Q & A

Q & A
Credit: Bumrungrad International hospital

 
Q: เคยได้ยินมาว่าหากเราสายตาสั้นตอนเด็ก ๆ เมื่อแก่ตัวลงสายตาจะยาวขึ้นมาชดเชยเป็นความจริงหรือเปล่าคะ 


A: เรื่องนี้มีผู้เข้าใจผิดกันมากนะคะ ภาวะสายตาสั้นและสายตายาวนั้นเกิดจากพยาธิสภาพที่ผิดปกติของลูกตาที่สั้นหรือยาวเกินไปจนส่งผลต่อการตกกระทบของแสงที่จอตา ขณะที่ “สายตาแบบคนแก่” นั้นเกิดจากล้ามเนื้อตาเสื่อมลงตามวัย ประกอบกับเลนส์ตาที่ขาดความยืดหยุ่นไป ทำให้การปรับโฟกัสตามปกติเพื่อให้ตามองเห็นภาพชัดไม่สามารถทำได้ ในกรณีที่คุณมีสายตาสั้นอยู่ก่อน เมื่อเกิดภาวะสายตาเสื่อมตามวัยก็ไม่ได้ไปชดเชยหักล้างกันนะคะ ปัญหาจะยังคงอยู่ทั้งสองภาวะ ถ้าจะมองไกลก็ต้องใช้แว่นจากเลนส์เว้าแก้สายตาสั้น หากจะมองใกล้ก็ต้องใช้แว่นจากเลนส์นูนแบบคนสายตายาวค่ะ เราจึงได้เห็นผู้สูงอายุหลายท่านใช้แว่นสองเลนส์เพื่อจะได้มองได้ชัดทั้งใกล้และไกลค่ะ


Q: คุณแม่บ่นเสมอว่านอนไม่ค่อยหลับตอนกลางคืนแต่ผมเห็นว่าท่านมักจะงีบในเวลากลางวัน ไม่ทราบว่าสาเหตุที่นอนไม่หลับกลางคืนเป็นเพราะการงีบในเวลากลางวันหรือเปล่าครับและการนอนกลางวันพอจะทดแทนการนอนตอนกลางคืนได้หรือไม่ครับ


A: มีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าการงีบในเวลากลางวันหรือช่วงบ่ายช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยเพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ลดความง่วงเหงาหาวนอนยามบ่ายลงได้ การงีบในตอนกลางวันตามปกติจะไม่รบกวนการนอนตอนกลางคืน และหลายครั้งยังพบว่าช่วยให้การนอนหลับในเวลากลางคืนดีขึ้นด้วย เว้นแต่ว่าคุณมีปัญหาเรื่องการนอนหลับยากอยู่แล้ว หรืองีบนานเกินไป หรืองีบหลับในช่วงเวลาใกล้กับเวลานอนตามปกติ หากจะงีบตอนกลางวันให้ได้ประโยชน์สูงสุดโดยไม่รบกวนการนอนกลางคืน ต้องอย่างีบนานเกินกว่า 2 ชั่วโมง และไม่ควรงีบหลังบ่ายสามโมงนะคะ 


การนอนหลับอย่างมีคุณภาพในเวลากลางคืนถือเป็นเคล็ดลับสำคัญประการหนึ่งของการมีสุขภาพดีอยู่เสมอ เพราะบรรยากาศที่มืดสนิทตอนกลางคืนเอื้อต่อการทำงานของต่อมใต้สมองที่จะทำการผลิตฮอร์โมนออกมาสร้างความสมดุล ทำให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ ลองสอบถามคุณแม่ดูนะคะว่าท่านตื่นนอนตอนเช้าด้วยความสดชื่นหรือไม่ หากรู้สึกอ่อนเพลียและง่วงนอนตลอดวัน อาจต้องพาคุณแม่ไปปรึกษาแพทย์ค่ะ

Q: คุณพ่อของดิฉันอายุย่างเข้า 60 ปีแล้วค่ะ ช่วงนี้คุณพ่อบ่นเรื่องปัสสาวะบ่อยและมีอาการอ่อนเพลีย อาการแบบนี้เป็นเรื่องปกติของคนมีอายุหรือเปล่าคะ  


A: ตามปกติคนเราอาจปัสสาวะได้ตั้งแต่ 4 ถึง 8 ครั้งต่อวัน แต่หากปวดปัสสาวะและต้องการเข้าห้องน้ำบ่อยกว่านั้น หรือต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อเข้าห้องน้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณดื่มน้ำมากเกินไปในระหว่างวันหรือช่วงเวลาก่อนเข้านอน ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะบางอย่างก็เป็นได้ อาทิ โรคเบาหวานในระยะแรก ๆ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ปัญหาของต่อมลูกหมาก โรคมะเร็งของกระเพาะปัสสาวะ (พบไม่บ่อย) หรือแม้แต่ภาวะที่กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวกว่าปกติ


สำหรับประเด็นที่ว่าเป็นเรื่องปกติหรือไม่นั้น ลองถามคำถามต่อไปนี้กับคุณพ่อดูนะคะ  
• มีการใช้ยาที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะหรือไม่ เช่น ยาลดความดันโลหิตบางชนิด
• สังเกตสีของปัสสาวะ ใส ขาวขุ่น สีเข้ม มีเลือดปนออกมาหรือไม่
• นอกจากปัสสาวะบ่อยแล้วมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยหรือไม่ เช่น อ่อนเพลีย รู้สึกเจ็บขณะปัสสาวะ มีไข้ หนาวสั่น ปวดร้าวบริเวณหน้าท้อง สีข้าง หรือหลัง
• มีอาการทางด้านการปัสสาวะอื่น ๆ หรือไม่ เช่น ปัสสาวะกะปริดกะปรอย ปัสสาวะออกช้าและต้องรอเบ่งนาน หรือปัสสาวะเล็ดราด
• รู้สึกหิวบ่อย ๆ หรือกระหายน้ำมากขึ้นหรือไม่


ถ้าพบว่าคุณพ่อมีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้นข้อใดข้อหนึ่ง ลองพาคุณพ่อไปปรึกษาแพทย์ดูนะคะ จะได้แก้ปัญหาเรื่องปัสสาวะบ่อยได้อย่างตรงจุด


หากคุณมีข้อสงสัยเรื่องสุขภาพ ส่งคำถามของคุณมาที่: betterhealth@bumrungrad.com

คะแนนโหวต: 10.00 of 10, จากจำนวนคนโหวต 3 คน