รู้จักกับแพทย์บำรุงราษฎร์

รู้จักกับแพทย์บำรุงราษฎร์

เพราะมุ่งมั่นที่จะมอบการดูแลที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ป่วย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จึงไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อดำรงและสร้างสรรค์ความเป็นเลิศในการให้บริการด้านการแพทย์ Better Health ขอแนะนำให้รู้จักกับแพทย์ที่มากด้วยทักษะและประสบการณ์ ซึ่งมาเสริมทีมแพทย์ให้มีความแข็งแกร่ง พร้อมดูแลผู้ป่วยได้อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น

นพ. ณวรา ดุสิตานนท์

ศัลยแพทย์ - ศัลยศาสตร์ทั่วไป, ศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก


 

นพ. ณวราสำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง) ด้านศัลยศาสตร์ทั่วไป และได้ศึกษาต่อเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนักจากภาควิชาศัลยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยก่อนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของบำรุงราษฎร์ คุณหมอเคยได้ร่วมงานทั้งกับกรมแพทย์ทหารเรือ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

Q: ความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับบำรุงราษฎร์

A: บำรุงราษฎร์มีความเป็นมืออาชีพสูง ทั้งการจัดการ เทคโนโลยีการรักษา และบุคลากร แต่ละฝ่ายรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองได้อย่างดี ทำให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างราบรื่นและได้มาตรฐาน ถือเป็นโรงพยาบาลที่มีความพร้อมมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ สำหรับแพทย์เองการทำงานที่นี่ค่อนข้างท้าทาย เพราะเรามักเจอเคสยาก ๆ จากผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศ บางเคสผมไม่เคยเจอมาก่อนเลยก็มี


Q: มีวิธีจัดการกับความเครียดอย่างไร

A: ผมมีงานอดิเรกหลายอย่าง เช่น ถ่ายรูป ท่องเที่ยว และดำน้ำลึก แต่ที่ชอบที่สุดคงเป็นการดำน้ำลึก เพราะได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติอย่างเต็มที่ตลอดเวลา 3 - 4 วันที่อยู่บนเรือกลางทะเล ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก สำหรับผมแล้ว นี่วิธีการจัดการกับความเครียดที่ดีที่สุด




รศ. พญ. สุดารัตน์ ใหญ่สว่าง

จักษุแพทย์ จักษุวิทยา, จักษุวิทยาเด็ก


 
นอกเหนือจากการเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยาเด็กและโรคตาเขแล้ว รศ.พญ.สุดารัตน์เคยดำรงตำแหน่งประธานราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย และหัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงตำแหน่งทางบริหารและวิชาการอีกหลายตำแหน่ง ก่อนเข้ามาร่วมงานกับบำรุงราษฎร์หลังจากเกษียณอายุราชการ

Q: ปัญหาทางสายตาของเด็กที่พบบ่อย

A: ปัจจุบันคงหนีไม่พ้นเรื่องสายตาสั้นตั้งแต่อายุน้อยๆ และสั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้สายตาไปกับหน้าจอต่างๆ เช่น มือถือ คอมพิวเตอร์ ผู้ปกครองควรต้องเตือนเด็กให้พักสายตาเป็นระยะมองไปไกลๆ และควรออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านบ้าง


Q: สิ่งที่ประทับใจในการเป็นแพทย์

A: แม้จะเป็นจักษุแพทย์เด็กแต่หมอก็ได้ดูแลผู้ป่วยทุกวัย ผู้สูงอายุบางคนรักษากันมานานจนแทบจะสนิทเหมือนญาติ บางคนมาหาเราแล้วไม่พบก็จะมาใหม่จนกว่าจะได้พบ ซึ่งเป็นสิ่งที่รู้สึกประทับใจ


Q: อะไรคือความภาคภูมิใจในชีวิตการทำงาน

A: ช่วงปีพ.ศ. 2525 เกิดความวุ่นวายในกัมพูชา ประเทศไทยต้องรองรับผู้อพยพนับแสนคน ค่ายผู้อพยพที่เขาอีด่าง ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์อย่างมาก หมอเป็นหัวหน้าชุด Thai Red Cross Eye Specialist Surgical Team ของสภากาชาดไทยเข้าไปช่วยเหลือผู้อพยพเหล่านี้ เดินทางไป-กลับ ทุกเสาร์ – อาทิตย์เป็นเวลากว่า 10 ปี งานอาสาครั้งนั้นได้รับรางวัลด้านมนุษยธรรมจาก American Red Cross ซึ่งรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจมาก




นพ. กุลวี เนตรมณี

อายุรแพทย์โรคหัวใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ


 
กว่า 30 ปีที่นพ. กุลวีดูแลผู้ป่วยจากนานาประเทศทั่วโลกที่มีปัญหาด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจและภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยทำการรักษาประจำอยู่ทั้งในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มการรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดเรื้อรังและชนิดที่เป็นชั่วคราวโดยการจี้หัวใจด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง นอกจากนี้ยังได้รับเชิญเป็นผู้บรรยายในสถาบันและการประชุมวิชาการต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงมีผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการอีกมากมาย

