ทารกแรกเกิดทุกคนจะมีช่องเปิดระหว่างหลอดเลือดหัวใจสองเส้น (aorta และ pulmonary artery) และจะปิดเองภายในหนึ่งชั่วโมงหรือไม่เกิน 24 ชั่วโมงหลังคลอด ในกรณีผิดปกติช่องเปิดนี้จะไม่ปิด ส่งผลให้เลือดแดงกับเลือดดำผสมกัน ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น
  • มีรูรั่วของผนังกั้นหัวใจห้องล่างร่วมกับหลอดเลือดหัวใจที่จะไปยังปอดตีบหรือลิ้นหัวใจตีบ (Tetralogy of Fallot; TOF) เป็นโรคชนิดซับซ้อนที่พบบ่อยที่สุดทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก โดยปกติแล้วหัวใจจะส่งเลือดไปยังปอดเพื่อนำเลือดไปฟอกให้มีออกซิเจนมากขึ้น ในโรคนี้ลิ้นหัวใจตีบหรือหลอดเลือดเล็กกว่าปกติ เป็นเหตุให้เลือดที่จะต้องถูกส่งไปฟอกที่ปอดมีน้อยกว่าปกติ ส่งผลให้เลือดที่ไปเลี้ยงร่างกายเป็นเลือดดำ เด็กจึงมีภาวะเขียวและเป็นลมง่าย โรคแทรกซ้อนที่น่ากลัวอีกชนิดหนึ่งที่พบได้คือเกิดฝีในสมองได้บ่อยกว่าเด็กปกติ
  • ลิ้นหัวใจห้องล่างขวาตีบ (pulmonary valve stenosis) เป็นภาวะที่ลิ้นหัวใจห้องล่างขวาเปิดไม่เต็มที่เนื่องจากหนาตัว แข็ง หรือเชื่อมประสานกันอย่างผิดปกติ ทำให้หัวใจห้องล่างขวาต้องทำงานมากกว่าเดิมจนหนาและโตขึ้น
  • หัวใจห้องเดียว (single ventricle) เป็นความผิดปกติของหัวใจห้องล่างเป็นหลัก โดยเด็กกลุ่มนี้หัวใจห้องล่างสองห้องทำงานเหมือนเป็นห้องเดียวจึงทำให้ระบบไหลเวียนของเลือดผิดปกติ เนื่องจากหัวใจห้องล่างสองห้องมีหน้าที่ต่างกัน คือ ห้องขวาทำหน้าที่บีบส่งเลือดดำไปฟอกยังปอด ส่วนข้างซ้ายจะบีบเลือดแดงที่ฟอกแล้วมาจากปอดเพื่อส่งไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ความผิดปกตินี้ทำให้ไม่มีการแบ่งทางเดินของเลือดอย่างชัดเจน เลือดดำกับเลือดแดงจึงปะปนกัน เด็กจึงมักมีภาวะเขียวและร่างกายขาดออกซิเจน
  • หลอดเลือดใหญ่ของหัวใจสลับขั้ว (transposition of the great arteries; TGA) คือ การที่หลอดเลือดดำและแดงของหัวใจสลับขั้วกันอย่างสิ้นเชิง จากขวาเป็นซ้าย จากซ้ายเป็นขวา ความผิดปกตินี้ทำให้เด็กที่เกิดมามีภาวะเขียวเนื่องจากเลือดแดงที่ฟอกแล้วจากปอดถูกส่งกลับไปที่ปอดอีก ขณะที่เลือดดำที่ร่างกายใช้แล้วถูกส่งไปเลี้ยงอวัยวะอื่นๆ อีก ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน
 

อาการของโรคหัวใจในเด็ก

โรคหัวใจในเด็กสามารถสังเกตได้จาก 2 อาการ คือ
  • อาการเขียวที่ริมฝีปากและปลายมือปลายเท้า ถ้าเป็นมานานจะมีนิ้วมือนิ้วเท้าปุ้มด้วย
  • ภาวะหัวใจวาย ซึ่งในเด็กจะมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่ อาการที่ผู้ปกครองควรสังเกตคือ
    • เลี้ยงไม่โต หมายถึง สัดส่วนระหว่างส่วนสูง น้ำหนักตัว และอายุ ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน คือ เล็กกว่าเกณฑ์
    • ต้องหยุดดูดนมเป็นพักๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูดนมแม่หรือนมจากขวด โดยเด็กจะดูดได้เป็นพักสั้นๆ แล้วจะหยุดหอบ จากนั้นจึงค่อยกลับไปดูดใหม่ ระยะเวลาในการให้นมแต่ละมื้อจะนานเป็นชั่วโมงหรือ 2 ชั่วโมงแทนที่จะใช้เวลาสั้นๆ เพียง 10-15 นาที
    • หายใจหอบถี่ โดยเด็กแรกเกิดอาจหายใจ 40 ครั้งต่อนาที แต่เด็กที่หัวใจวายอาจหายใจเร็วถึง 60 ครั้งต่อนาทีแม้ในขณะที่นอนหลับ
 

การรักษา

การรักษาโรคหัวใจในเด็กขึ้นอยู่กับชนิดของความผิดปกติและความรุนแรงของโรค โดยแนวทางการรักษาประกอบด้วย  
IMG
IMG
IMG
IMG

 

Rating score: NaN of 10, based on 0 vote(s)