Q & A

Q & A อาการปวดหลัง ปวดคอ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
Credit: Bumrungrad International hospital


นพ. วศิน กุลสมบูรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู
 
อาการปวดหลัง ปวดคอ หรือการเจ็บปวดกล้ามเนื้อบริเวณต่าง ๆ ดูจะเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้ทั่วไปในยุคปัจจุบัน Better Health ฉบับนี้มีหลายคำถามที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกระดูกและข้อต่อ ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์คำตอบจาก นพ. วศิน กุลสมบูรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู

 
Q: หากไม่ได้อบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาจะเป็นอันตรายหรือไม่

A:  ในการออกกำลังกายทุกครั้ง ควรที่จะอบอุ่นร่างกาย (Warm up) เพื่อยืดเส้นยืดสายให้กล้ามเนื้อแต่ละส่วนเตรียมพร้อมที่จะออกกำลังหรือเล่นกีฬาก่อนเสมอ นอกจากนี้ หลังการออกกำลังกายก็ควรผ่อนคลายกล้ามเนื้อ (Cool down) เพื่อเป็นการปรับสภาพให้กล้ามเนื้อที่หดเกร็งระหว่างการออกกำลังกลับมาสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ ก็เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการบาดเจ็บจากการที่กล้ามเนื้อถูกใช้งานอย่างหนักโดยกะทันหันในขณะออกกำลัง 
 

โดยทั่วไปแล้ว ควรใช้เวลาในการอบอุ่นร่างกาย และคลายกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย อย่างละประมาณ 5 - 10 นาที และพิจารณาท่าการยืดเส้นยืดสายให้เหมาะกับการออกกำลัง โดยดูว่าท่าออกกำลังกายของเราจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อส่วนใดบ้าง เช่น การวิ่งก็ควรเน้นไปที่การยืดแข้งยืดขาเป็นพิเศษ หากจะยกน้ำหนักก็ควรเน้นไปที่แขน แต่ถ้าเป็นกีฬาที่ต้องใช้หลาย ๆ ส่วนในร่างกาย เช่น ว่ายน้ำ ก็ควรทำการอบอุ่นร่างกายและคลายกล้ามเนื้อในทุกส่วนของร่างกาย เป็นต้น

Q: อาการปวดหลัง สามารถรักษาด้วยวิธีไคโรแพรคติก (Chiropractic) ได้หรือไม่

A: การรักษาด้วยวิธีไคโรแพรคติก จัดเป็นการแพทย์ทางเลือกแขนงหนึ่งที่มุ่งเน้นการรักษาด้วยวิธีปรับหรือจัดกระดูกสันหลัง ซึ่งอาจเหมาะสำหรับกรณีที่ผู้ป่วยเกิดอาการปวดหลังโดยไม่มีอาการชา หรือปวดร้าวลงไปที่แขน หรือขา นั่นก็คือเป็นเพียงการปวดกล้ามเนื้อ ไม่มีอาการกดทับเส้นประสาทนั่นเอง
 

ทว่าในความเป็นจริงแล้ว อาการปวดหลัง สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น จากการอักเสบ ภาวะกระดูกพรุน หรือเนื้องอกที่กระดูกสันหลัง ซึ่งอาจต้องใช้การรักษาที่แตกต่างกันออกไป เช่น การให้ยารับประทาน การทำกายภาพบำบัด หรือการผ่าตัด เป็นต้น ดังนั้นแล้ว ก่อนเข้ารับการรักษา ผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุของโรคปวดหลังที่แท้จริงเสียก่อนเพื่อแพทย์จะได้นำข้อมูลมาพิจารณาว่าควรทำการรักษาด้วยวิธีใด

Q: การนั่งขัดสมาธิเป็นเวลานานจะเป็นอันตรายต่อข้อต่อหรือไม่

A: การนั่งขัดสมาธิเป็นเวลานานจะทำให้เกิดแรงเครียดในข้อต่อบางส่วนของร่างกาย ซึ่งอาจนำไปสู่การปวดเข่า สะโพก และกระดูกสันหลังได้ ทั้งนี้ อาการจะมากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น พันธุกรรม โดยคนที่มีรูปเข่าผิดปกติ หรือเข่าคด ก็จะเกิดอาการข้อเข่าเสื่อมได้ง่ายกว่า หรือผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ก็จะก่อให้เกิดแรงเครียดที่รุนแรงกว่า ทั้งนี้ อยากแนะนำว่าหากไม่จำเป็น ก็ไม่ควรนั่งขัดสมาธิติดต่อกันเป็นเวลานาน แต่ควรจะเปลี่ยนอิริยาบถ หรือเปลี่ยนท่านั่งที่ไม่ก่อให้เกิดแรงเครียด เพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวดข้อหรือปวดหลังที่อาจจะเกิดตามมาทั้งนี้รวมถึงท่านั่งพับเพียบ คุกเข่า หรือการนั่งพับทับขาตัวเองด้วย
 

หากคุณมีข้อสงสัยเรื่องสุขภาพ ส่งคำถามของคุณมาที่: บรรณาธิการนิตยสาร Better Health ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 33 สุขุมวิท ซอย 3 กรุงเทพฯ 10110
หรือที่อีเมล์
betterhealth@bumrungrad.com

คะแนนโหวต: 8.33 of 10, จากจำนวนคนโหวต 6 คน