Q: สิ่งที่ยากที่สุดในการเป็นแพทย์คืออะไร

A: ในฐานะแพทย์เราก็อยากรักษาผู้ป่วยให้ดีที่สุด แต่การจะทำให้ทุกคนหายเป็นปกติคงเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นยิ่งรักษาผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น โอกาสที่จะเจอกับผู้ป่วยที่เรารักษาไม่หายก็มีมากขึ้น แม้จะเป็นส่วน น้อยก็ตาม แต่เราจะจดจำผู้ป่วยเหล่านั้นได้และทำใจยาก เช่น ถ้ารักษาไม่หายขาดร้อยละ 2 ก็หมายความว่าถ้าเรารักษาผู้ป่วยแค่ 100 คนก็มีเพียง 2 คนที่ไม่หาย แต่ถ้าเรารักษาผู้ป่วยเพิ่มเป็น 1,000 คน จำนวนก็ เพิ่มขึ้นตามไปด้วย


Q: แนวคิดหลักในการทำงานคืออะไร

A: เรียนรู้อยู่ตลอดเวลาและตลอดไป พยายามบอกตัวเองเสมอว่าเรายังไม่รู้เท่าที่ควร จึงต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ แล้วนำมาปรับใช้กับงานวิจัยเพื่อให้ได้สิ่งที่เป็นประโยชน์และดีที่สุดในการรักษาผู้ป่วย


Q: เทคโนโลยีในการรักษาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างในระยะ 10 ปีหลังมานี้

A: เปลี่ยนแปลงไปมากและเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพราะแพทย์เก่งขึ้นอย่างเดียว แต่เป็นเพราะความก้าวหน้าของศาสตร์หลาย ๆ ด้านร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรรม การพัฒนาซอฟท์แวร์ หรือการคิดค้น นวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างอัลตราซาวนด์ เอ็มอาร์ไอ และซีทีสแกน เป็นต้น ซึ่งล้วนมีส่วนอย่างมากต่อการวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยในปัจจุบัน




นพ. ณัฐวุฒิ วะน้ำค้าง

จักษุแพทย์ - จักษุวิทยา, ศัลยกรรมตกแต่งเกี่ยวกับตา, ต้อกระจก


 
นพ. ณัฐวุฒิจบการศึกษาเฉพาะด้านจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคท่อน้ำตาอุดตัน โรคของเปลือกตา เบ้าตา และศัลยกรรมตกแต่งเปลือกตา รวมทั้งให้เวลากับการถ่ายทอดวิทยาการด้านจักษุวิทยาใหม่ ๆ แก่จักษุแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ

Q: ทำไมจึงสนใจงานทางด้านวิชาการเป็นพิเศษ

A: ผมเชื่อเรื่องการเรียนรู้แบบที่เราต้องลงไปคลุกกับมัน ได้เห็น ได้ทำ ได้ผ่านประสบการณ์จริง ถ้าพบปัญหาก็จดจำแล้วพยายามทบทวนแก้ไข จนถึงจุดหนึ่งที่มั่นใจแล้วก็ต้องรู้จักการให้ ยิ่งให้ก็ยิ่งได้ เพราะเมื่อเราแบ่งปันความรู้กับใครแล้วเขานำไปใช้หรือแบ่งปันต่อ ๆ กันไป ก็ทำให้เราได้ความสุขกลับมา งานวิชาการเป็นเรื่องของการให้ ผมคิดว่าโรงพยาบาลที่มีความพร้อมทั้งด้านเครื่องมือ บุคลากร และมีจำนวนเคสที่มากพอ สามารถพัฒนาเป็นศูนย์การแพทย์เฉพาะด้านเพื่อถ่ายทอดความรู้ได้ เมื่อมาร่วมงานกับบำรุงราษฎร์ก็เชื่อว่าที่นี่ทำได้ ล่าสุดเราจัดสัมมนาเชิงปฎิบัติการ เรื่อง Master Techniques in Ophthalmic Plastic and Reconstructive Surgery, The 2nd International Training Course โดยมีผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเดินทางมาบรรยาย ได้ส่งผ่านความรู้ให้แพทย์กว่า 250 ท่าน นับว่าประสบความสำเร็จมาก


Q: การร่วมงานกับบำรุงราษฎร์

A: บำรุงราษฎร์มีแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญจำนวนมาก ผมจำได้ว่ามีเคสหนึ่งที่ยากมาก คือผู้ป่วยเป็นมะเร็งที่ส่วนบนของใบหน้าและมะเร็งได้กินเข้าไปในเบ้าตาจนถึงสมอง เราระดมแพทย์ทุกสาขาที่ เกี่ยวข้องมาช่วยกัน ใช้เวลาในการผ่าตัดถึง 11 ชั่วโมงจึงสำเร็จด้วยดี เป็นบรรยากาศการทำงานที่แทบไม่ต่างจากโรงเรียนแพทย์ซึ่งหาได้ค่อนข้างยากครับ



คะแนนโหวต: 9.45 of 10, จากจำนวนคนโหวต 11 คน